เขตความร่วมมือเหิงฉินยกเว้นภาษีศุลกากรการนำเข้าสินค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย

วันที่ 1 มีนาคม 2567 เขตความร่วมมือเชิงลึกกวางตุ้ง-มาเก๊าในเหิงฉินได้เริ่มดำเนินการปิดด่านศุลกากรอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการเดินทางเข้า-ออกของประชาชน รวมทั้งการเข้าถึงข้อมูลสถิติการค้าระหว่างเหิงฉินและมาเก๊าให้มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เขตความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมพื้นที่เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในมาเก๊าในวงกว้าง ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

ผลประโยชน์ที่องค์กรธุรกิจ พลเมือง และนักท่องเที่ยวจะได้รับจากการปิดด่านศุลกากรเหิงฉิน มีดังนี้

  1. เอื้อต่อองค์กรธุรกิจทุกประเภทในการนำเข้าสินค้าปลอดภาษี
  2. เอื้อต่อองค์กรธุรกิจที่ต้องการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับใช้สอยเอง
  3. เอื้อต่อองค์กรธุรกิจที่ต้องการนำเข้าสินค้าชั่วคราวก่อนส่งออกอีกครั้ง
  4. ลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรในการเดินทางไปมาระหว่างเหิงฉินกับมาเก๊า
  5. เอื้อต่ออุตสาหกรรมการสร้างแบรนด์และองค์กรธุรกิจที่ดำเนินการผลิตของมาเก๊า
  6. เอื้อต่อพลเมืองมาเก๊าที่เดินทางไปมาระหว่างเหิงฉินกับมาเก๊า
  7. เอื้อต่อพลเมืองมาเก๊าที่เรียน ทำงาน ทำธุรกิจและอาศัยอยู่ในเขตความร่วมมือ
  8. เอื้อต่อเหิงฉินและมาเก๊าในการร่วมมือกันส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ “แผนทั่วไปสำหรับการสร้างเขตความร่วมมือเชิงลึกกวางตุ้ง-มาเก๊าในเหิงฉิน”  ได้มีการกำหนดพรมแดนระหว่างเหิงฉินกับมาเก๊า โดยมีช่องทางหลักคือด่านทางเข้าเมืองเหิงฉิน เป็น “แนวแรก” และกำหนดให้พรมแดนระหว่างเหิงฉินกับพื้นที่อื่น ๆ ภายในอาณาเขตสาธารณรัฐจีน โดยมีช่องทางดังนี้ สะพานเหิงฉิน อุโมงค์เหิงฉิน ทางผ่านเซินจิ่ง ท่าเรือเหิงฉิน สถานีเหิงฉินและสถานีฉางหลงบนส่วนต่อขยายของเส้นทางรถไฟกวางโจว-จูไห่ อุโมงค์สือจื้อเหมิน รวมทั้งหมด 7 ช่องทาง เป็น “แนวที่สอง”

เขตความร่วมมือเหิงฉินยกเว้นภาษีศุลกากรการนำเข้าสินค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย

สำหรับ “แนวแรก” จะดำเนินการนโยบายเก็บภาษีแบบพิเศษ ผู้เดินทางที่เข้ามาในอาณาเขตครั้งแรกภายใน 15 วัน สัมภาระที่พกติดตัวซึ่งนำมาใช้สอยเองและอยู่ในขอบเขตปริมาณที่เหมาะสม จะได้รับการยกเว้นภาษี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง สัมภาระที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งของที่กฎหมายและระเบียบการปกครองกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรอีกด้วย

ตารางที่ 1 ตารางแสดงโควตาการยกเว้นภาษีผู้เดินทางแต่ละประเภท

สถานะ ความถี่ โควตาการยกเว้นภาษี
ผู้เดินทาง

(เช่น พลเมืองแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง

และมาเก๊าที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินใหญ่)

เข้าออกเขตพื้นที่ครั้งแรกภายใน 15 วัน 8,000 หยวน
เข้าออกเขตพื้นที่หลายครั้งภายใน 15 วัน ของใช้ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางเท่านั้น
ผู้เดินทางที่มิใช่พลเมือง

(เช่น พลเมืองฮ่องกงและมาเก๊า

ที่อาศัยอยู่นอกพรมแดน)

เข้าออกเขตพื้นที่ครั้งแรกภายใน 15 วัน 2,000 หยวน
เข้าออกเขตพื้นที่หลายครั้งภายใน 15 วัน ของใช้ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางเท่านั้น

