
1. ข้อมูลพื้นฐาน
ศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาตินครฉงชิ่ง (Inland International Logistics Hub) เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของจีนตะวันตก และเป็นฐานปฏิบัติการหลักของโครงการ “ระเบียงการค้าเชื่อมทางบกและทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่” (New International Land–Sea Trade Corridor : ILSTC) ซึ่งเชื่อมโยงจีนกับอาเซียนผ่านระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ทั้งทางราง ทางเรือ และทางถนน ผ่านด่านและท่าเรือสำคัญในเขตกว่างซีและยูนนาน ช่วยลดเวลาและต้นทุนเมื่อเทียบกับการขนส่งผ่านท่าเรือชายฝั่งตะวันออกของจีน
นครฉงชิ่งมีบทบาทสำคัญภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันตกของจีน (Go West Policy) และยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงจีนตะวันตกกับอาเซียนและยุโรป ผ่านระบบขนส่ง “เรือ + ราง” และเครือข่ายรถไฟจีน–ยุโรป (China–Europe Railway Express) ส่งผลให้ฉงชิ่งเป็นประตูสำคัญในการกระจายสินค้าจากอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ผัก และผลไม้ไทย ไปยังตลาดจีนตะวันตกและพื้นที่ใกล้เคียง
2. สถานการณ์และพัฒนาการล่าสุดของ ILSTC
ในปี 2568 โครงการ ILSTC มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณการขนส่งผ่านระบบ “เรือ + ราง” รวม 1.4 ล้านทีอียู (TEUs) เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นครั้งแรกที่ปริมาณขนส่งทะลุระดับ 1 ล้านตัน ระบบโลจิสติกส์ดังกล่าวรองรับสินค้ามากกว่า 1,300 ประเภท ครอบคลุมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร สินค้าเกษตร และอาหารแปรรูป ขณะเดียวกัน มูลค่าการค้าผ่าน ILSTC ในช่วงเดือนมกราคม–ตุลาคม 2568 อยู่ที่ 1.35 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.9 สะท้อนบทบาทของ ILSTC ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอาเซียน
3. เครือข่ายการเชื่อมโยงโลจิสติกส์
ปัจจุบัน ILSTC เชื่อมต่อสถานีรถไฟจำนวน 144 แห่ง ใน 70 เมือง ครอบคลุมพื้นที่ 18 มณฑล/นคร/เขตปกครองตนเองของจีน และเชื่อมต่อเส้นทางเรือไปยังท่าเรือกว่า 490 แห่ง ใน 120 ประเทศทั่วโลก การขยายตัวดังกล่าวทำให้ ILSTC กลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายโลจิสติกส์ที่มีการเชื่อมโยงกว้างขวางที่สุดของจีนตะวันตก และช่วยสนับสนุนการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สัดส่วนการส่งออกของจีนไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 17.6
4. Inland International Logistics Hub Exhibition Center
ภายในศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาตินครฉงชิ่ง มีศูนย์จัดแสดง Inland International Logistics Hub Exhibition Center ซึ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในปี 2565 มีพื้นที่จัดแสดงประมาณ 3,132 ตารางเมตร
ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลด้านโลจิสติกส์และการพัฒนาเมืองของนครฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับนานาชาติ โดยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการค้า ระบบด่านนำเข้า–ส่งออก โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และบทบาทของนครฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางการเปิดประเทศของจีนฝั่งตะวันตก
ศูนย์จัดแสดงใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย ระบบจำลองดิจิทัล โมเดลเสมือนจริง จอแสดงผลแบบ Immersive และโรงภาพยนตร์เชิงประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดเส้นทางการพัฒนาและยุทธศาสตร์การเปิดประเทศของนครฉงชิ่ง

https://mp.weixin.qq.com/s/AxRLvZvMhuUAUrVAE2aXBw
5. โครงสร้างพื้นที่จัดแสดง Inland International Logistics Hub Exhibition Center
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 9 ส่วนหลัก ได้แก่
(1) แนะนำ – นำเสนอประวัติศาสตร์และพัฒนาการของนครฉงชิ่งจากเมืองภายในประเทศสู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงระดับนานาชาติ
