
รายงาน Protein Monitor 2025 ของ Wageningen University & Research ระบุว่า ในปี 2568 ชาวเนเธอร์แลนด์บริโภคโปรตีนจากสัตว์คิดเป็น ร้อยละ 61 และโปรตีนจากพืช ร้อยละ 39 ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2567 และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2566 สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคโปรตีนจากพืชยังไม่ก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เป้าหมายของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ที่ต้องการปรับสัดส่วนการบริโภคโปรตีนจากพืชและโปรตีนจากสัตว์ให้เป็น 50:50 ภายในปี 2573 ยังคงมีความท้าทายอยู่มาก
เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ส่วนใหญ่ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายโปรตีนจากพืชเป็น ร้อยละ 60 ภายในปี 2573 และหลายแห่งตั้งเป้าหมายระยะกลางไว้ที่ ร้อยละ 50 ภายในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผลการประเมิน The Protein Tracker 2025 ซึ่งครอบคลุมซูเปอร์มาร์เก็ต 13 แห่ง พบว่า เป้าหมายระยะกลางดังกล่าวยังไม่สามารถบรรลุได้ โดยในปี 2568 สัดส่วนการจำหน่ายโปรตีนจากพืชเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 42.6 ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน และมีเพียง Ekoplaza และ Odin ที่สามารถบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ได้ก่อนกำหนด
แม้ว่าพฤติกรรมการบริโภคจะยังเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ผลสำรวจผู้บริโภคชาวดัตช์จำนวน 3,950 คน พบว่า ทัศนคติของผู้บริโภคต่ออาหารจากพืชกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีความตั้งใจเลือกบริโภคอาหารที่มีโปรตีนจากพืชเพิ่มขึ้น ขณะที่ความตั้งใจบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางประเภท เช่น นม ชีส และไข่ ลดลงเล็กน้อย นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมองว่าการรับประทานอาหารจากพืชเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปมากขึ้น และรู้สึกว่าการเลือกอาหารจากพืชทำได้ง่ายกว่าในอดีต
รายงานระบุว่า อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยังถูกจำกัด เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการเลือกซื้ออาหารยังสนับสนุนการบริโภคโปรตีนจากสัตว์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของสินค้า ราคา โปรโมชั่น และการจัดวางสินค้าในร้านค้า โดยสินค้าโปรตีนจากพืชมีสัดส่วนเพียง ร้อยละ 35 ของผลิตภัณฑ์โปรตีนที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่จำนวนผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์ยังมีมากกว่าสินค้าโปรตีนจากพืชถึง 7 เท่า นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ยังได้รับการส่งเสริมการขายมากกว่าอย่างชัดเจน โดยในปี 2568 ร้อยละ 76 ของรายการส่งเสริมการขายทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 56 ในปี 2567 แม้ว่าราคาเฉลี่ยของสินค้าโปรตีนจากพืชจะเริ่มต่ำกว่าสินค้าโปรตีนจากสัตว์แล้วก็ตาม แต่ในหลายกลุ่มสินค้า โปรตีนจากพืชยังไม่ใช่ตัวเลือกที่มีราคาต่ำที่สุด
ขณะเดียวกัน รายงานยังชี้ว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังเข้าใจว่าโปรตีนจากพืชหมายถึงเพียงผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์นม ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีแหล่งโปรตีนจากพืชอีกหลากหลายชนิด เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง เต้าหู้ เทมเป้ นักวิจัยจึงเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคโปรตีนจากพืชจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น หากภาครัฐและภาคธุรกิจร่วมกันปรับสภาพแวดล้อมทางอาหารให้เอื้อต่อการเลือกบริโภคมากขึ้น ทั้งการเพิ่มความหลากหลายของสินค้า การส่งเสริมการตลาด และการทำให้ราคาสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นในภาคบริการอาหารเช่นเดียวกัน โดยข้อมูลล่าสุดจาก ProVeg Nederland และ Green Protein Alliance ซึ่งจัดทำร่วมกับบริษัทผู้ให้บริการอาหาร (Catering) รายใหญ่ของประเทศ 5 แห่ง พบว่า สัดส่วนการจัดซื้อโปรตีนจากพืชในโรงอาหารของสถานประกอบการลดลงจาก ร้อยละ 42.8 เหลือร้อยละ 41.8 แม้จะลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ถือเป็นทิศทางที่สวนทางกับเป้าหมายของธุรกิจ Catering ที่ต้องการให้โปรตีนจากพืชมีสัดส่วนอย่างน้อย ร้อยละ 60 ภายในปี 2573
หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ Het Financieele Dagblad (FD) รายงานว่า ผู้ให้บริการอาหารและนายจ้างจำนวนมากพยายามเพิ่มทางเลือกของเมนูอาหารจากพืชในโรงอาหารของบริษัท โรงพยาบาล และสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการบางส่วนยังไม่ตอบรับแนวทางดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่ามีความพยายามชี้นำให้เลือกเมนูมังสวิรัติมากกว่าปกติ ส่งผลให้การเพิ่มสัดส่วนการบริโภคโปรตีนจากพืชยังเป็นไปอย่างจำกัด และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ และผลิตภัณฑ์นมยังคงมีสัดส่วนการจัดซื้อเพิ่มขึ้นในช่องทางบริการอาหาร
นาง Marleen Onwezen นักวิจัยจาก Wageningen Social & Economic Research กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคโปรตีนจากพืชไม่สามารถอาศัยเพียงการเพิ่มจำนวนสินค้าในตลาดเท่านั้น แต่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการปรับเปลี่ยนนโยบายภาครัฐ พฤติกรรมและความเคยชินของผู้บริโภค บรรทัดฐานทางสังคม ความรู้ด้านการประกอบอาหาร ตลอดจนการทำให้สินค้าโปรตีนจากพืชมีราคาที่เข้าถึงได้และหาซื้อได้สะดวกมากขึ้น จึงจะสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านและบรรลุเป้าหมายด้านระบบอาหารที่เนเธอร์แลนด์กำหนดไว้ได้
บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.
จากผลการศึกษาของ Protein Monitor 2025 และ The Protein Tracker 2025 การเปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคโปรตีนจากพืชในเนเธอร์แลนด์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยสัดส่วนการบริโภคโปรตีนจากพืชยังทรงตัวอยู่ที่ ร้อยละ 39 และยังห่างจากเป้าหมาย 50:50 ของรัฐบาลภายในปี 2573 อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจสะท้อนว่า ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่ออาหารจากพืชมากขึ้น โดยมองว่าเป็นทางเลือกที่พบเห็นได้ทั่วไป และมีความตั้งใจที่จะบริโภคเพิ่มขึ้น จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้พฤติกรรมการบริโภคจะยังเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ทัศนคติของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาดในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดยังถูกจำกัด เนื่องจากตลาดยังเอื้อต่อการบริโภคโปรตีนจากสัตว์มากกว่า ทั้งด้านความหลากหลายของสินค้า การส่งเสริมการขาย ราคา และการเข้าถึงสินค้า ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากภาคธุรกิจ Catering สะท้อนว่า การเพิ่มเมนูอาหารจากพืชหรือการรณรงค์เพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค หากสินค้าไม่สามารถตอบโจทย์ด้านรสชาติ คุณภาพ ราคา และความสะดวกในการบริโภค
สำหรับผู้ประกอบการไทย แนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค มากกว่าการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์โดยตรง โดยเฉพาะการนำเสนอวัตถุดิบ เครื่องปรุงรส และผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ช่วยเพิ่มรสชาติ ความหลากหลาย และความสะดวกในการประกอบเมนูจากพืช ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดเนเธอร์แลนด์ที่ให้ความสำคัญกับ รสชาติ คุณภาพ ราคา และความสะดวกในการบริโภค มากกว่าการสื่อสารด้านความยั่งยืนเพียงอย่างเดียว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก