
“สัปดาห์วัฒนธรรมสร้างสรรค์เสฉวน 2568” ณ เมืองอนิเมชั่นนานาชาติเทียนฝู (Tianfu International Animation City) เขตเฉิงฮวา นครเฉิงตู จัดขึ้นโดยหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเสฉวนร่วมกับกลุ่มบริษัทท่องเที่ยว กลุ่มสำนักวัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และการท่องเที่ยวนครเฉิงตู ชุมชนเขตเฉิงฮวา สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์มณฑลเสฉวน และบริษัท Sichuan Cultural Tourism Manhua World Development Co., Ltd. โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–16 ธันวาคม 2568
งานปีนี้จัดขึ้นในหัวข้อ “นวัตกรรมสร้างสรรค์บนแดนสวรรค์ – เสฉวนกระแสใหม่อันรื่นรมย์”เพื่อเสริมสร้างเวทีสำหรับการเจรจาและจับคู่ธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้วัฒนธรรมลุ่มน้ำเสฉวนถูกถ่ายทอดและมีการนำเสนอในรูปแบบ ร่วมสมัย โดยเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อนิเมชั่น และสื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กับมณฑลเสฉวน
ทั้งนี้ มีหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจาก 21 เมืองของมณฑลเสฉวน ที่เป็นตัวแทนแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A พิพิธภัณฑสถาน หน่วยงานบริหารดูแลสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนระดับมณฑลขึ้นไป รวมถึงผู้ถือทรัพย์สินทางปัญญาจากทั้งในและต่างประเทศ บริษัทผู้ให้บริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา แบรนด์ชั้นนำ บริษัทเทคโนโลยี องค์กรด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยว องค์กรระหว่างประเทศ สมาคมวิชาชีพ ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และนักออกแบบอิสระ มาเข้าร่วมจัดแสดงผลงานและทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนร่วมกันคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 3 แสนคน
สาระสำคัญของงานปีนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุม 10 โซนจัดแสดงหลัก ได้แก่
(1) เวทีเสวนาวิชาการ
(2) การประชุมจับคู่ธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา
(3) การนำเสนอแบรนด์และเปิดตัวสินค้าใหม่
(4) กิจกรรมพิเศษ Little Red Book Night
(5) ตลาดอาหารสตรีทฟู้ด
(6) สัปดาห์ศิลปะใบแปะก๊วยเขตเฉิงฮวา
(7) งานโชว์รถแต่งลายอนิเมะ
(8) ขบวนคอสเพลย์
(9) Quick Flash Dance
(10) กิจกรรมของแบรนด์ต่างๆ ในเมืองการ์ตูนอนิเมะ
กิจกรรมเหล่านี้เกิดจากการผสมผสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ องค์กรในอุตสาหกรรมวัฒนธรรม นักออกแบบ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากยิ่งขึ้น
การจัดงานในปีที่ผ่านมา (ครั้งที่ 4) มีสถาบันและองค์กรด้านวัฒนธรรมสร้างสรรค์เข้าร่วมกว่า 300 แห่ง และองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมกว่า 20 แห่ง โดยมีสัดส่วนผู้เข้าชมในกลุ่มผู้ประกอบการ องค์กรในอุตสาหกรรมวัฒนธรรม นักออกแบบ มากกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ งานดังกล่าวก่อให้เกิดความร่วมมือสำคัญอีกหลายโครงการ รวมถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างองค์กร 14 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 18 ล้านหยวน อีกทั้งมีการประกาศผลงานโดดเด่น เช่น สินค้า “ตุ้ยตุ้ยตุ้ย” (堆堆堆) ของพิพิธภัณฑ์ซิงซานตุ้ย ซึ่งมียอดขายเดือนแรกกว่า 8 แสนหยวน และครอบคลุมสินค้าเกือบ 12 ประเภท ขณะที่โครงการความร่วมมือ “Chinese Poetry Conference × Sichuan Arts” ได้พัฒนาสินค้ามากกว่า 30 รายการ โดยสินค้าหลักได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้าแนะนำระดับชาติที่จัดจำหน่ายภายในงานสร้างรายได้กว่า 8 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 286 จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนรูปแบบความร่วมมือที่ครบวงจรและต่อยอดได้จริง รวมถึงช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ

