fb
สหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายควบคุมการใช้ฉลากฉบับใหม่
โดย
Worawut
ลงเมื่อ 22 สิงหาคม 2569 02:49
สคต. ณ เมืองไมอามี (สหรัฐอเมริกา) (TTC, Miami (USA))
5

เนื้อหาสาระข่าว: ร่างกฎหมาย Truth in Labeling Act of 2026 ได้รับการเสนอเข้าสู่รัฐสภาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ในสภาผู้แทนราษฎรภายใต้เลขที่ H.R. 10048 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งที่ 46 รัฐแคลิฟอร์เนีย J. Luis Correa แห่งพรรคเดโมแครต โดยร่างในสภาผู้แทนราษฎรถูกส่งให้คณะกรรมาธิการพลังงาน และพาณิชย์แห่งสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภาภายใต้เลขที่ S. 5302 โดยวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐออริกอน Jeff Merkley ส่งให้คณะกรรมาธิการพาณิชย์ วิทยาศาสตร์ และการขนส่งแห่งวุฒิสภาพิจารณา

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญในการกำหนด มาตรฐานระดับประเทศสำหรับการกล่าวอ้างบนฉลากเกี่ยวกับการที่ผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์สามารถนำไปรีไซเคิลได้ สามารถย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือสามารถเติมผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ซ้ำได้ โดยให้มีการบังคับใช้ผ่านกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ โดยร่างกฎหมายนี้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า จะไม่ลบล้างหรือเข้ามาใช้แทนกฎหมายของมลรัฐ โดยมีข้อยกเว้นจำกัดเพียงประการเดียว คือ มาตรา 4(c) จะมีผลลบล้างข้อกำหนดของมลรัฐเกี่ยวกับ รหัสระบุชนิดเรซินของพลาสติก เฉพาะในกรณีที่ข้อกำหนดของมลรัฐขัดแย้งกับรหัสที่กำหนดขึ้นในระดับรัฐบาลกลาง ทั้งนี้ มาตรา 11(f)(4) ของร่างกฎหมายมีบทบัญญัติที่สงวนสิทธิและอำนาจตามกฎหมายของมลรัฐไว้

ผลจากการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวทำให้ขณะนี้มี ร่างกฎหมายระดับรัฐบาลกลางสองฉบับที่เสนอแนวทางแตกต่างกันในการกำกับการติดฉลากบรรจุภัณฑ์ และร่างทั้งสองฉบับอยู่ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเดียวกันในสภาผู้แทนราษฎร โดยร่างอีกฉบับหนึ่ง คือ PACK Act (H.R. 6832) ใช้แนวทางตรงกันข้าม โดยเสนอให้กฎหมายของรัฐบาลกลางมีผลลบล้างข้อกำหนดของมลรัฐเกี่ยวกับการติดฉลาก รวมถึงกฎหมาย California SB 343 ซึ่งในขณะนี้ ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด การเสนอแก้ไข และการลงมติในชั้นคณะกรรมาธิการ

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ: ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่ใดที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากร่างกฎหมายทั้งสองฉบับยังอยู่ระหว่างกระบวนการในขั้นต้นๆ ของการพิจารณาของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเป็นเหมือนสัญญาณบ่งชี้ทิศทางของกฎระเบียบในอนาคต ว่า ในที่สุดมาตรฐานเกี่ยวกับการกล่าวอ้างว่าสามารถรีไซเคิลได้บนฉลากบรรจุภัณฑ์ของสหรัฐฯ จะมีลักษณะเป็น มาตรฐานสูงสุดที่มลรัฐไม่สามารถกำหนดข้อกำหนดเพิ่มเติมหรือแตกต่างออกไปได้ หรือจะเป็นเพียง มาตรฐานขั้นต่ำที่ยังเปิดโอกาสให้แต่ละมลรัฐออกข้อกำหนดที่เข้มงวดหรือเพิ่มเติมจากมาตรฐานของรัฐบาลกลางได้ ผลของประเด็นดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดว่า ผู้ประกอบการที่ปัจจุบันต้องจัดทำ แบบฉลากหรือแบบบรรจุภัณฑ์แตกต่างกันตามข้อกำหนดของแต่ละมลรัฐ จะยังจำเป็นต้องดำเนินการเช่นนั้นต่อไปในระยะยาวหรือไม่ แหล่งข้อมูล: Resource Recycling, วันที่ 10 สิงหาคม 2026

