ภาวะการค้าระหว่างประเทศของอินเดีย ประจำเดือนกันยายน 2566

การส่งออกของอินเดียโดยรวม (สินค้าและบริการ) ในเดือนกันยายน 2566 มีมูลค่า 63.84 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 1.20% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ปี 2565 ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 68.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 13.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

.

การส่งออกรวมภาคสินค้าและบริการของอินเดียสะสมระหว่างเมษายน – กันยายน 2566 มีมูลค่ารวม 376.29 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 2.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนการนำเข้าสะสมระหว่างเมษายน–กันยายน 2566 มีมูลค่า 416.20 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 10.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

.
1. การค้าสินค้า
การส่งออก
เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่า 34.47 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 35.39 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณีและเครื่องประดับมีมูลค่า 24.78 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 24.33 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ แร่เหล็ก กากพืชน้ำมัน เซรามิกและเครื่องแก้ว ผลิตภัณฑ์จากฝ้าย เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม สินค้าส่งออกสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ธัญพืช ข้าว ผลิตภัณฑ์จากหนัง เครื่องเทศ สินค้าหัตถกรรม
ขณะที่ภาพรวมการส่งออกสินค้า 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2023-2024 (เมษายน-กันยายน 2566) มีมูลค่า 211.40 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 231.73 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและและอัญมณีและเครื่องประดับแล้วมีมูลค่า 153.89 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 160.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
การนำเข้า
เดือนกันยายน 2566 มีมูลค่า 53.84 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 63.37 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณีและเครื่องประดับแล้วมีมูลค่า 33.58 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 38.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าสำคัญที่ขยายตัวดี ได้แก่ เมล็ดธัญพืช วัตถุดิบผลิตสี โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า เรซินและเม็ดพลาสติก สินค้านำเข้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เงิน ฝ้ายและผลิตภัณฑ์จากฝ้าย ปุ๋ยและส่วนประกอบ ซัลเฟอร์และเหล็กที่ยังไม่ขึ้นรูป อุปกรณ์ด้านการขนส่ง
ภาพรวมการนำเข้าสินค้า 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2023-2024 (เมษายน-กันยายน 2566) มีมูลค่า 326.98 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 372.56 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและอัญมณีและเครื่องประดับแล้วมีมูลค่า 209.65 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 224.89 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ดุลการค้าสินค้า
เดือนกันยายน 2566 ขาดดุลการค้า 19.37 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าขาดดุลที่ระดับ 27.98 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้อินเดียขาดดุลการค้าสะสม 6 เดือนแรกมูลค่า 115.58 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งขาดดุลลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดดุล 140.83 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

.

2. การค้าบริการ*
เดือนกันยายน 2566 การส่งออกบริการมีมูลค่า 29.37 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 29.22 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ การนำเข้า มีมูลค่า 14.91 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ น้อยกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 16.27 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ดุลการค้า เกินดุลมูลค่า 14.46 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 12.95 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ภาพรวมการบริการ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2023-2024 (เมษายน-กันยายน 2566) มีมูลค่าเกินดุล 75.67 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ มากกว่าช่วง 6 เดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ระดับ 65.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

.

ข้อคิดเห็น
1. การส่งออกสินค้าอินเดียเฉพาะเดือนกันยายน 2566 ลดต่ำลง 2.6% ส่วนการนำเข้าสินค้าอินเดียในเดือนนี้ลดลงถึง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าจึงทำให้อินเดียขาดดุลการค้าต่ำสุดในรอบ 5 เดือน หรือลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเป็นผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศคู่ค้าสำคัญ และการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม สินค้าส่งออกในหลายอุตสาหกรรมหลักของอินเดียมีมูลค่าส่งออกที่เพิ่มขึ้นซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจ เช่น สินค้าด้านวิศวกรรม เวชภัณฑ์ยา สิ่งทอ อาหารทะเล เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
2. จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ที่เกิดขึ้น ผลกระทบที่หลายภาคส่วนเฝ้าติดตามในขณะนี้ ได้แก่ การปรับตัวของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากอินเดียนำเข้าน้ำมันถึง 85% ของการบริโภคในประเทศ และ 60% เป็นการนำเข้าจากประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งหากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางเกิดการชะงักการผลิตจากภาวะสงคราม ย่อมส่งผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของคนในประเทศ เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานของเกือบทุกอุตสาหกรรมทั้งภาคการผลิตและบริการในอินเดีย และอาจส่งผลกระทบต่อ GDP รวมของประเทศตามมา ทำให้ภาครัฐกำลังมองหาแหล่งนำเข้าน้ำมันทดแทนหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น หากสงครามยืดเยื้อและขยายวงกว้างอาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและการผลิตในประเทศ
—————————————
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี

*หมายเหตุ: จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารกลางอินเดีย ข้อมูลภาคบริการเปิดเผยถึงเดือนสิงหาคม 2566 ในส่วนของข้อมูลของเดือนกันยายน 2566 เป็นเพียงการประมาณการ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในการเปิดเผยข้อมูลครั้งต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง:
– Ministry of Commerce and Industry, 13 Oct 2023, Latest Trade Figures
– Business Insider, 13 Ocrt 2023, September trade: India’s exports surge in key sectors, trade deficit falls
– Money Control, 13 Oct 2023, India’s merchandise exports decline 2.6% YoY to $34.47 billion in September
– Economic Times, 15 Oct 2023, Why is India edgy about Israel’s war? The threats that loom over India
– Business Today, 13 Oct 2023, Israel-Palestine war likely to increase burden on Indian households

thThai