fb
เนเธอร์แลนด์ปรับเข้มมาตรฐานเซรามิกสัมผัสอาหาร
โดย
Busara
ลงเมื่อ 02 มิถุนายน 2569 19:42
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
1

กระแสความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคในสหภาพยุโรปกำลังขยายขอบเขตอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มุ่งเน้นการตรวจสอบความปลอดภัยของตัวสินค้าอาหารเป็นหลัก ในปัจจุบันได้ยกระดับมาสู่การควบคุมบรรจุภัณฑ์ ภาชนะ และของใช้ในครัวเรือนที่ต้องสัมผัสกับอาหารในชีวิตประจำวันอย่างเข้มงวด 

ล่าสุดประเทศเนเธอร์แลนด์ประกาศปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใช้สัมผัสอาหาร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค โดยลดค่าการแพร่ของโลหะหนักสำคัญ ชนิด ได้แก่ ตะกั่วและแคดเมียม ให้เข้มงวดขึ้น เนื่องจากสารโลหะหนักทั้งสองชนิดนี้มักพบปนเปื้อนอยู่ในวัตถุดิบดินเหนียว สีเคลือบ หรือกระบวนการตกแต่งลวดลายบนสินค้าเซรามิกบางประเภท หากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพหรือผ่านกระบวนการผลิตที่ไม่สอดคล้องตามมาตรฐาน เมื่อนำไปบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือมีความร้อนสูง สารตะกั่วและแคดเมียมก็อาจจะแพร่กระจายและเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหาร ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการใช้งานซ้ำเป็นประจำในชีวิตประจำวัน เช่น จาน ชาม ถ้วย แก้วน้ำ หม้อเซรามิก โถเก็บอาหาร ตลอดจนภาชนะบรรจุขนาดใหญ่ 

จากรายงานของ SGS SafeGuardS เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุข สวัสดิการ และการกีฬา ของเนเธอร์แลนด์ ได้เผยแพร่กฎระเบียบแก้ไขเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค (Warenwetregeling verpakkingen en gebruiksartikelen) เมื่อวันที่ พฤษภาคม 2569 เพื่อปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใช้สัมผัสอาหารให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยการแก้ไขดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการรัฐมนตรีเบเนลักซ์ว่าด้วยมาตรการคุ้มครองสำหรับผลิตภัณฑ์เซรามิกที่สัมผัสอาหาร ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก เพื่อแก้ปัญหาที่ข้อกำหนดกลางของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เซรามิกสัมผัสอาหารตาม Directive 84/500/EEC ถูกกำหนดมาเป็นเวลานาน ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสัมผัสสารตะกั่วและแคดเมียมจากผลิตภัณฑ์เซรามิก กลุ่มประเทศเบเนลักซ์จึงเห็นควรยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดค่าการแพร่ของสารดังกล่าวให้เข้มงวดขึ้นภายในภูมิภาคก่อนที่จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบในระดับสหภาพยุโรปต่อไปในอนาคต

สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบใหม่นี้ เนเธอร์แลนด์ได้จำแนกผลิตภัณฑ์เซรามิกที่ใช้สัมผัสอาหารออกเป็น กลุ่ม ตามลักษณะการใช้งานและความสามารถในการบรรจุอาหารหรือของเหลว พร้อมกำหนดค่าการแพร่สูงสุดของแคดเมียมและตะกั่ว ได้แก่

  1. สินค้าที่ไม่สามารถบรรจุของเหลวได้ หรือภาชนะที่บรรจุของเหลวได้แต่มีความลึกภายในไม่เกิน 25 มิลลิเมตร กำหนดค่าการแพร่ของแคดเมียมไว้ไม่เกิน 4 ไมโครกรัมต่อตารางเดซิเมตร และตะกั่วไม่เกิน 6 ไมโครกรัมต่อตารางเดซิเมตร

  2. ภาชนะเซรามิกที่สามารถบรรจุอาหารหรือของเหลวได้ เช่น ถ้วย ชาม แก้วน้ำ หรือภาชนะบรรจุทั่วไป ได้กำหนดค่าการแพร่ของแคดเมียมไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อลิตร และตะกั่วไม่เกิน 30 ไมโครกรัมต่อลิตร