ตุ้ยตุ้ยตุ้ย (堆堆堆) ของพิพิธภัณฑ์ซานซิงตุ่ย
แหล่งที่มา : https://epaper.scdaily.cn/shtml/scrb/20251121/1062045.html
อย่างไรก็ตามในปีนี้สัปดาห์วัฒนธรรมสร้างสรรค์เสฉวน 2568 ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์และเสริมสร้างการผสานระหว่างวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เข้าร่วมสัปดาห์วัฒนธรรมสร้างสรรค์เสฉวนโดยตรง แต่โครงสร้างของงานและรูปแบบกิจกรรมถือเป็น “ต้นแบบที่มีศักยภาพสูง” สำหรับศึกษากลไกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจีนยุคใหม่ ซึ่งผสานทรัพย์สินทางปัญญา การท่องเที่ยว วัฒนธรรมร่วมสมัย สินค้าอาหาร และไลฟ์สไตล์อย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์โมเดลของงานนี้ชี้ให้เห็น “สามโอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่ไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความร่วมมือและขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยในจีนตะวันตกได้ทันที ดังนี้
1) ขยายตลาดคอนเทนต์และทรัพย์สินทางปัญญาไทย การพัฒนาโมเดลต่อยอดคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดจีน จากโครงสร้างงานแสดงให้เห็นว่า การรวมตัวของผู้ถือสิทธิ์ IP นักสร้างคอนเทนต์ แพลตฟอร์มออนไลน์ และค่ายสื่อ เป็นกลไกสำคัญที่สร้างการจับคู่ธุรกิจได้จริง ซึ่งไทยสามารถศึกษาโมเดลการจัด “IP Business Matching” ของเสฉวน เพื่อนำมาพัฒนาโครงการจับคู่ IP ไทย–จีน เฉพาะทาง รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Thai IP Showcase (ออนไลน์/ออฟไลน์) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดคอนเทนต์จีน ตลอดจนการส่งเสริม Co-creation และ Licensing ระหว่างคอนเทนต์ไทยกับบริษัทจีน โดยอ้างอิงกลไกที่เสฉวนใช้ดึงผู้เล่นระดับนานาชาติเข้าเวทีเดียวกัน
2) สร้างการรับรู้ Soft Power ไทยผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ใช้โมเดลกิจกรรมเสฉวนเพื่อออกแบบกลยุทธ์เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ซึ่งงานเสฉวนจัดพื้นที่ “สร้างประสบการณ์” ผ่านสตรีทฟู้ด ศิลปะร่วมสมัย คอสเพลย์ และกิจกรรมออนไลน์ ที่ประสบความสำเร็จในการดึงกลุ่มผู้บริโภคเมืองใหญ่ ประเทศไทยสามารถนำรูปแบบกิจกรรมดังกล่าวไปออกแบบ “Thai Creative Experience” ในเสฉวนหรือเมืองใหญ่จีน เพื่อทดลองตลาดท่องเที่ยวไทย พร้อมเชื่อมโยง Soft Power ไทย อาหาร เมืองรอง วัฒนธรรมร่วมสมัย ให้เข้ากับเทศกาลจีนหรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และการใช้โมเดล Engagement ของงานเสฉวน (online + onsite) เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น
3) ทดสอบสินค้าไทยและเปิดตลาดใหม่ในจีนตะวันตก การใช้โมเดลตลาดของงานเสฉวนเป็นต้นแบบทดสอบพฤติกรรมผู้บริโภคจีน ทั้งนี้ ตลาดในงานเสฉวนเน้นการจำหน่ายจริง ทดลองผลิตภัณฑ์ และเก็บข้อมูลผู้บริโภค ซึ่งไทยสามารถนำโมเดลนี้ไปออกแบบตลาดทดลองผลิตภัณฑ์ไทย (Thailand Product Testing Hub) ในเสฉวน เช่น Pop-up Market หรือ Collaborative Booth ร่วมกับพันธมิตรจีน ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อทดสอบสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ไทย ก่อนสู่การส่งออกจริง รวมถึงการประยุกต์ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากโมเดลเสฉวน เพื่อวางกลยุทธ์อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดจีน
กล่าวโดยสรุป การนำบทเรียนจากงานนี้ไปออกแบบกิจกรรมสำหรับผู้ประกอบการไทยในเชิงรุก จะช่วยเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยในตลาดจีน และเสริมบทบาทไทยในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
ธันวาคม 2568
แหล่งข้อมูล : Sichuan Cultural and Creative Industry Research Institute