ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของเนเธอร์แลนด์สิ้นสุดลงแล้วในช่วงปลายปี 2566

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของเนเธอร์แลนด์สิ้นสุดลงด้วยการกลับมาเติบโตรายไตรมาสได้เป็นครั้งแรกในหนึ่งปีในช่วงปลายปีที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (CBS) ประกาศการเติบโตของเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์เล็กน้อยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 โดย GDP ไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 0.3 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายส่งผลให้ GDP ของทั้งปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 0.1

 

การขยายตัวของเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ในไตรมาสที่ 4 เป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกหลังจากเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์หดตัวติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ประชาชนมีงานทำเพิ่มมากขึ้น และค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงปีที่ผ่านมา ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลง ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นกับสินค้าต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และการท่องเที่ยว แต่มีการใช้จ่ายกับค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบลดน้อยลง การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคส่งผลดีต่อภาควัฒนธรรม สันทนาการ กีฬา และภาคบริการอื่นๆ มูลค่าเพิ่มของภาคส่วน (ความแตกต่างระหว่างการผลิตและการใช้พลังงาน วัสดุ และบริการ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดจากทุกภาคส่วน มูลค่าเพิ่มของภาคการเกษตรและภาคการประมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 การบริโภคภาครัฐขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.4 ในขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลงร้อยละ 2.1 โดยการลงทุนในบ้าน อาคารพาณิชย์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรลดลงมากที่สุด ภาคการก่อสร้างอยู่ในระดับปานกลาง การส่งออกและการนำเข้าสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 แต่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและธุรกิจยังคงเป็นลบ

 

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ CBS เน้นย้ำว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดได้จบลงแล้ว และเศรษฐกิจกำลังเติบโตอีกครั้ง เพราะนี่เป็นเพียงแค่ตัวเลขของไตรมาสเดียวเท่านั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์จะยังคงซบเซาต่อไปอีก โดยปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ทั้งในปีนี้และปีหน้าลงจากร้อยละ 0.6 เหลือร้อยละ 0.2 ในปี 2567 และจากร้อยละ 1.1 เหลือร้อยละ 0.7 ในปี 2568

 

อย่างไรก็ดี การเติบโตของเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ร้อยละ 0.0 โดยเศรษฐกิจเบลเยี่ยมเติบโตที่ร้อยละ 0.4 เศรษฐกิจฝรั่งเศสคงที่ที่ร้อยละ 0.0 และเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรปหดตัวที่ร้อยละ 0.3

 

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.

แม้ว่าเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 3 จะขยายตัวได้ร้อยละ 0.3 แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ยังคงหดตัวที่ร้อยละ 0.5 และเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ทั้งปี 2566 เติบโตได้เพียงร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตเพียงเล็กน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับ 2 ปีก่อนหน้าที่เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 6.2 ในปี 2564 และร้อยละ 4.3 ในปี 2565

 

ในปี 2566 การบริโภคภาครัฐที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกมากที่สุดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ การลงทุนและการบริโภคภาคครัวเรือนที่ขยายตัวร้อยละ 1.8 และร้อยละ 0.4 เป็นปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจเช่นกัน แต่ทั้งการส่งออกและการนำเข้าสินค้าและบริการของเนเธอร์แลนด์ที่ลดลง ส่งผลกระทบทางลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยการส่งออกในปี 2566 ลดลงร้อยละ 1.3 และการนำเข้าลดลงร้อยละ 0.8 ในขณะที่ภาคบริการโดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม กีฬา สันทนาการ เป็นภาคที่มีการเติบโตสูงที่สุดที่ร้อยละ 6

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2566 นับเป็นปีแรกหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในปี 2563 ที่ไม่มีมาตรการ Lockdown และไม่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดใดๆ แล้ว รวมถึงมาตรการช่วยเหลือด้านต่างๆ ของรัฐบาลด้วย เป็นปีที่ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างเต็มตัวทั้งปี แต่เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ก็ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจการค้า เราคงต้องติดตามต่อไปว่าเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์จะยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกหรือไม่ในปี 2567

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

thThai