fb
สมาร์ตโฟนเก่าหลายล้านเครื่องควรเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
โดย
Busara
ลงเมื่อ 16 กันยายน 2568 21:30
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
25

สำนักงานข่าว NOS Nieuws ของเนเธอร์แลนด์ รายงานว่า ปัจจุบันมีสมาร์ตโฟนจำนวนมหาศาลถูกเก็บสะสมไว้โดยไม่ได้ใช้งาน ไม่ว่าจะในลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้า หรือแม้แต่ใต้เตียง จากผลการศึกษาวิจัยที่จัดทำโดยสถาบัน Fraunhofer Austria ภายใต้การว่าจ้างของบริษัท Refurbed พบว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์เพียงประเทศเดียวมีสมาร์ตโฟนเก่ามากกว่า 27 ล้านเครื่องที่ถูกเก็บไว้ในครัวเรือนโดยไม่ถูกนำมาใช้งานอีกต่อไป ซึ่งอุปกรณ์สมาร์ตโฟนเหล่านี้ยังคงมีวัตถุดิบมีค่ามากมาย ในขณะที่ระดับทวีปยุโรปมีจำนวนสมาร์ตโฟนเก่ารวมทั้งสิ้นกว่า 642 ล้านเครื่อง แต่มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ยังถูกเก็บไว้เป็นเครื่องสำรองหรือถูกทิ้งไว้เนื่องจากเจ้าของไม่ประสงค์จะซ่อมแซม ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (CBS) แสดงให้เห็นว่าเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีเพียงร้อยละ 14 ของชาวดัตช์ที่นำสมาร์ตโฟนเก่าไปรีไซเคิล ขณะที่มากกว่าครึ่งยังคงเก็บอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ที่บ้าน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากไม่นำสมาร์ตโฟนเก่าเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลมาจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากเกรงว่าข้อมูลส่วนบุคคลอาจไม่ได้ถูกลบออกอย่างสมบูรณ์ จึงเลือกเก็บโทรศัพท์สมาร์ตโฟนไว้แม้จะไม่ได้ใช้งานแล้วก็ตาม นาง Sharda Balgobind โฆษกของ Refurbed กล่าวว่าผู้บริโภคหลายรายมีความกังลวลเรื่องข้อมูลในโทรศัพท์และความเป็นส่วนตัวว่าจะไม่ปลอดภัยจึงไม่ยอมส่งคือโทรศัพท์สมาร์ตโฟนเครื่องเก่าเพื่อทำการรีไซเคิล ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โทรศัพท์ที่ไม่ได้ใช้งานก็เป็นเพียงสิ่งของที่ถูกเก็บสะสมฝุ่น ทั้งที่ยังคงมีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากผู้ใช้กังวลเรื่องข้อมูลในโทรศัพท์ก็สามารถทำการรีเซ็ตเครื่องให้เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานก่อนทำการส่งคืนเพื่อนำไปรีไซเคิลได้

สมาร์ตโฟนเก่าเหล่านี้มีวัตถุดิบที่มีค่ามากมาย เช่น ทองคำ ดีบุก และโคบอลต์ แม้ว่าสมาร์ตโฟนแต่ละเครื่องจะประกอบด้วยแร่ธาตุหรือวัตถุดิบมีค่าในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่เมื่อรวมจำนวนหลายร้อยล้านเครื่อง วัตถุดิบมีค่าเหล่านี้จะมีมูลค่ามหาศาล โดยผลการวิจัยดังกล่าวประเมินว่า สมาร์ตโฟนเก่าที่ถูกเก็บไว้ในเนเธอร์แลนด์มีมูลค่ารวมสูงถึง 44.5 ล้านยูโร และหากรวมทั้งยุโรปจะมีมูลค่าสูงถึง 1.1 พันล้านยูโร นาง Sharda Balgobind กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาร์ตโฟนเหล่านี้เปรียบเสมือนเหมืองทองคำที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว และโลหะทองคำที่สกัดได้นั้นสามารถนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับ เช่น แหวนแต่งงาน ได้เป็นจำนวนมาก

Refurbed จึงแนะนำให้นำสมาร์ตโฟนที่มีอายุมากกว่า 3 ปีส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ขณะที่โทรศัพท์ที่ใหม่กว่านั้นยังสามารถจะนำไปซ่อมแซม ปรับสภาพ หรือ Refurbished เพื่อจำหน่ายต่อได้ แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ทรัพยากรหมุนเวียนกลับเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต หากยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในการส่งคืนโทรศัพท์ที่หมดอายุการใช้งาน

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.

ปัญหาสมาร์ตโฟนเก่าที่ไม่ได้ใช้งานและถูกเก็บสะสมไว้ในครัวเรือนจำนวนมากในยุโรปได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ยังคงมีทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง เช่น ทองคำ ดีบุก และโคบอลต์ ซึ่งหากไม่ได้ถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิตจะเป็นการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การผลักดันให้ผู้บริโภคนำสมาร์ตโฟนที่หมดอายุการใช้งานเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจึงถือเป็นแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ของสหภาพยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน European Green Deal ที่มุ่งลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มการหมุนเวียนทรัพยากรและวัตถุดิบในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อพัฒนานโยบายและมาตรการด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บและคัดแยกสมาร์ตโฟนเก่า การสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนส่งคืนอุปกรณ์ที่ใช้งานไม่ได้แล้วหรือไม่ได้ใช้งานแล้ว รวมทั้งการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนพร้อมที่จะนำสมาร์ตโฟนเก่าเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบก็จะเป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการนำทรัพยากรที่มีค่าเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตใหม่อีกด้วย สำหรับสมาร์ตโฟนบางส่วนที่ยังคงมีสภาพดีอยู่ อาจนำไปปรับสภาพ (Refurbished) เพื่อการจำหน่ายต่อ แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่การรีไซเคิลอุปกรณ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ซึ่งจะช่วยดึงวัตถุดิบมีค่าและหายากกลับมาใช้ ลดความต้องการในการขุดแร่ใหม่ และสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต การดำเนินการดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่ทันสมัย ตลอดจนต่อยอดไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์

การจัดการสมาร์ตโฟนเก่าที่ไม่ได้ใช้งานจึงมิใช่เพียงการลดปัญหาขยะและปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของไทยอีกด้วย

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

 

 

Share :
Instagram