เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป

 

                เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้นำเข้าและส่งออกสินค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี เนเธอร์แลนด์มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้กระจายสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้าไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ และประเทศนอกสหภาพยุโรป ในปี 2566 เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศคู่ค้าหลักของทั้งเบลเยี่ยมและเยอรมนี

                เนเธอร์แลนด์นำเข้าสินค้าทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 780,000 ล้านยูโร เป็นอันดับสองรองจากเยอรมนีที่มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1,353,000 ล้านยูโร โดยมีมูลค่าการนำเข้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปประมาณ 458,000 ล้านยูโร น้อยกว่าเยอรมนีที่มีมูลค่าการนำเข้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปประมาณ 472,000 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 59 ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมดของเนเธอร์แลนด์ และมีเพียงประเทศไอร์แลนด์เท่านั้นที่มีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปสูงกว่าเนเธอร์แลนด์ที่ร้อยละ 61 โดยสินค้าที่เนเธอร์แลนด์นำเข้าส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน ในขณะที่ไอร์แลนด์จะนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร  ส่วนเยอรมนีมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปเพียงร้อยละ 35 แต่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจำนวนมากโดยเฉพาะจากเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ สหภาพยุโรปนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปคิดเป็นร้อยละ 39 ของการนำเข้าสินค้าทั้งหมด

 

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป

 

 

               เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองของสหภาพยุโรป โดยในปี 2566 เนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการส่งออกสินค้าประมาณ 866,000 ล้านยูโร รองจากเยอรมนีที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าประมาณ 1,562,000 ล้านยูโร โดยการส่งออกสินค้าของเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ ถึงร้อยละ 70 โดยมากกว่า 2 ใน 3 เป็นส่วนหนึ่งของ Transit Trade หรือการ Re-Export สำหรับประเทศนอกสหภาพยุโรป เนเธอร์แลนด์ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ร้อยละ 5 และจีน ร้อยละ 3 ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย

 

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้ารายใหญ่เป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป

 

ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเยอรมนีและเบลเยี่ยม ซึ่งแตกต่างจากในอดีตเมื่อปี 2546 ที่เนเธอร์แลนด์ยังไม่ได้เป็นประเทศคู่ค่าที่สำคัญของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปใดๆ เลย ในช่วงนั้น เบลเยี่ยมทำการค้ามากที่สุดกับเยอรมนี และเยอรมนีทำการค้ามากที่สุดกับฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติการค้า เนเธอร์แลนด์ก็เป็นประเทศคู่ค้าหลักของเยอรมนีมาโดยตลอด ยกเว้นในช่วงเวลาของสงคราม เยอรมนีเป็นประเทศที่มีความสำคัญและเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปถึงเกือบครึ่ง (13 ประเทศ) เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีที่มีขนาดใหญ่ และการเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้า เป็นตลาดการค้า อีกทั้งยังมีที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางและมีพรมแดนทางบกติดกับอีก 8 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป

 

บทวิเคราะห์และความเห็นของ สคต.

เนเธอร์แลนด์แม้จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กแต่ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งของประเทศ และมีท่าเรือ Rotterdam ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีระบบการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ทำให้เนเธอร์แลนด์เป็นประตูสู่ทวีปยุโรป และเป็นศูนย์กลางการค้า การขนส่งและการกระจายสินค้าที่สำคัญของยุโรป เนเธอร์แลนด์จึงเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อการค้าและการลงทุน และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจยุโรปกับเศรษฐกิจภูมิภาคอื่นๆ ของโลก

เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 21 ของไทย แต่เนเธอร์แลนด์เป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญของไทยเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสหภาพยุโรป และเป็นอันดับที่ 14 ของโลก โดยในปี 2566 ไทยและเนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการค้ารวม 6,854 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 1.16 มีมูลค่าการส่งออก 5,832.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 2.01 และมีมูลค่าการนำเข้า 1,022 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 3.40 ทำให้ไทยได้ดุลการค้าเนเธอร์แลนด์ 4,811 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.24 และในไตรมาสแรกของปี 2567 ไทยและเนเธอร์แลนด์มีมูลค่าการค้ารวม 1,708 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.24 มีมูลค่าการส่งออก 1,480 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 6.84 และมีมูลค่าการนำเข้า 228 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัวร้อยละ 15.29 ทำให้ไทยได้ดุลการค้าเนเธอร์แลนด์ 1,252 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 12.17

เนเธอร์แลนด์จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสทางการตลาดสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกไทยที่ต้องการจะเจาะตลาดและขยายตลาดมายังยุโรป แต่อย่างไรก็ดี สินค้าที่จะส่งออกมายังเนเธอร์แลนด์ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ผ่านมาตรฐานและเป็นไปตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป และที่สำคัญจะต้องมีขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในเรื่องราคา เนื่องจากเนเธอร์แลนด์เป็นสังคมผู้บริโภคหรือ Consumer Society ซึ่งผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับราคาและคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างมาก

                                                                         สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

 

thThai