fb
เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อประชาชนในปี 2026 ฟื้นตัวอย่างจำกัด

เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กำลังซื้อประชาชนในปี 2026 ฟื้นตัวอย่างจำกัด

โดย
Busara
ลงเมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2569 22:33
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
4

สำนักงานสถิติแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (Statistics Netherlands: CBS) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 1.9 ตลอดทั้งปี 2025 โดยตัวเลขการเติบโตประจำปีดังกล่าวได้รับปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ที่ GDP ขยายตัวร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประมาณการไว้ที่ร้อยละ 1.9 สูงกว่าปี 2024 ซึ่ง GDP ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.1 แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตต่อปีในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.0

CBS ระบุว่า ในภาพรวมตลอดทั้งปี การส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 ขณะที่การบริโภคภาครัฐเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันที่ร้อยละ 2.6 ส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบรายปี ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ซึ่งต่ำกว่าอัตราการขยายตัวของการส่งออก ส่งผลให้ดุลการค้ามีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงบวก นอกจากนี้ การลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5

สำหรับไตรมาสที่ 4 การส่งออกและการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยการส่งออกสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.6 ทำให้ดุลการค้ามีบทบาทสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน การบริโภคภาครัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 จากการใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและค่าจ้างแรงงาน ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 โดยมีการใช้จ่ายด้านอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.1

ธนาคารกลางยังระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากความผันผวนของการค้าโลกน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศหลายฉบับช่วยลดแรงกดดันด้านภาษีและข้อจำกัดทางการค้า ส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนการผลิตและการลงทุนได้ชัดเจนขึ้น

ในช่วงปีถัดไป อัตราการเติบโตมีแนวโน้มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารกลางคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์จะขยายตัวร้อยละ 1.2 ในปี 2026 และร้อยละ 1.1 ในปี 2027 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าประมาณการเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ

ในส่วนของเงินเฟ้อ แนวโน้มระดับราคาของเนเธอร์แลนด์อยู่ในช่วงขาลง จากร้อยละ 3.0 ในปี 2025 เหลือร้อยละ 2.4 ในปี 2026 และร้อยละ 2.3 ในปี 2027 แม้ยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในเขตยูโรโซน โดยการชะลอตัวดังกล่าวช่วยให้รายได้ที่แท้จริงของประชาชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าจ้างเฉลี่ยยังคงปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาสินค้าและบริการ

ในด้านการใช้จ่ายของครัวเรือน ธนาคารกลางประเมินว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าจ้างจะช่วยสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศให้ขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าประชาชนจำนวนมากยังคงออมเงินในระดับสูงเพื่อชำระหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและเตรียมการซื้อบ้าน ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 ในปี 2025 ก่อนจะชะลอลงในช่วงถัดไป โดยราคาบ้านยังคงปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของครัวเรือน ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนเพิ่มขึ้นในอัตราที่จำกัด

ด้านการคลัง รัฐบาลเนเธอร์แลนด์คาดการณ์ว่าการขาดดุลงบประมาณจะอยู่ที่ร้อยละ 1.9 ของ GDP ในปี 2025 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.9 ในปี 2026 สะท้อนถึงการใช้จ่ายภาครัฐในระดับสูงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่หนี้สาธารณะต่อ GDP มีแนวโน้มเพิ่มจากร้อยละ 45.2 ในปี 2025 เป็นร้อยละ 48.2 ในปี 2027 แม้ยังอยู่ในระดับที่สหภาพยุโรปกำหนด แต่ก็สะท้อนแรงกดดันทางการคลังในระยะยาว

Olaf Sleijpen ประธานธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ระบุว่าเศรษฐกิจของประเทศได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมของภาคธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้า ซึ่งช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการแก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ข้อจำกัดของระบบพลังงาน และประสิทธิภาพในการผลิต

ขณะเดียวกัน รายงานของธนาคารกลางยังได้ประเมินสถานการณ์ทางเลือก หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและประชาชนส่งผลให้การลงทุนและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศในระยะยาว ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์อาจเติบโตได้ราวร้อยละ 1.6 ในปี 2026 และ 2027 ซึ่งสูงกว่าประมาณการปัจจุบัน

ในอีกด้านหนึ่ง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์จะปรับตัวดีขึ้น แต่ข้อมูลจากสถาบันงบประมาณครัวเรือนเนเธอร์แลนด์ (Nibud) ชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้อของประชาชนในปี 2026 จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยกำลังซื้อเฉลี่ยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 จากเดิมที่ประเมินไว้ร้อยละ 1.3 ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของค่าจ้างที่เริ่มชะลอลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง

ปัจจุบันคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของค่าจ้างเฉลี่ยจะอยู่ที่ร้อยละ 3.7 ลดลงจากประมาณการก่อนหน้า ที่ร้อยละ 4.2 แต่ยังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ สะท้อนว่ารายได้ของประชาชนยังเพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะช่วยพยุงกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายให้ขยายตัวอย่างชัดเจน โดย Nibud ระบุว่า ครัวเรือนจะมีเงินสำหรับใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 40 ยูโรต่อเดือน ซึ่งแม้จะช่วยให้สถานะทางการเงินดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังถือว่าเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อกำลังซื้อแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มประชากร ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำมีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากกว่า โดยกำลังซื้อคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ จากการปรับเพิ่มเครดิตภาษีแรงงาน กลุ่มดังกล่าวมักทำงานพาร์ทไทม์ที่มีค่าจ้างต่ำและมีความไม่มั่นคงสูง

ในส่วนของผู้รับบำนาญ คาดการณ์ว่าจะได้รับประโยชน์เช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบของระบบบำนาญ ผู้เกษียณอายุที่อยู่ในระบบบำนาญเดิมและมีเงินบำนาญเสริมคาดการณ์ว่ากำลังซื้อจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 1.1 ขณะที่ผู้ที่เข้าสู่ระบบบำนาญใหม่ตั้งแต่ต้นปีมีแนวโน้มได้รับผลประโยชน์มากกว่า เนื่องจากกองทุนสามารถนำเงินสำรองบางส่วนมาจ่ายให้ผู้รับบำนาญได้

ในทางกลับกัน ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีลูกจ้าง หรือกลุ่ม zzp’ers คาดการณ์ว่าจะไม่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากการปรับลดสิทธิประโยชน์ทางภาษี ส่งผลให้รายได้สุทธิของบางรายทรงตัว

Nibud เตือนว่า ตัวเลขกำลังซื้อเฉลี่ยอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ทางการเงินที่แท้จริงของครัวเรือนทั้งหมด เนื่องจากบางกลุ่มได้รับประโยชน์มากกว่าขณะที่บางกลุ่มยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ การประเมินดังกล่าวยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลกอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งหากเกิดการปรับขึ้นอย่างกะทันหันจะส่งผลให้กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแทบไม่เหลืออยู่ โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้คงที่ซึ่งอาจเผชิญภาระมากขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ Nibud จึงแนะนำให้ประชาชนวางแผนและประเมินสถานะทางการเงินของตนเองสำหรับปี 2026 อย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่

 

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต. 

 

เศรษฐกิจเนเธอร์แลนด์ในปี 2025 ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ เป็นผลมาจากการขยายตัวของการค้าโลกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้จะยังมีความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตในช่วงต่อไปมีทิศทางชะลอลง สะท้อนข้อจำกัดของเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และกำลังการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการขยายตัวในระยะกลาง

แม้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่กำลังซื้อของประชาชนยังเพิ่มขึ้นในอัตราที่จำกัด เนื่องจากการปรับขึ้นค่าจ้างเริ่มชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ทำให้ครัวเรือนจำนวนมากยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย โดยให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายจำเป็นมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวในอัตราปานกลางและยังไม่กลับสู่ระดับสูงเช่นในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตในระดับหนึ่งช่วยสนับสนุนการค้าและการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบ และสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของกำลังซื้อที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับภาระค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง อาจจำกัดการขยายตัวของตลาดผู้บริโภคในบางกลุ่ม ทำให้ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายภาครัฐในด้านสาธารณสุข สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปสู่ความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น plant-based food, functional food

สำหรับตลาดผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ แนวโน้มการเลือกซื้อสินค้ายังคงเน้นความคุ้มค่า คุณภาพ และความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีที่มาชัดเจน ผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสินค้าที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของตลาดยุโรปในปัจจุบัน

ผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์เข้าสู่ตลาดเนเธอร์แลนด์ควรปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคา ตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและผู้บริโภค นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารจุดเด่นของสินค้า เช่น ความยั่งยืน ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาดเนเธอร์แลนด์และยุโรปในระยะยาว

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

Share :
Instagram