
เนเธอร์แลนด์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัญหาไนโตรเจนในภาคเกษตรและปศุสัตว์ แม้ข้อมูลล่าสุดจะชี้ว่าในปี 2025 ปริมาณไนโตรเจนจากมูลปศุสัตว์ลดลงจนอยู่ต่ำกว่าเพดานการปล่อยที่รัฐบาลกำหนดเป็นครั้งแรก แต่ปริมาณฟอสเฟตยังคงสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สะท้อนว่าประเทศยังต้องเดินหน้าปรับโครงสร้างภาคปศุสัตว์และยกระดับการจัดการสารอาหารจากมูลสัตว์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นและความพยายามในการฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติที่เปราะบาง
สำนักงานสถิติเนเธอร์แลนด์ (CBS) รายงานว่า ในปี 2025 ปริมาณไนโตรเจนจากมูลปศุสัตว์อยู่ที่ประมาณ 439.5 ล้านกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 2 จากปี 2024 และอยู่ต่ำกว่าเพดานการปล่อยไนโตรเจนที่กำหนดไว้ที่ 440 ล้านกิโลกรัม ขณะที่ปริมาณฟอสเฟตลดลงเช่นกัน เหลือประมาณ 141.5 ล้านกิโลกรัม แต่ยังสูงกว่าเพดานที่กำหนดไว้ที่ 135 ล้านกิโลกรัม จึงสะท้อนว่าภาคปศุสัตว์ของเนเธอร์แลนด์ยังต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดการปล่อยฟอสเฟตให้เป็นไปตามข้อกำหนด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคปศุสัตว์ของเนเธอร์แลนด์มีความคืบหน้าในการลดการปล่อยไนโตรเจน โดยสามารถลดปริมาณไนโตรเจนจากมูลสัตว์ลงจนอยู่ต่ำกว่าเพดานที่กำหนดสำหรับปี 2025 ได้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณฟอสเฟตยังคงสูงกว่าเพดานที่กำหนด สะท้อนว่าการจัดการมูลสัตว์และการควบคุมสารอาหารส่วนเกินยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศที่มีการผลิตปศุสัตว์เข้มข้นและมีความหนาแน่นของสัตว์เลี้ยงสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่ของประเทศ
เมื่อพิจารณาแนวโน้มในระยะยาว ข้อมูลของ CBS ระบุว่า ปริมาณไนโตรเจนจากมูลปศุสัตว์ลดลงจากกว่า 497 ล้านกิโลกรัมในปี 2015 เหลือ 439.5 ล้านกิโลกรัมในปี 2025 ขณะที่ปริมาณฟอสเฟตลดลงจากประมาณ 180 ล้านกิโลกรัม เหลือ 141.5 ล้านกิโลกรัมในช่วงเวลาเดียวกัน การลดลงดังกล่าวเป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ การลดจำนวนปศุสัตว์ โดยเฉพาะโคนม สุกร และสัตว์ปีก การใช้อาหารสัตว์ที่มีปริมาณไนโตรเจนต่ำลง รวมถึงมาตรการของภาครัฐที่มุ่งลดการปล่อยสารอาหารจากภาคปศุสัตว์
ภาคโคนมยังคงเป็นแหล่งกำเนิดไนโตรเจนและฟอสเฟตจากมูลปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ โดยในปี 2025 การปล่อยไนโตรเจนจากกลุ่มโคอยู่ที่ประมาณ 292 ล้านกิโลกรัม ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยการลดลงส่วนใหญ่มาจากจำนวนโคนมที่ลดลงและการใช้อาหารสัตว์ที่มีปริมาณไนโตรเจนต่ำลง ขณะที่ด้านฟอสเฟต ภาคโคนมยังคงมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณฟอสเฟตจากมูลปศุสัตว์ทั้งหมด จึงยังเป็นภาคส่วนสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการลดการปล่อยมลพิษ
ปัญหาไนโตรเจนเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่เนเธอร์แลนด์เผชิญมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไนโตรเจนจากภาคปศุสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของก๊าซแอมโมเนีย (NH₃) ซึ่งเมื่อปล่อยสู่บรรยากาศจะตกสะสมในดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ Natura 2000 ซึ่งเป็นเครือข่ายพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติของสหภาพยุโรปที่มีระบบนิเวศเปราะบาง การสะสมของไนโตรเจนในระดับสูงทำให้พืชที่ชอบสภาพแวดล้อมที่มีสารอาหารสูงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเบียดบังพืชพื้นถิ่นที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีสารอาหารต่ำ ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงและคุณภาพของระบบนิเวศเสื่อมโทรม
