
รายงาน FSIN FoodMarkt Outlook 2027 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ตลาดอาหารและเครื่องดื่มของเนเธอร์แลนด์ในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 81,400 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 2.2 จุดร้อยละ ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นเพียง 0.6 จุดร้อยละ สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของตลาดอาหารเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่มีปัจจัยด้านราคาเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
เมื่อพิจารณาแยกตามช่องทางจำหน่าย พบว่าธุรกิจค้าปลีกอาหาร (Foodretail) ซึ่งรวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าจำหน่ายอาหาร มีมูลค่าการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 และปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 ขณะที่ธุรกิจบริการอาหาร (Foodservice) ซึ่งครอบคลุมร้านอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง และบริการอาหารนอกบ้าน มีมูลค่าการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 แต่ปริมาณกลับลดลงร้อยละ 1.4 แสดงให้เห็นว่าธุรกิจบริการอาหารกำลังเผชิญแรงกดดันด้านความต้องการบริโภคมากกว่าธุรกิจค้าปลีกอาหาร แม้รายได้ในภาพรวมยังขยายตัวก็ตาม
FSIN วิเคราะห์ว่า ผู้บริโภคชาวดัตช์ไม่ได้หยุดใช้จ่ายด้านอาหาร แต่มีความระมัดระวังและพิจารณาความคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับการซื้ออาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกสินค้าราคาประหยัด มองหาโปรโมชั่น และใช้บริการร้านค้าปลีกที่เสนอราคาคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่การรับประทานอาหารนอกบ้าน ผู้บริโภคจะพิจารณาตั้งแต่ความจำเป็นในการออกไปรับประทานอาหาร ตลอดจนคุณภาพ ประสบการณ์ และความคุ้มค่าของค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจ FSIN FoodPulse เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งพบว่าผู้บริโภคชาวดัตช์มีความถี่ในการรับประทานอาหารนอกบ้านลดลง แต่มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการร้านอาหารแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่การออกไปรับประทานอาหารในโอกาสพิเศษหรือการวางแผนล่วงหน้ายังคงมีความสำคัญ สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ละทิ้งการรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่เลือกใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ได้รับมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มปี 2570 FSIN คาดว่าตลาดอาหารเนเธอร์แลนด์จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 3.6 โดยการขยายตัวส่วนใหญ่ยังคงมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอาหาร ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ขณะที่ราคาในภาค Foodservice อาจเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 4.5 สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.7 ตามเอกสารงบประมาณปี 2570 ทั้งนี้ ปริมาณจำหน่ายในธุรกิจค้าปลีกอาหารคาดว่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อย ส่วนธุรกิจบริการอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันด้านปริมาณต่อเนื่อง
นาย Patrick Bramer ผู้อำนวยการ FSIN ระบุว่า การแข่งขันของธุรกิจอาหารในปี 2570 จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงการเสนอราคาต่ำที่สุดเท่านั้น แต่รวมถึงคุณภาพสินค้า ความสะดวกสบาย การบริการ และประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งสามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายในระดับราคาที่สูงขึ้นได้ ดังนั้น แม้ตลาดโดยรวมจะมีการเติบโตด้านปริมาณจำกัด แต่ผู้ประกอบการที่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยังมีโอกาสขยายธุรกิจได้
บทวิเคราะห์และความเห็น สคต.
แนวโน้มตลาดอาหารเนเธอร์แลนด์สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการเปรียบเทียบราคาและคุณภาพสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกอาหารและบริการอาหารทวีความเข้มข้นขึ้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างของสินค้าและบริการ ควบคู่กับการรักษาระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นความต้องการบริโภคและรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก
พฤศจิกายน 2569