fb
ธนาคารกลางจีนคุมเข้ม “ห้ามปฏิเสธเงินสด”
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 23 ธันวาคม 2568 13:41
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
65

ธนาคารกลางจีนคุมเข้ม “ห้ามปฏิเสธเงินสด” ออกกฎใหม่บังคับใช้ปี 2569 สร้างระบบการชำระเงินที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ธนาคารประชาชนจีน (People’s Bank of China: PBOC) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกกฎระเบียบใหม่ว่าด้วยการรับ–จ่ายเงินสดสกุลหยวน (RMB) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการปฏิเสธรับเงินสด ซึ่งยังคงพบอย่างต่อเนื่องในสังคมจีน แม้แนวคิดว่า “การปฏิเสธเงินสดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย” จะเป็นที่รับรู้ในวงกว้างแล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ และสำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติ ได้เผยแพร่ระเบียบว่าด้วยการรับและให้บริการเงินสดสกุลหยวน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการใช้เงินสดที่สะดวก ภายใต้การพัฒนาร่วมกันของรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งเงินสดและดิจิทัล กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

ธนาคารกลางจีนระบุว่า แม้จำนวนคำร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิเสธรับเงินสดทั่วประเทศจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แต่แนวโน้มที่ผู้ประกอบการจำนวนมากลดความเต็มใจในการรับเงินสดยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และยากต่อการแก้ไขในระยะสั้น จึงจำเป็นต้องกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ระเบียบฉบับใหม่ได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานจัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการ และสถาบันการเงินไว้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า ยกเว้นกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ต้องใช้เครื่องมือการชำระเงินที่ไม่ใช่เงินสดเท่านั้น ห้ามปฏิเสธการชำระเงินด้วยเงินสด ห้ามบังคับ ชักจูง หรือใช้มาตรการเลือกปฏิบัติใด ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้เงินสด

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการตามลักษณะพื้นที่และสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น สถานที่ที่ใช้ระบบบริการตนเอง เครื่องอัตโนมัติ หรือพื้นที่ที่มีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ อาทิ สวนอุตสาหกรรม โรงงาน แหล่งท่องเที่ยว และสถานศึกษา ที่ใช้ระบบ “บัตรใบเดียว” ในการชำระเงิน ผู้ประกอบการต้องแสดงวิธีการชำระเงิน ช่องทางแปลงเงินสด และหมายเลขติดต่อเพื่อขอรับบริการไว้อย่างชัดเจน

ระเบียบยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อผู้สูงอายุ ผู้พิการ และชาวต่างชาติ โดยกำหนดให้หน่วยงานและสถาบันการเงินต้องคำนึงถึงความต้องการและพฤติกรรมการใช้เงินสดของกลุ่มดังกล่าว พร้อมทั้งกำหนดให้ธนาคารจัดตั้งกลไกสำรองบริการเงินสดในภาวะฉุกเฉิน ปรับปรุงบริการที่เคาน์เตอร์ และรักษาความเป็นระเบียบในสาขา เพื่อรองรับความต้องการเงินสดในสถานการณ์พิเศษ

สำหรับประชาชนที่ประสบปัญหาการปฏิเสธรับเงินสด เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจีนแนะนำให้เก็บรักษาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สายด่วนภาครัฐ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือระบบคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคด้านการเงิน โดยธนาคารกลางจีนจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

การคุ้มครองสิทธิการใช้เงินสดควบคู่ระบบชำระเงินดิจิทัล กรณีที่จีนออกกฎระเบียบคุมเข้มการปฏิเสธรับเงินสด สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายร่วมของหลายประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยซึ่งมีการใช้ e-Payment และ QR Code อย่างแพร่หลาย สามารถนำบทเรียนดังกล่าวมาปรับใช้ได้ในหลายมิติ ดังนี้

1. ยืนยันหลักการ “เงินสดยังเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย”

ภาครัฐไทยควรสื่อสารเชิงนโยบายให้ชัดเจนและต่อเนื่องว่า เงินสดยังคงเป็นสื่อกลางการชำระเงินตามกฎหมาย แม้ประเทศจะเดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อย ร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยว และบริการสาธารณะ

2. ออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการ

หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงพาณิชย์ อาจพิจารณาจัดทำ แนวทางการรับชำระเงินที่เหมาะสมตามประเภทกิจการ เช่น ธุรกิจที่ใช้เครื่องอัตโนมัติหรือระบบ Self-serviceพื้นที่ท่องเที่ยว สถานที่ราชการ และระบบขนส่ง ธุรกิจที่มีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ โดยกำหนดให้แสดงช่องทางชำระเงินที่รองรับอย่างชัดเจน และจัดเตรียมแนวทางรองรับเงินสดในกรณีจำเป็น

3. คุ้มครองกลุ่มเปราะบางและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ไทยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัลของไทย การกำหนดให้บริการสาธารณะและธุรกิจท่องเที่ยวหลักต้องรองรับเงินสด จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะประเทศท่องเที่ยวที่เป็นมิตร

4. เสริมบทบาทสถาบันการเงินในการรองรับเงินสด

ธนาคารพาณิชย์ควรมีบทบาทเชิงรุกในการรักษาสภาพคล่องเงินสดในพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนปรับปรุงบริการเคาน์เตอร์สำหรับกลุ่มที่ต้องใช้เงินสด จัดทำแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ระบบดิจิทัลขัดข้องหรือภัยพิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อระบบการชำระเงินโดยรวม

5. สร้างกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย

ภาครัฐไทยอาจพิจารณาพัฒนาช่องทางร้องเรียนเฉพาะกรณีปฏิเสธรับเงินสด ผ่านสายด่วนภาครัฐหรือแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงนโยบายในระยะยาว

6. เดินหน้าสู่ “สังคมหลายรูปแบบการชำระเงิน” (Inclusive Payment Society)

ประเทศไทยควรเน้นแนวคิด การอยู่ร่วมกันของเงินสดและดิจิทัล เพื่อสร้างระบบการชำระเงินที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

ธันวาคม 2568

แหล่งข้อมูลสำนักข่าวซินหัว

เฉิงตู-ธนาคารกลางจีนคุมเข้ม ห้ามปฏิเสธเงินสด.pdf
Share :
Instagram