นอกจากนี้ ปัญหาไนโตรเจนของเนเธอร์แลนด์ไม่ได้เกิดจากภาคเกษตรเพียงอย่างเดียว รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) มีแหล่งกำเนิดหลักจากภาคคมนาคม การขนส่ง อุตสาหกรรม และการผลิตพลังงาน ขณะที่ก๊าซแอมโมเนีย (NH₃) ส่วนใหญ่มาจากมูลปศุสัตว์และการใช้ปุ๋ยในภาคเกษตร เมื่อสารเหล่านี้ถูกปล่อยสู่บรรยากาศ จะเกิดการตกสะสมของไนโตรเจนลงสู่ดิน แหล่งน้ำ และพื้นที่ธรรมชาติ ส่งผลให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรมและความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จึงดำเนินนโยบายลดการปล่อยไนโตรเจนในหลายภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคม และการก่อสร้าง โดยมุ่งลดการตกสะสมของไนโตรเจนในพื้นที่ Natura 2000 และฟื้นฟูระบบนิเวศในระยะยาว มาตรการสำคัญครอบคลุมการส่งเสริมเทคโนโลยีลดการปล่อยมลพิษ การปรับปรุงการจัดการมูลสัตว์ การฟื้นฟูธรรมชาติในระดับพื้นที่ และโครงการสมัครใจเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการลดหรือยุติการดำเนินกิจการในพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง
ล่าสุด รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้เห็นชอบมาตรการลดไนโตรเจนเพิ่มเติม มุ่งเน้นพื้นที่รอบ Natura 2000 ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเปราะบาง ฟาร์มและกิจการที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ดังกล่าวอาจต้องลดการปล่อยไนโตรเจนผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีลดการปล่อยมลพิษ การลดจำนวนปศุสัตว์ การปรับปรุงการจัดการมูลสัตว์ การย้ายสถานประกอบการ หรือในบางกรณีอาจเข้าร่วมโครงการยุติกิจการโดยสมัครใจตามเงื่อนไขของภาครัฐ
นอกจากนี้ ปัญหาไนโตรเจนยังมีลักษณะข้ามพรมแดน เนื่องจากมลพิษทางอากาศสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศได้ ทำให้การลดการตกสะสมของไนโตรเจนต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อให้การฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.
มาตรการควบคุมไนโตรเจนของเนเธอร์แลนด์สะท้อนให้เห็นว่า ภาคเกษตรและปศุสัตว์ของยุโรปกำลังเผชิญข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากการปล่อยไนโตรเจนและฟอสเฟตจากมูลสัตว์ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ที่ดิน จำนวนปศุสัตว์ วิธีการผลิต และการจัดการของเสียในภาคฟาร์ม
แม้ตัวเลขไนโตรเจนจากมูลปศุสัตว์ของเนเธอร์แลนด์ในปี 2025 จะลดลงจนอยู่ต่ำกว่าเพดานที่กำหนด แต่การที่ปริมาณฟอสเฟตยังสูงกว่าเกณฑ์สะท้อนว่า ภาคปศุสัตว์ยังต้องดำเนินมาตรการปรับตัวต่อไป ทั้งการปรับปรุงการจัดการฟาร์ม การจัดการมูลสัตว์ และการใช้อาหารสัตว์ที่ช่วยลดการปล่อยไนโตรเจน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตเพิ่มสูงขึ้น
การดำเนินการของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์สะท้อนทิศทางของตลาดยุโรปที่ให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามพัฒนาการของกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืน การตรวจสอบย้อนกลับ และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้นำเข้าในระยะยาว
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก
กรกฎาคม 2569