เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 PINKOI แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซชื่อดังด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ของไต้หวัน ได้ประกาศความสำเร็จในการนำระบบ Lifestyle AI Model มาใช้ในการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล โดยสร้างบรรยากาศการช็อปปิ้งบนแพลตฟอร์มตามความชอบและความสนใจของลูกค้าแต่ละราย พร้อมทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลไปในตัว (Personalization at Scale) ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้สมาชิกของแพลตฟอร์มทั้ง 6.25 ล้านรายได้สัมผัสประสบการณ์ในการเลือกซื้อสินค้าในแบบเฉพาะของตัวเอง แต่ยังช่วยให้แบรนด์ดีไซน์กว่า 52,000 แบรนด์ และสินค้าดีไซน์กว่า 2 ล้านรายการ สามารถเข้าถึงลูกค้าแต่ละรายได้ง่ายขึ้น

Mr. Peter Yen ผู้ก่อตั้ง PINKOI ชี้ว่า เมื่อสมาชิกแต่ละรายเข้ามาสู่แพลตฟอร์มของ PINKOI ระบบ Lifestyle AI Model จะช่วยทำการคัดกรองสินค้าและพาลูกค้าไปพบกับสินค้าที่สนใจให้ จนเสมือนกับลูกค้าแต่ละรายมีห้างสรรพสินค้าเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ AI สามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการติด Tag ให้กับสินค้าอี-คอมเมิร์ซข้ามพรมแดน เพราะการเรียกชื่อสินค้าในแต่ละประเทศ/พื้นที่จะไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นภาษาจีนเช่นเดียวกัน เช่น กระเป๋าสะพาย ที่ไต้หวันเรียกแบบหนึ่งแต่ที่ฮ่องกงจะเรียกอีกแบบหนึ่ง ในอดีต ผู้ขายที่อยู่ไต้หวันก็จะติด Tag ของสินค้าในชื่อเรียกแบบไต้หวัน ทำให้ผู้ซื้อที่เป็นคนฮ่องกงค้นหาไม่พบสินค้านี้ แต่หลังจากมีการนำ AI เข้ามาใช้งาน ทางระบบจะช่วยตั้ง Tag ให้ตามชื่อเรียกสินค้าตามประเทศ/พื้นที่ต่างๆ โดยที่ผู้ขายไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาท้องถิ่น และช่วยให้ผู้ซื้อสามารถมองเห็นสินค้าที่ต้องการได้จากหลายแหล่งมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการถูกค้นพบผ่านการติด Tag เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 98 นอกจากนี้ PINKOI ยังมีการนำระบบ Software as a Service อันเป็นบริการซอฟต์แวร์พร้อมใช้งานที่ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงระบบ Retail Media Network คือสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มอันเป็นช่องทางใหม่ที่ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ซึ่งกำลังเป็นกลยุทธ์การทำ Digital Marketing ที่กำลังมาแรงในระยะนี้ โดยอาศัยจุดแข็งของการมีฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ ทั้งในด้านพฤติกรรมการจับจ่าย ความชอบ และประวัติการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ มาใช้งานร่วมกับระบบ AI เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น ควรจะต้องรีบค้นหาสินค้าขายดีของตัวเองให้พบให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ของตัวเอง ส่วนแบรนด์ที่เติบโตมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะต้องรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลรูปแบบการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภคแต่ละราย AI จะวิเคราะห์ และนำเสนอโฆษณาที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่ง Mr. Peter Yen ชี้ว่า การใช้ระบบนี้ทำให้ทางแพลตฟอร์มเคยช่วยให้แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณาได้มากถึง 17 เท่ามาแล้ว

Mr. Peter Yen ชี้จุดแข็งของ PINKOI ว่า ไม่ใช่เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ หากแต่เป็นเสมือนที่ปรึกษาเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในด้านไลฟ์สไตล์ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละรายมีประสบการณ์เฉพาะในแบบของตัวเอง ในทุกครั้งที่เข้ามา “เดินเล่น” บนแพลตฟอร์มแห่งนี้

ที่มา: Commercial Times / Economic Daily News (December 20, 2566)

แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซไต้หวันชี้ผลสำเร็จจากการใช้ AI สร้างรายได้

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.

PINKOI ถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่แบรนด์ไทยสามารถใช้ประโยชน์ในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีมากขึ้น 6.25 ล้านคนทั่วโลกได้ โดยมีตลาดหลักคือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และไทย ปัจจุบันมีสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยวางจำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์มประมาณ 4,000 รายการ จากผู้ขายจำนวนประมาณกว่า 3,000 ราย การนำระบ AI และเครื่องมือในการทำ Digital Marketing มาใช้ของ PINKOI จึงถือเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคไต้หวันและในเอเชียได้ดียิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจเปิดร้านบน PINKOI สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ https://th.pinkoi.com/page/shop-application ซึ่งในขณะนี้ PINKOI ยังคงมีนโยบายไม่เก็บค่าเปิดร้าน และไม่เก็บค่าวางขายสินค้า สำหรับแบรนด์ไทยที่สมัครเข้าเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม

thThai