fb
งานมหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาชาติจีน ครั้งที่ 24 ณ เมืองหลูโจว
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 25 มีนาคม 2569 11:38
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
11

งานมหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาชาติจีน ครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติหลูโจว มณฑลเสฉวน โดยจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสมาคมอุตสาหกรรมสุราจีน และรัฐบาลประชาชนนครลูโจว เมืองหลูโจวเป็นที่รู้จักในนาม “เมืองแห่งสุราจีน” (中国酒城และเป็นแหล่งผลิตสุราขาว (ไป๋จิ่ว) สำคัญระดับประเทศ มีประวัติการผลิตยาวนานและเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสุราระดับโลก ซึ่งงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ยกแก้วจีน · ลิ้มรสโลก” เป็นงานแสดงสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับนานาชาติที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์จีน โดยรวบรวมผู้ประกอบการเครื่องดื่มชื่อดังกว่า 1,000 รายจากเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก บนพื้นที่จัดแสดงมากกว่า 80,000 ตารางเมตร นำเสนอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 รายการ งานมหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯในครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสุราจีนที่มุ่งสู่ “การยกระดับคุณค่า” ภายใต้การสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ พร้อมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และดิจิทัล เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การตลาด การบริหารจัดการ และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็เป็นเวทีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมสุราทั่วโลก

image.png image.png

image.png  image.png

 

ในปีนี้ ประเทศไทยได้รับเชิญให้เป็น “ประเทศเกียรติยศ” โดยจัดตั้งศาลาประเทศไทยภายในอาคาร โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน มีผู้ประกอบการคุณภาพจากประเทศไทยจำนวน 8 รายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า อาทิ เบียร์ช้าง เบียร์สิงห์ วิสกี้ไทย และไวน์ รวมถึงสุราพื้นบ้านอย่าง “สาโท” พร้อมทั้งแสดงสินค้าไทยอื่น ๆ เช่น เครื่องดื่มน้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์แก้แฮงค์ และผลไม้อบแห้ง เป็นต้น ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้า การเจรจาการค้า และกิจกรรมเชิงโต้ตอบ เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพสินค้าไทยอย่างครบวงจร พร้อมสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างไทย-เสฉวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

image.png

image.png

แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/MHo8WwO652FWYYCXQ4BjOQ

 

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ได้เข้าร่วมออกบูธจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้าไทย ภายในงานได้คัดสรรผลิตภัณฑ์เด่นของไทย อาทิ ข้าวหอมมะลิ และผลไม้คุณภาพ 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าวน้ำหอม และส้มโอ มานำเสนอแก่ผู้เข้าชมงาน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน บูธของสำนักงานฯ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเน้นการนำเสนอสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยควบคู่กับสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเชิงมีส่วนร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงคุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้าไทยอย่างใกล้ชิด พื้นที่จัดแสดงได้รับการออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างโดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งด้านคุณภาพและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของไทยได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับมณฑลเสฉวนในหลากหลายมิติ ทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการค้า โดยการที่ประเทศไทยเข้าร่วมในฐานะประเทศเกียรติยศ ไม่เพียงแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยในเวทีนานาชาติ แต่ยังช่วยเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทาน เปิดโอกาสให้สินค้าไทยขยายเข้าสู่ตลาดจีนได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้ภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่ายต่อยอดความร่วมมือทางการค้าในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

การเข้าร่วมงานมหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาชาติจีนในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงขนาดและศักยภาพของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจีนเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึง “ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค” ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการบริโภคเชิงคุณค่า (Value-Driven Consumption) มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมณฑลเสฉวน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมสุราจีน ทั้งในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และวัฒนธรรมการบริโภคสุราที่ฝังรากลึก ผู้บริโภคจีนในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากกว่าการบริโภคเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ นอกจากรสชาติและคุณภาพแล้ว ยังให้ความสนใจกับเรื่องราวของแบรนด์ (Brand Story) แหล่งที่มา (Origin) กระบวนการผลิต ตลอดจนภาพลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สินค้าเหล่านั้นสะท้อนถ่ายทอดออกมา สินค้าที่สามารถเล่าเรื่องราวได้อย่างมีเอกลักษณ์และเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น มักจะได้รับความสนใจและสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ดีกว่า

ในบริบทนี้ ผู้ประกอบการไทยควรใช้จุดแข็งด้าน “ความเป็นไทย” มาต่อยอดเชิงสร้างสรรค์ เช่น การนำวัตถุดิบพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ อาทิ ข้าวหอมมะลิ ผลไม้เมืองร้อน หรือสมุนไพรไทย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสชาติที่แตกต่าง พร้อมทั้งสื่อสารเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคจีน นอกจากนี้ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรคำนึงถึงทั้งความสวยงาม ความทันสมัย และความเหมาะสมกับกลุ่มตลาดเป้าหมาย เช่น การใช้ดีไซน์ที่เรียบหรู (Premium & Minimalist) หรือการผสมผสานลวดลายไทยในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม

ในด้านการเข้าสู่ตลาด ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับกฎระเบียบของจีน ซึ่งมีความเข้มงวดและมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การติดฉลากสินค้า (Labeling) การขึ้นทะเบียนสินค้า และภาษีที่เกี่ยวข้อง การเตรียมความพร้อมในประเด็นเหล่านี้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดอุปสรรคในการนำเข้าสินค้าและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

ขณะเดียวกัน การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ (Local Partnership) ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จในตลาดจีน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย ผู้กระจายสินค้า หรือแม้แต่ KOL/KOC และอินฟลูเอนเซอร์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Douyin , Xiaohongshu (Red Book) และ Tmall ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณากลยุทธ์ “O2O (Online-to-Offline)” ควบคู่กัน กล่าวคือ ใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างการรับรู้และทำการตลาด ขณะเดียวกันก็ใช้กิจกรรมออฟไลน์ เช่น งานแสดงสินค้า การจัดชิมสินค้า (Tasting Event) หรือการร่วมมือกับร้านอาหาร/บาร์ในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นและความนิยมของแบรนด์ในระยะยาว

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

มีนาคม 2569

แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/X_dhiG06YxYxysDqfqdakQ

 

 

 

 

 

เฉิงตู -งานมหากรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาชาติจีน ครั้งที่ 24.pdf
Share :
Instagram