หากผู้เดินทางซึ่งเป็นพลเมืองแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊าที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินใหญ่ เข้าออกเขตพื้นที่ครั้งแรกภายใน 15 วัน สามารถยกเว้นภาษีของปลอดภาษีซึ่งพกมาใช้สอยเอง ไม่เกิน 8,000 หยวน หากเกินจำนวนดังกล่าว จำเป็นต้องจ่ายภาษี ในทางกลับกัน หากผู้เดินทางซึ่งเป็นพลเมืองฯ เข้าออกเขตพื้นที่หลายครั้งภายใน 15 วัน ศุลกากรจะอนุญาตแค่ของจำเป็นสำหรับการเดินทางเท่านั้น ส่วนที่นอกเหนือจากความจำเป็นจะมีการเรียกเก็บภาษี

หากผู้เดินทางที่มิใช่พลเมืองเข้าออกเขตพื้นที่ครั้งแรกภายใน 15 วัน สามารถนำของปลอดภาษีที่พกมาใช้สอยเองไม่เกิน 2,000 หยวนเข้ามาได้ หากเกินจำนวนดังกล่าว จำเป็นต้องจ่ายภาษี ในทางกลับกัน หากผู้เดินทางที่มิใช่พลเมืองเข้าออกเขตพื้นที่หลายครั้งภายใน 15 วัน ของจำเป็นสำหรับการเดินทางเท่านั้นที่ไม่ต้องจ่ายภาษี นอกเหนือจากนั้นจะมีการเรียกเก็บภาษี

อย่างไรก็ตาม แม้มาเก๊าจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษี แต่พื้นที่ภายในเขตความร่วมมือฯ นั้น ยังไม่มีการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี จะมีเพียงร้านค้าปลอดภาษีขาออกเท่านั้น ดังนั้น สิ่งของที่ซื้อขายอย่างถูกกฎหมายภายในเขตความร่วมมือฯ จะเป็นสินค้าที่จ่ายภาษีแล้ว ไม่รวมอยู่ในโควตายกเว้นภาษี 8,000 หรือ 2,000 หยวนดังกล่าว

หลังจากปิดด่านศุลกากร จะอนุญาตให้พลเมืองมาเก๊าที่เรียน ทำงาน ทำธุรกิจ และอาศัยอยู่ในเขตความร่วมมือฯ นำผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืชเข้ามาในเขตความร่วมมือฯ ได้ มีทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสุก น้ำนมจากสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ไข่สุกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ ผักสด ผลไม้ เห็ดที่รับประทานได้ และไม้ตัดดอก ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ในปริมาณที่กำหนดสำหรับจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

ตารางที่ 2 ตารางแสดงขอบเขตและการจำกัดน้ำหนักของผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืช

ที่สามารถนำผ่านแดนโดยได้รับการยกเว้นภาษี

ประเภทผลิตภัณฑ์ การจำกัดน้ำหนักผลิตภัณฑ์ต่อหนึ่งประเภท การจำกัดน้ำหนักผลิตภัณฑ์โดยรวม การจำกัดความถี่
ผลิตภัณฑ์ประเภทสัตว์ ประเภทเนื้อสุก (รวมเครื่องใน)

และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนื้อสุกอื่น ๆ

ไม่เกิน 1 ก.ก. ไม่เกิน 5 ก.ก. จำกัด 1 ครั้ง/วัน/คน
น้ำนมจากสัตว์และผลิตภัณฑ์นม

ที่มีบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย

ไม่เกิน 3 ก.ก.
ไข่สุกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่อื่น ๆ ไม่เกิน 1 ก.ก.
ผลิตภัณฑ์ประเภทพืช ผลไม้สด รวมถึงสลัดผลไม้สดที่ผ่านการแปรรูป

และมีบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย

ไม่เกิน 1 ก.ก.
ผักสด รวมถึงสลัดผักสดที่ผ่านการแปรรูป

และมีบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย

ไม่เกิน 1 ก.ก.
เห็ดสดที่รับประทานได้ รวมถึงสลัดเห็ดสดที่ผ่านการแปรรูปและมีบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย ไม่เกิน 1 ก.ก.
กลุ่มไม้ตัดดอก ไม่เกิน 1 ก.ก.