  3. เครื่องครัว บรรจุภัณฑ์ และภาชนะสำหรับเก็บรักษาอาหารที่มีความจุมากกว่า 3 ลิตรขึ้นไป กำหนดค่าการแพร่ของแคดเมียมไม่เกิน ไมโครกรัมต่อลิตร และตะกั่วไม่เกิน 10 ไมโครกรัมต่อลิตร 

              นอกจากนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์เซรามิกที่มีฝาปิดเซรามิกแยกต่างหาก กฎระเบียบใหม่กำหนดให้การประเมินค่าการแพร่ของสารตะกั่วและแคดเมียมพิจารณาจากตัวภาชนะเป็นหลัก โดยไม่รวมฝาปิดเซรามิก ทั้งนี้ กฎระเบียบยังเปิดโอกาสให้มีการประเมินผลการทดสอบเพิ่มเติมในบางกรณี หากผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดสอบมีค่าการแพร่ของสารตะกั่วหรือแคดเมียมสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่ามาตรฐาน ผู้ประกอบการสามารถนำผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวกันที่มีรูปทรง ขนาด การตกแต่ง และชั้นเคลือบเหมือนกันมาทดสอบเพิ่มเติมอย่างน้อย ชิ้นได้ โดยหากผลการทดสอบเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด และไม่มีตัวอย่างใดมีค่าเกินเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 50 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังอาจได้รับการพิจารณาว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

นอกเหนือจากการกำหนดค่ามาตรฐานใหม่ที่เข้มงวดขึ้นแล้ว กฎระเบียบฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในการพิสูจน์ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนนำออกสู่ตลาด โดยผู้ประกอบการต้องสามารถแสดงให้เห็นว่าวัตถุดิบ สารเคลือบ และส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตไม่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของตะกั่วและแคดเมียมในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ในการประเมินความสอดคล้อง ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลจากวัตถุดิบ เอกสารรับรองจากซัพพลายเออร์ ผลการทดสอบวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะใกล้เคียง รวมถึงข้อมูลจากกระบวนการควบคุมคุณภาพภายในโรงงานเป็นหลักฐานประกอบได้ ทั้งนี้ โรงงานควรมีระบบควบคุมคุณภาพที่เหมาะสม ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การควบคุมกระบวนการผลิต ไปจนถึงการป้องกันการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการผลิต ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการอาจต้องจัดให้มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิคหรือผลการทดสอบเพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงความสอดคล้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อมีการร้องขอ

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎระเบียบนี้ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน 2569 พร้อมปรับปรุงรายละเอียดในร่างกฎหมายให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกฎระเบียบฉบับใหม่นี้ได้เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป แต่เพื่อลดผลกระทบและช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีก มีเวลาในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและเตรียมความพร้อม ทางเนเธอร์แลนด์จึงกำหนดมาตรการเปลี่ยนผ่าน โดยอนุญาตให้สินค้าเซรามิกสัมผัสอาหารที่ผลิตหรือนำเข้าสอดคล้องตามกฎหมายเดิม ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และถูกนำเข้าสู่ตลาดก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ยังคงสามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าในคลังจะหมด

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต. 

ในระยะต่อไป ผู้ประกอบการไทยควรติดตามพัฒนาการของกฎระเบียบด้านวัสดุสัมผัสอาหารของสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันหลายประเทศในยุโรปกำลังผลักดันการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน การควบคุมคุณภาพ และการจัดทำเอกสารประกอบที่ครบถ้วน จะช่วยลดความเสี่ยงทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคในตลาดยุโรปได้มากขึ้น

การยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของตลาดยุโรปไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและอุปสรรคทางการค้า แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคในตลาดยุโรป ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การผสานจุดเด่นด้านการออกแบบและงานหัตถกรรมของไทยเข้ากับมาตรฐานการผลิตที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเซรามิกไทยในตลาดยุโรปได้อย่างยั่งยืน

                                                

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

มิถุนายน 2569

 

June 2026 News 1 - เนเธอร์แลนด์ปรับเข้มมาตรฐานเซรามิกสัมผัสอาหาร.pdf
Share :
Instagram