(2) พัฒนาการด้านการเปิดประเทศ – นำเสนอวิวัฒนาการของนโยบายเปิดประเทศ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และการพัฒนาเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
(3) เมืองศูนย์กลาง – แสดงบทบาทของนครฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางคมนาคม โลจิสติกส์ และการเปิดประเทศของจีนตะวันตก
(4) ช่องทางและเส้นทางโลจิสติกส์ – นำเสนอเส้นทางสำคัญ เช่น รถไฟจีน–ยุโรป ระเบียงการค้า ทางบก–ทางทะเลสายใหม่ และเส้นทางเชื่อมเอเชีย–ยุโรป
(5) ท่าขนส่งและสถานีศูนย์กลาง – จัดแสดงโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟ ทางน้ำ ทางอากาศ และ ทางถนน
(6) ระบบด่านศุลกากร – นำเสนอระบบอำนวยความสะดวกทางการค้า การผ่านพิธีศุลกากร และบริการสนับสนุนการนำเข้า–ส่งออก
(7) เศรษฐกิจศูนย์กลาง – นำเสนอทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาโลจิสติกส์และการเปิดประเทศ
(8) สภาพแวดล้อมด้านธุรกิจและโลจิสติกส์ – แสดงมาตรการสนับสนุนการลงทุน การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
(9) วิสัยทัศน์การเปิดประเทศ – นำเสนอแนวทางการพัฒนาในอนาคตของนครฉงชิ่งในการก้าวสู่ศูนย์กลางการเปิดประเทศระดับโลก
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
จากการศึกษาพัฒนาการของศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาตินครฉงชิ่ง (Inland International Logistics Hub) และบทบาทของโครงการระเบียงการค้าเชื่อมทางบกและทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (ILSTC) พบว่านครฉงชิ่งมีแนวโน้มเพิ่มความสำคัญในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์และประตูการค้าแห่งใหม่ของจีนตะวันตก โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านการเชื่อมโยงระบบขนส่งหลายรูปแบบและเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและสนับสนุนการเติบโตของการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่จีนตอนใน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องอาศัยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามแนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดจีน โดย สคต. ณ นครเฉิงตู มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
(1) ติดตามและใช้ประโยชน์จากเส้นทาง ILSTC ในการขยายตลาดสินค้าไทยสู่จีนตะวันตก
ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร ควรติดตามพัฒนาการของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของนครฉงชิ่งและโครงการ ILSTC อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งเมื่อเทียบกับการขนส่งผ่านท่าเรือชายฝั่งตะวันออกของจีน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้มากขึ้น
(2) ส่งเสริมการใช้ฉงชิ่งเป็นจุดกระจายสินค้าไทยเข้าสู่จีนตะวันตก
จากบทบาทของนครฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์และศูนย์กลางการกระจายสินค้า สคต.เห็นว่าผู้ส่งออกไทยสามารถพิจารณาใช้ฉงชิ่งเป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้าไปยังพื้นที่โดยรอบ เช่น มณฑลเสฉวน ส่านซี กุ้ยโจว ยูนนาน และภูมิภาคจีนตะวันตกอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดส่งและการบริหารต้นทุน
(3) สร้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์และผู้นำเข้าในพื้นที่
ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาสร้างเครือข่ายกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้า และผู้นำเข้าในนครฉงชิ่งเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และรองรับแนวโน้มการเติบโตของความต้องการสินค้าอาเซียนในจีนตะวันตก
(4) ต่อยอดศักยภาพสินค้าเกษตรและผลไม้ไทยผ่านระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่
สินค้าเกษตรและผลไม้ไทยยังมีศักยภาพในการขยายตลาดในจีนตะวันตก โดยการใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งหลายรูปแบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านห้องเย็นของพื้นที่ จะช่วยรักษาคุณภาพสินค้าลดระยะเวลาขนส่ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดจีน
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
มิถุนายน 2569
แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com