fb
พัสดุ E-commerce ในเนเธอร์แลนด์ลดลง หลัง EU เริ่มเก็บอากรนำเข้า

พัสดุ E-commerce ในเนเธอร์แลนด์ลดลง หลัง EU เริ่มเก็บอากรนำเข้า

โดย
Busara
ลงเมื่อ 04 พฤศจิกายน 2569 15:49
สคต. ณ กรุงเฮก (เนเธอร์แลนด์) (TTC, The Hague (Netherlands))
3

 

          บริษัท PostNL ผู้ให้บริการไปรษณีย์และขนส่งพัสดุรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 ว่า ปริมาณพัสดุระหว่างประเทศในธุรกิจ E-commerce ของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากร้านค้าออนไลน์ในเอเชีย ลดลงเกือบร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการบังคับใช้กฎระเบียบศุลกากรใหม่ของสหภาพยุโรป ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ร้านค้าออนไลน์จากเอเชียเริ่มปรับรูปแบบการจำหน่ายและการขนส่งสินค้า เพื่อรองรับต้นทุนการนำเข้าและเงื่อนไขทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

          กฎระเบียบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบศุลกากรของ EU โดยยกเลิกการยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับสินค้า E-commerce มูลค่าไม่เกิน 150 ยูโร และกำหนดอากรนำเข้าชั่วคราวในอัตรา 3 ยูโรต่อประเภทสินค้าตามพิกัดศุลกากรในแต่ละรายการนำเข้า โดยไม่คิดตามจำนวนชิ้นหรือจำนวนพัสดุ ทั้งนี้ อัตราอากรชั่วคราวดังกล่าวจะใช้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2571 ก่อนเปลี่ยนไปใช้อัตราอากรศุลกากรปกติตามประเภทสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2571 ซึ่งเป็นช่วงที่ EU มีกำหนดเริ่มใช้ระบบข้อมูลศุลกากรกลาง (EU Customs Data Hub) สำหรับการค้า E-commerce เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและตรวจสอบสินค้านำเข้า

          ข้อมูลของกรมศุลกากรเนเธอร์แลนด์ (Douane) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ยืนยันแนวโน้มดังกล่าว โดยพบว่าจำนวนรายการสินค้าในใบขน E-commerce ช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 ลดลงประมาณร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนรายการในระบบนำเข้าปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 สะท้อนว่าผู้ประกอบการเริ่มเปลี่ยนจากการส่งพัสดุรายชิ้นโดยตรงจากประเทศนอก EU ไปสู่การนำเข้าสินค้าจำนวนมากเพื่อจัดเก็บในคลังสินค้าภายในยุโรป ก่อนกระจายสินค้าให้ผู้บริโภคตามคำสั่งซื้อออนไลน์ ทั้งนี้ การยกเลิกสิทธิยกเว้นอากรนำเข้าสร้างรายได้เพิ่มเติมให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ประมาณ 119 ล้านยูโรในช่วงสามเดือนแรกของการบังคับใช้

          แม้ปริมาณพัสดุจากนอก EU ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศลดลงในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจากผู้จำหน่ายสามารถปรับมาใช้คลังสินค้าและระบบกระจายสินค้าภายใน EU ได้ ข้อมูล PostNL ยังพบว่าปริมาณการขนส่ง E-commerce ภายในยุโรปผ่านธุรกิจ Platforms ของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 ในไตรมาส 3 ปี 2569 สวนทางกับพัสดุจากเอเชียที่ลดลง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการขนส่งและรูปแบบการบริหารสินค้าของธุรกิจออนไลน์

          นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 EU จะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการทางศุลกากร เพิ่มเติมในอัตรา 2 ยูโรต่อรายการในใบขนสินค้า สำหรับสินค้า E-commerce ที่ผู้บริโภคใน EU สั่งซื้อจากนอกสหภาพยุโรป และจัดส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยครอบคลุมสินค้าทุกระดับมูลค่า รวมถึงสินค้าที่มีมูลค่าเกิน 150 ยูโร ค่าธรรมเนียมดังกล่าวแยกจากอากรนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับต้นทุนการตรวจสอบสินค้าและข้อมูลนำเข้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งนี้ ผู้มีหน้าที่ชำระตามกฎหมาย คือ ผู้ยื่นใบขนสินค้า ซึ่งอาจเป็นผู้จำหน่าย ผู้นำเข้า หรือผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับรูปแบบการนำเข้าและการดำเนินธุรกิจ

 

บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.

การลดลงของปริมาณพัสดุ E-commerce จากนอก EU สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการศุลกากรใหม่เริ่มส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจออนไลน์ข้ามพรมแดน โดยแนวโน้มการนำเข้าสินค้าแบบรวมล็อตและการกระจายสินค้าผ่านคลังภายใน EU อาจมีบทบาทมากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์ยุโรปไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าคงคลัง ต้นทุนโลจิสติกส์ และความรวดเร็วในการจัดส่งด้วย

 

                                                

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก

พฤศจิกายน  2569

Nov2026 News 5- EC NL.pdf
Share :
Instagram