เวียดนามมีสัญญาณส่งออกเชิงบวกในไตรมาสแรก

นาย Tran Thanh Hai อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade: MoIT) กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงตลาดส่งออกที่สำคัญหลายแห่งของเวียดนาม ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับกิจกรรมการนำเข้าและส่งออกของเวียดนาม โดยในไตรมาสแรกของปี 2567 มูลค่าการส่งออกและนำเข้าของเวียดนามอยู่ที่ 178,040 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกินดุลการค้า 8,080 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการส่งออกมีมูลค่าประมาณ 93,060 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 84,980 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.9

ในไตรมาสแรกของปี 2567 สินค้าโภคภัณฑ์ 16 รายการของเวียดนามมีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 82.1 ของรายได้จากการส่งออกทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าไตรมาสแรกของปี 2566 ที่มีเพียง 14 รายการ โดยการเติบโตของการส่งออกของผู้ประกอบการเวียดนามสูงถึงร้อยละ 26.2 หรือเกือบสองเท่าของภาคการลงทุนจากต่างประเทศ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.9) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันมีสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่านำเข้ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งหมด 17 รายการ คิดเป็นร้อยละ 76.1 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด นาย Bui Huy Son อธิบดีฝ่ายวางแผนการเงินของ MoIT กล่าวว่าการส่งออกไปยังตลาดสำคัญๆ เช่น ยุโรปและสหรัฐฯ ยังคงเผชิญทั้งความท้าทายและ
ยังมีโอกาสในปีนี้

นอกจากข้อได้เปรียบจากการลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) แล้ว ความต้องการของทั่วโลกและโดยเฉพาะจากยุโรปและสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวขึ้นเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อลดลงเป็นลำดับตั้งแต่ปลายปี 2566 และมีแนวโน้มจะเข้าใกล้ระดับเป้าหมายที่ตั้งไว้ของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve System: FEB) ในปี 2567 โดยประเทศดังกล่าวยังคงส่งเสริมกลยุทธ์การขยายตลาดนำเข้า ห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่สำคัญในห่วงโซ่มูลค่าโลก ในขณะเดียวกัน การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐฯ จะเปิดโอกาสความร่วมมือใหม่ๆ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนสินเชื่อและเทคโนโลยีให้แก่เวียดนามอีกด้วย

นาย Nguyen Sinh Nhat Tan รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ากล่าวว่า กระทรวงจะติดตามสถานการณ์ตลาดและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม โดยจะยังคงใช้ประโยชน์สูงสุดจาก FTA ที่ลงนามแล้ว เร่งการเจรจาและการลงนามข้อตกลงใหม่ กระจายตลาดและห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาบริการโลจิสติกส์ แลเสริมสร้างขีดความสามารถในการปกป้องทางการค้า

 

(จาก https://en.vietnamplus.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

การเติบโต GDP ของเวียดนามในไตรมาสแรกของปี 2567 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 5.66 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในไตรมาสแรกตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2567 การส่งออกของเวียดนามขยายตัวในทั้งสองภาคอุตสาหกรรมหลักของเวียดนาม ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และการประมง และภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูป โดยกลุ่มเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง มีมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ 8,460 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8 จากช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยสินค้าบางรายการมีมูลค่าการส่งออกสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เช่น กาแฟ
(+54.2%) ข้าว (+40 %) ชาทุกชนิด (+27%) และผักและผลไม้ (+25.8%) อีกทั้ง กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิตมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 79,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 86 ของมูลค่าการส่งออกในไตรมาสแรกของปี 2567 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 โดยสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกที่สูงในไตรมาสแรกของปี 2567 ได้แก่ วัตถุดิบพลาสติก (+132%) ผลิตภัณฑ์จากไม้ (+18.9%) สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (+7.9%) และเหล็ก เหล็กกล้า (+32.7%) จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ความต้องการในการนำเข้าและส่งออกของเวียดนามกลับมาเพิ่มขึ้น เวียดนามจึงมีความต้องการอุปกรณ์ เครื่องจักรและวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อใช้ในการผลิตและส่งออก จึงยังถือเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกสินค้าไทยในกลุ่มสินค้าดังกล่าว

 

thThai