นอกจากนี้ เมื่อนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในอาณาเขต (จำกัดเฉพาะแมวและสุนัข อนุญาตให้ 1 ตัว/ต่อ/ครั้ง) จำเป็นต้องสำแดงต่อศุลกากรและแสดงใบรับรองการตรวจโรคและใบรับรองการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่ยังไม่หมดอายุซึ่งออกโดยองค์กรภาครัฐของมาเก๊า สัตว์เลี้ยงควรได้รับการฝังชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่หมดอายุการใช้งาน และหลังจากผ่านเกณฑ์การตรวจโรคของศุลกากรแล้ว สัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะได้รับการยกเว้นการกักกันและอนุญาตให้เข้าอาณาเขตได้

เขตความร่วมมือเหิงฉินยกเว้นภาษีศุลกากรการนำเข้าสินค้า เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย

ที่ปลายสะพานเหิงฉิน เมื่อรถยนต์ขนาดเล็กแล่นออกจากเขตความร่วมมือฯ ผ่านประตูด่านแรกของช่องทาง “แนวที่สอง” บนหน้าจอเหนือประตูจะแสดงข้อความ “โปรดไปยังสถานที่ตรวจสอบ” ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ที่เขตความร่วมมือฯ ดำเนินการเพื่อควบคุมดูแล “แนวที่สอง” ซึ่งไม่มีข้อจำกัดสำหรับบุคคลที่เข้าออก ในส่วนของสัมภาระและสิ่งของจากเขตความร่วมมือที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านด่านโดยยกเว้นภาษี (สินค้าปลอดภาษี) ทางศุลกากรจะควบคุมดูแลและยกเว้นการเก็บภาษีตามระเบียบข้อบังคับ สำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี จะไม่มีการควบคุมดูแล ดังนั้นผู้เดินทางที่ไม่ได้นำสินค้าปลอดภาษีออกจากพื้นที่ผ่าน “แนวที่สอง” ไม่จำเป็นต้องสำแดงต่อศุลกากร

ทั้งนี้ เขตความร่วมมือมีนโยบายยกเว้นภาษีสำหรับผู้ประกอบการ เช่น สินค้าที่ผ่านกระบวนการเพิ่มมูลค่า 30% ขึ้นไป ซึ่งประกอบด้วยวัสดุนำเข้า จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า เมื่อเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ผ่าน “แนวที่สอง” ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจการแปรรูปอัญมณี ซึ่งสามารถขยายการผลิตและแปรรูปไปยังเขตความร่วมมือ เพื่อลดต้นทุนด้านภาษีสำหรับการกระจายสินค้าไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ได้

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย

การปิดด่านศุลกากรของเขตความร่วมมือเหิงฉินอย่างเป็นทางการ จะเอื้อประโยชน์ต่อหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนและความร่วมมือทางการค้า  เช่น เขตความร่วมมือเหิงฉิน ได้ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสุก น้ำนมจากสัตว์และผลิตภัณฑ์นม ไข่สุกและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ ผักสด ผลไม้ เห็ดที่รับประทานได้ และไม้ตัดดอก ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้สามารถพิจารณาหาคู่ค้าเพื่อกระจายสินค้าส่งออกเข้าสู่ตลาดในเขตความร่วมมือเหิงฉินและในมาเก๊าได้ จะเป็นการช่วยลดต้นทุนในด้านภาษี และมีโอกาสขยายตลาดได้มากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตก็สามารถส่งออกไปยังองค์กรธุรกิจที่มีแหล่งผลิตในเขตความร่วมมือเหิงฉินได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การปิดด่าศุลกากรของเขตความร่วมมือเหิงฉินนี้อาจดึงดูดผู้ประกอบการและนักลงทุนจากหลาย ๆ ประเทศ ทำให้มีคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในสินค้าของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านคุณภาพ การตลาด หรือการสร้างเครือข่าย รวมถึงผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรศึกษาความร่วมมือทางการค้าในเขตความร่วมมือเหิงฉิน เพื่อพัฒนาและต่อยอดความร่วมมือทางการค้า และขยายช่องทางการตลาดให้แก่สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน

 

 

ที่มา:

https://mp.weixin.qq.com/s/gvlYIHQGeI4K5YOWlZg6XQ (中国经济网)

https://mp.weixin.qq.com/s/PuHg6EwQDZp13UFAA3O5jg (南方新闻网)

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1791302616272229068&wfr=spider&for=pc

ภาพ : https://www.southcn.com/

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว

thThai