fb
Albert Heijn จับมือแบรนด์ชั้นนำเปิดแคมเปญ “B Corp” ส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในเนเธอร์แลนด์

Albert Heijn จับมือแบรนด์ชั้นนำเปิดแคมเปญ “B Corp” ส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในเนเธอร์แลนด์

โดย
Busara
ลงเมื่อ 26 สิงหาคม 2568 15:00
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
54

Albert Heijn ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ร่วมกับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ชั้นนำ (A-brand) หลายราย เปิดตัวแคมเปญ “Leder B’tje Helpt” หรือ “Every Little B Helps” เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน B Corp และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากบริษัทที่ได้รับการรับรอง B Corp มากขึ้น

Albert Heijn ได้รับการรับรองสถานะ B Corp ตั้งแต่ปลายปี 2024 และเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกของโลกที่ได้รับการรับรองนี้ การรับรอง B Corp มอบให้โดย B Lab ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร แก่ธุรกิจหรือบริษัทที่ปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับสูง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบสูง การได้การรับรอง B Corp เมื่อปีที่แล้วทำให้ Albert Heijn ได้เข้าร่วมเครือข่ายระดับโลกของบริษัทกว่า 9,500 แห่งทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบเชิงบวก และมุ่งสร้างผลประกอบการควบคู่ไปกับผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายได้รับการรับรอง B Corp แล้ว อาทิ Tony’s Chocolonely, Hak, Spa, Alpro, Bonduelle และ Clipper ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในตลาดเนเธอร์แลนด์ ที่ชั้นวางสินค้าของแบรนด์ที่ได้รับการรับรอง B Corp ที่เข้าร่วมแคมเปญกับ Albert Heijn จะมี QR Code เพื่อให้ลูกค้าสามารถสแกน QR Code เพื่อเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของบริษัทที่มีต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคม นอกจากนี้ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Albert Heijn สาขาขนาดใหญ่ที่สุด 40 แห่งในเนเธอร์แลนด์ ยังจัดให้มีการทดลองชิมสินค้าจากแคมเปญนี้ได้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลองลิ้มรสผลิตภัณฑ์ของจากแคมเปญ B Corp และ Albert Heijn ยังได้เปิดร้านค้า “B Corp Pop-Up Store” ที่ศูนย์การค้า Gelderlandplein ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เพื่อให้ลูกค้าสามารถสำรวจแบรนด์สินค้าต่างๆ ของ B Corp และทำความรู้จักกับแบรนด์และการรับรอง B Corp ได้มากขึ้น

Nienke Tjerkstra ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืนและสุขภาพของ Albert Heijn กล่าวว่า แคมเปญ “Leder B’tje Helpt” ที่ริเริ่มร่วมกับพันธมิตรครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ B Corp ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอย่างมีจิตสำนึกต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมมากขึ้นด้วย โดยการแสดงให้เห็นอย่างโปร่งใสว่าแบรนด์ที่ได้รับการรับรอง B Corp มีวิธีดำเนินธุรกิจที่มีส่วนช่วยผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างไร ทำให้ทางเลือกเพื่อการสร้างผลกระทบเชิงบวกเป็นเรื่องง่ายขึ้น Nienke Tjerkstra ยังระบุว่า สิ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือภายในห่วงโซ่อุปทานที่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การจะได้รับการรับรอง B Corp องค์กรจะต้องผ่านการประเมินที่ครอบคลุมโดย B Lab ซึ่งจะประเมินผลกระทบของบริษัทในทุกมิติการดำเนินงาน รวมถึงแนวปฏิบัติด้านการจ้างงานที่ดี การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสวัสดิภาพแรงงาน สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายและการมีส่วนร่วม ตลอดจนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ บริษัทที่ได้รับการรับรอง B Corp ยังกำหนดไว้ในข้อบังคับว่าต้องพิจารณาและคำนึงถึงผลกระทบของทางเลือกที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น การรับรอง B Corp จะมีการประเมินเพื่อต่ออายุการรับรองทุกๆ 3 ปี เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงมีการพัฒนาในด้านเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การได้รับตรา B Corp จึงมิใช่จุดสิ้นสุด หากแต่เป็นการแสดงความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างต่อเนื่องต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคม ตามเจตนารมณ์ของมาตรฐานนี้

 

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.

การผลักดันแคมเปญ B Corp ของ Albert Heijn สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของตลาดเนเธอร์แลนด์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมในภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์รุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับจุดยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์สินค้าไม่น้อยไปกว่าเรื่องของราคาและคุณภาพสินค้า การบริโภคอย่างมีจริยธรรมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคจะพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไม่เพียงจากคุณภาพและราคาของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงจุดยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทผู้ผลิตด้วย

ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ควรพิจารณาปรับแนวทางธุรกิจให้สอดรับกับแนวโน้มและมาตรฐานความยั่งยืนที่กำลังเป็นกระแสเหล่านี้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย การนำแนวปฏิบัติที่รับผิดชอบต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมมาใช้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน เช่น การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลสวัสดิภาพแรงงาน และการตอบแทนคืนสู่สังคม รวมถึงการได้รับมาตรฐานหรือการรับรองระดับสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือแม้แต่การพิจารณามุ่งสู่การเป็นองค์กร B Corp หากมีความพร้อม จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสินค้าแบรนด์ไทยในสายตาของผู้บริโภคและคู่ค้าต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ นอกจากนี้ การสื่อสารอย่างจริงใจในแนวปฏิบัติเหล่านี้ถึงผู้บริโภคจะช่วยให้แบรนด์สินค้าไทยสามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ที่สนับสนุนธุรกิจที่มีแนวปฏิบัติที่มีจริยธรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ในระยะยาวอีกด้วย

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

 

Share :
Instagram