fb
ผู้บริโภคดัตช์สนใจอาหารที่มีไฟเบอร์ เปิดโอกาสสินค้าเพื่อสุขภาพ

ผู้บริโภคดัตช์สนใจอาหารที่มีไฟเบอร์ เปิดโอกาสสินค้าเพื่อสุขภาพ

โดย
Busara
ลงเมื่อ 02 กันยายน 2569 15:00
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
3

ความสนใจของผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ต่ออาหารที่มีใยอาหาร หรือ ไฟเบอร์ กำลังเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสนใจเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยเฉพาะเท่านั้น แต่ยังมองหาใยอาหารจากอาหารที่คุ้นเคยและรับประทานเป็นประจำ เช่น ขนมปัง ผลไม้ พาสต้าจากธัญพืช และซีเรียลบาร์ แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหารในรูปแบบที่รับประทานสะดวกและสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

ผลการศึกษาของ NielsenIQ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 พบว่า นับตั้งแต่ปี 2564 จำนวนการค้นหาคำว่า “ใยอาหาร” (vezels) ในเนเธอร์แลนด์เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ขณะที่การค้นหาคำว่า “ควรบริโภคใยอาหารเท่าใด” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 170 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริโภคไม่เพียงสนใจประโยชน์ของใยอาหาร แต่ยังต้องการทราบปริมาณที่เหมาะสมต่อการบริโภคในแต่ละวัน ผลการศึกษานี้มาจากการสำรวจผู้บริโภคชาวดัตช์จำนวน 10,669 คนในเดือนมิถุนายน 2569 ประกอบกับการวิเคราะห์ข้อมูล Google Trends และข้อมูลค้าปลีกจากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยาในเนเธอร์แลนด์

ผลสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 27 ให้ความสนใจต่อปริมาณใยอาหารระหว่างเลือกซื้อสินค้าในระดับปานกลางถึงมาก โดยผู้หญิงให้ความสนใจในสัดส่วนร้อยละ 31 สูงกว่าผู้ชายซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 22 นอกจากนี้ ผู้บริโภคประมาณ 1 ใน 4 คาดว่าจะบริโภคสินค้าที่เพิ่มใยอาหารบ่อยขึ้นในอนาคต ความสนใจดังกล่าวเห็นได้ชัดที่สุดในกลุ่มอายุ 13–24 ปี โดยร้อยละ 31 คาดว่าจะเลือกซื้อสินค้าที่เพิ่มใยอาหารบ่อยขึ้น เทียบกับร้อยละ 17 ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ความสนใจต่อแหล่งใยอาหารแตกต่างกันไปตามช่วงวัย โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังต้องการได้รับใยอาหารจากอาหารที่คุ้นเคยและรับประทานเป็นประจำ ขนมปังที่มีใยอาหารสูงได้รับความนิยมมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 57 รองลงมา ได้แก่ ผลไม้ร้อยละ 54 และพาสต้าจากธัญพืชร้อยละ 53 ผู้บริโภคสูงอายุนิยมบริโภคขนมปัง ผลไม้ ผัก และพืชตระกูลถั่วค่อนข้างมาก ขณะที่คนรุ่นใหม่สนใจซีเรียลบาร์และอาหารว่างประเภทอื่นมากกว่า นอกจากนี้ สินค้าที่มีรูปแบบการรับประทานที่สะดวกมีแนวโน้มสอดคล้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารว่างของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างมื้อกลางวันกับมื้อเย็น

ความสนใจดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ประชากรเนเธอร์แลนด์ยังได้รับใยอาหารต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำ ผลสำรวจการบริโภคอาหารแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ช่วงปี 2562–2564 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือ RIVM พบว่า ประชากรเนเธอร์แลนด์ได้รับใยอาหารเฉลี่ย 21 กรัมต่อวัน โดยผู้ชายได้รับเฉลี่ย 23 กรัม และผู้หญิงได้รับเฉลี่ย 18 กรัมต่อวัน ขณะที่แนวทางโภชนาการของเนเธอร์แลนด์แนะนำให้ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ได้รับใยอาหารอย่างน้อย 24 กรัมต่อวัน และผู้ชายวัยผู้ใหญ่อย่างน้อย 30 กรัมต่อวัน โดยแนะนำให้บริโภคอาหารที่เป็นแหล่งใยอาหารอย่างหลากหลาย เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว มันฝรั่ง และถั่วเปลือกแข็ง เนื่องจากอาหารแต่ละชนิดมีใยอาหารประเภทและคุณสมบัติแตกต่างกัน

ผลสำรวจยังพบความแตกต่างตามระดับการศึกษา โดยผู้ใหญ่ที่มีการศึกษาระดับสูงได้รับใยอาหารเฉลี่ย 23 กรัมต่อวัน สูงกว่าผู้ใหญ่ที่มีการศึกษาระดับต่ำซึ่งได้รับเฉลี่ย 20 กรัมต่อวัน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การส่งเสริมการบริโภคใยอาหารควรครอบคลุมผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ควรรับประทานง่าย มีราคาเหมาะสม และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารในชีวิตประจำวันได้

สำหรับแหล่งใยอาหารในอาหารของชาวดัตช์ กลุ่มขนมปัง ธัญพืช ข้าว และพาสต้า มีสัดส่วนรวมกันถึงร้อยละ 41 ของใยอาหารที่ได้รับทั้งหมด รองลงมา คือ ผลไม้ ถั่วเปลือกแข็ง และมะกอก ร้อยละ 16 และผัก ร้อยละ 15 ข้อมูลนี้สอดคล้องกับผลการศึกษาของ NielsenIQ ที่พบว่า ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับการได้รับใยอาหารจากอาหารที่คุ้นเคยและรับประทานเป็นประจำ เช่น ขนมปัง ผลไม้ และพาสต้าธัญพืช มากกว่าการพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ผลสำรวจของ NielsenIQ ยังพบว่า ข้อมูลสินค้า ณ จุดจำหน่ายมีบทบาทต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค โดยร้อยละ 40 ระบุว่า ผู้บริโภคนิยมเปรียบเทียบสินค้าต่าง ๆ ระหว่างเลือกซื้อในร้านค้าหรือทางออนไลน์ ขณะที่มีเพียงร้อยละ ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งข้อมูล และร้อยละ 18 อ้างอิง Schijf van Vijf ซึ่งเป็นแนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของเนเธอร์แลนด์

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การแสดงข้อมูลเกี่ยวกับใยอาหารบนบรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจน เพิ่มการมองเห็นสินค้าในบริเวณจำหน่ายอาหารเช้าและอาหารว่าง รวมถึงรูปแบบสินค้าที่เปิดรับประทานง่ายและพกพาสะดวก มีโอกาสส่งผลต่อการตัดสินใจมากกว่าการสื่อสารตามกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งใยอาหารและโปรตีนเป็นอีกกลุ่มที่มีศักยภาพ เนื่องจากผู้ผลิตเริ่มนำจุดขายด้านใยอาหารและโปรตีนมาใช้ร่วมกันในอาหารหลายประเภทมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับใยอาหารบนบรรจุภัณฑ์ต้องแสดงคุณสมบัติของสินค้าอย่างถูกต้อง และไม่ควรทำให้ผู้บริโภคมองข้ามคุณค่าทางโภชนาการด้านอื่น ในเดือนสิงหาคม 2569 สมาคมผู้บริโภคแห่งเนเธอร์แลนด์ หรือ Consumentenbond รายงานว่า พบสินค้ากว่า 100 รายการในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้ข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับใยอาหารในลักษณะที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าความเป็นจริง

Consumentenbond พบปัญหาสำคัญ ประการ ได้แก่ สินค้าบางชนิดมีใยอาหารเพียงพอตามเกณฑ์ต่อ 100 กรัม แต่ให้ใยอาหารเพียงเล็กน้อยเมื่อคำนวณตามปริมาณที่รับประทานจริง สินค้าบางชนิดนำปริมาณใยอาหารก่อนเตรียม/ปรุงมาประกอบการกล่าวอ้าง ทั้งที่หลังเตรียม/ปรุงแล้วอาจมีใยอาหารไม่ถึงเกณฑ์ และขนมหรือเครื่องดื่มบางรายการแม้มีใยอาหารตามเกณฑ์ แต่มีน้ำตาลสูง ดังนั้น Consumentenbond จึงแนะนำให้ผู้บริโภคไม่พิจารณาเฉพาะข้อความด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ แต่ควรตรวจสอบปริมาณใยอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภคและหลังการเตรียม/ปรุง รวมถึงพิจารณาคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ

นอกจากนี้ ตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการกล่าวอ้างทางโภชนาการและสุขภาพ หรือ Regulation (EC) No 1924/2006 ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ข้อความว่า “เป็นแหล่งของใยอาหาร” (source of fibre) ต้องมีใยอาหารอย่างน้อย กรัมต่อ 100 กรัม หรือ 1.5 กรัมต่อ 100 กิโลแคลอรี ส่วนข้อความว่า “ใยอาหารสูง” (high fibre) ใช้ได้เมื่อผลิตภัณฑ์มีใยอาหารอย่างน้อย กรัมต่อ 100 กรัม หรือ กรัมต่อ 100 กิโลแคลอรี

 

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.

ความสนใจต่อการบริโภคอาหารที่มีใยอาหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับประชากรเนเธอร์แลนด์ยังได้รับใยอาหารเฉลี่ยต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำ เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหารที่มีรสชาติดี รับประทานสะดวก และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ได้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการไทย ข้าวและธัญพืช ถั่วชนิดต่าง ๆ เมล็ดพืช และผลไม้ สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับแนวโน้มดังกล่าวได้ เช่น กราโนลาจากข้าวไทย ซีเรียลบาร์ ขนมอบหรือขนมขบเคี้ยวจากข้าวกล้องและข้าวสี ขนมจากถั่วและเมล็ดพืช ตลอดจนผลไม้อบแห้งที่ไม่เติมน้ำตาล อย่างไรก็ตาม การผลิตจากวัตถุดิบเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะมีใยอาหารสูงเสมอไป ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบปริมาณใยอาหารด้วยผลวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้ก่อนใช้ข้อความกล่าวอ้างบนฉลาก

นอกจากปริมาณใยอาหารแล้ว สินค้าไทยควรมีคุณค่าทางโภชนาการโดยรวมที่เหมาะสม และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้พกพาและรับประทานได้สะดวก พร้อมแสดงข้อมูลอย่างชัดเจนและใช้ข้อความกล่าวอ้างให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ขณะเดียวกันควรควบคุมปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน เพื่อให้จุดขายด้านใยอาหารสอดคล้องกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยรวม

 

                                                

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

กันยายน  2569

Sep2026 News 3- ใยอาหาร.pdf
Share :
Instagram