รัฐบาลเช็กเตรียมเสนอเก็บภาษีบริษัทต่างชาติที่ดำเนินงานในประเทศ

 

สาธารณรัฐเช็กเตรียมจัดเก็บภาษีบริษัทต่างประเทศขนาดใหญ่ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศสาธารณรัฐเช็ก รัฐบาลมีแผนการการจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณรัฐเช็ก วางแผนออกกฎหมายโดยเร็วผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร การเก็บภาษีดังกล่าว คาดว่าจะทำให้รัฐมีรายได้ถึงประมาณ 4 – 6 พันล้าน
เช็กคราวน์ต่อปี

แผนการเก็บภาษีดังกล่าว จะทำให้บริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ ต้องจ่ายภาษีขั้นต่ำร้อยละ 15 ในช่วงระหว่างการดำเนินธุรกิจในสาธารณรัฐเช็ก  ทั้งนี้ แผนการเก็บภาษีของรัฐบาลดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มงบประมาณภาครัฐ และสร้างสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจทั้งหมดในสาธารณรัฐเช็ก

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นในเรื่องเกี่ยวกับ ความพยายามในการเก็บภาษีบริษัทขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ  โดยเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงที่สาธารณรัฐเช็กดำรงตำแหน่งประธานของสหภาพยุโรป ได้มีการวางแนวทางในเรื่องดังกล่าวให้เป็นข้อบังคับของสหภาพยุโรป ซึ่งสมาชิกประเทศจะต้องดำเนินการในส่วนของกฎหมายภายในประเทศ กฎหมายดังกล่าว มีเป้าหมายที่บริษัทขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีรายได้เกิน 750 ล้านยูโร (ประมาณ 18 พันล้านเช็กคราวน์) ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจในสาธารณรัฐเช็กโดยมีรายได้ดังกล่าวมากกว่าสองครั้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา  ดังนั้น หากมีการเก็บภาษีของบริษัทในเช็กต่ำรัฐบาลเช็กเตรียมเสนอเก็บภาษีบริษัทต่างชาติที่ดำเนินงานในประเทศกว่าร้อยละ 15  จะมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่ม เพื่อให้แน่ใจได้ว่ามีการเก็บภาษีขั้นต่ำได้ถึงร้อยละ 15

ปัจจุบันมีบริษัทประมาณ 3,200 บริษัทที่เชื่อมโยงกับกลุ่มบรรษัทข้ามชาติที่อยู่ในข่ายดังกล่าว สำหรับผลจากแผนการเก็บภาษีดังกล่าวยังคงมีความไม่แน่นอน  ซึ่งมีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการ  ทั้งนี้ หากว่าภาษีรายได้นิติบุคคลจะปรับขึ้นจากปัจจุบันร้อยละ 19 ไปเป็นร้อยละ 21 ตามแผนการด้านภาษีของรัฐบาลเช็ก  จะทำให้มีรายได้จากการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว 2 พันล้านต่อปี  ซึ่งจะทำให้เงินงบประมาณของรัฐบาลเพิ่มขึ้น

ข้อเสนอแนะ/โอกาส/แนวทาง

ด้วยสถานการณ์การเงินการคลังของสาธารณรัฐเช็ก ที่ปัจจุบันมีงบประมาณขาดดุล และมีหนี้สาธารณะสูงขึ้น นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเนื่องมาในช่วงการเกิดภาวะเงินเฟ้อ และราคาพลังงานที่สูงขึ้นมาก รวมไปถึงสถานการณ์ที่ยืดเยื้อของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้รัฐบาลเช็กจะต้องวางแผนหรือออกมาตรการทางการเงิน การคลัง โดยหนึ่งในมาตรการดังกล่าว คือการจัดเก็บภาษีหรือการปรับปรุงภาษีเดิม
ที่มีอยู่ เพื่อหารายได้มาสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาล

 

ในส่วนของการปรับเปลี่ยนการอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแผนการของรัฐบาลเช็กดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนเพิ่มของบริษัทต่างชาติ  หรือแม้แต่การย้ายฐานการผลิตของธุรกิจในประเทศไปยังต่างประเทศ  ซึ่งในระยะสั้นอาจส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลให้แรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนหรือดำเนินธุรกิจจากต่างชาติลดลง เพราะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม อย่างไรก็ดี แผนการด้านการจัดเก็บภาษี อาจจะออกมาภายใต้บริบทหรือเงื่อนไขด้านภาวะการเงินการคลังในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลเช็กจำเป็นต้องมีงบประมาณเพื่อใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ มากขึ้น  ซึ่งในอนาคต อาจจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการเงินการคลังอีกก็เป็นได้

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีการติดต่อธุรกิจการค้ากับประเทศที่เข้ามาลงทุนในสาธารณรัฐเช็ก ควรติดตามข่าวสาร เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการของตลาด ทั้งในด้านปริมาณและประเภทของสินค้า ถ้าหากแผนการด้านภาษีของรัฐบาลผ่านสภา และมีการเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า อาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการลงทุน หรือแม้แต่การทำธุรกิจที่มีอยู่เดิม อาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลให้ดีมานด์ของตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากแผนการลดภาษีของรัฐบาลสาธารณรัฐเช็ก

***************************************

ที่มา : Prague Morning                         สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงปราก

thThai