บทวิเคราะห์: สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องคงทราบกันแล้วว่าเคยมีร่างกฎหมายชื่อ PACK Act ส่งเข้าสภาให้พิจารณากันมาก่อนเมื่อปีที่แล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้มีร่างอีกฉบับหนึ่งส่งเข้าไปให้พิจารณาเพิ่มอีก และที่สำคัญคือถ้าตัดรายละเอียดออกแล้วเหลือเนื้อความจริงๆ สองร่างนี้ ต่างออกไปคนละทิศละทาง ทั้งคู่ไม่ได้ขัดกันเรื่อง “ควรมีมาตรฐานระดับประเทศหรือไม่” เพราะทั้งสองฉบับเห็นตรงกันว่าควรมีมาตรฐานระดับรัฐบาลกลางเพื่อหยุดการใช้คำว่า recyclable หรือ compostable อย่างคลุมเครือ แต่ที่ขัดกันอย่างมากคือเรื่องที่ว่า เมื่อรัฐบาลกลางกำหนดมาตรฐานแล้ว มลรัฐยังมีสิทธิ์กำหนดมาตรฐานของตัวเองได้อีกหรือไม่ โดยร่างฯ PACK Act เลือกแนวทาง “มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ” คือ หากรัฐบาลกลางกำหนดแล้ว มลรัฐต้องใช้ข้อกำหนดที่เหมือนกัน ไม่สามารถกำหนดต่างออกไปได้ แนวทางนี้เอื้อต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกที่ต้องการใช้บรรจุภัณฑ์และฉลากแบบเดียวจำหน่ายทั่วสหรัฐฯ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สนับสนุนร่างนี้ แต่ในส่วนของร่างฯ Truth in Labeling Act ฉบับใหม่นี้ เลือกแนวทาง “รัฐบาลกลางกำหนดหลักเกณฑ์ แต่ไม่ตัดอำนาจมลรัฐ” กล่าวคือ รัฐบาลกลางสร้างมาตรฐานและฉลากระดับประเทศขึ้นมา แต่ California, Oregon, Washington หรือมลรัฐอื่นยังสามารถรักษากฎหมายของตนเองไว้ได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการอาจยังต้องตรวจข้อกำหนด ของแต่ละมลรัฐอยู่ต่อไปอีก

อีกความแตกต่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะสำคัญมากๆ ต่อผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ของไทย คือ Truth in Labeling Act ผูกคำว่า compostable กับ “ระบบปลายทางจริง” อย่างชัดเจนมาก ต่อให้ผ่าน ASTM และตัววัสดุย่อยได้จริง แต่ถ้ามีระบบทำปุ๋ยหมักที่รับวัสดุนั้นไม่ถึงร้อยละ 50 ก็ยังไม่สามารถกล่าวอ้างเต็มรูปแบบว่า compostable ได้ และถ้าต่ำกว่าร้อยละ 30 ก็ไม่ได้สิทธิ์ใช้แม้แต่ข้อความกล่าวอ้างแบบมีเงื่อนไขตามกลไกนี้เลย ในทางตรงกันข้าม PACK Act เน้นการรับรองจากบุคคลที่สามมากกว่า กล่าวคือ ถ้าจะกล่าวอ้างว่า recyclable, compostable หรือ reusable จะต้องมีองค์กรรับรองที่ได้รับการรับรองเป็นผู้รับรองคำกล่าวอ้างนั้นเสียก่อน

หากนำทั้ง 2 ฉบับมาเทียบกัน ก็พอจะเทียบออกมาให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นได้ดังนี้

ประเด็น

Truth in Labeling Act of 2026

PACK Act of 2025

เลขร่างกฎหมาย

H.R. 10048 ในสภาผู้แทนราษฎร และ S. 5302 ในวุฒิสภา

H.R. 6832 เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร

ผู้เสนอ

Rep. Lou Correa (D-CA) และ Sen. Jeff Merkley (D-OR)

Rep. Randy Weber (R-TX); ต่อมามี Rep. Adam Gray (D-CA) ร่วมสนับสนุน จึงมีการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค

ลักษณะการเสนอ

เสนอร่างคู่กัน ทั้งสองสภา จึงเรียกว่า bicameral แต่ไม่ได้หมายความว่าผ่านทั้งสองสภาแล้ว

เสนอเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร

วันที่เสนอ

6 สิงหาคม 2026

17 ธันวาคม 2025

วัตถุประสงค์หลัก

สร้างหลักเกณฑ์ระดับประเทศที่ชัดเจนว่าเมื่อใดวัสดุจึงกล่าวอ้างได้ว่า รีไซเคิลได้ ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้ นำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือเติมเพื่อใช้ซ้ำได้ และสร้างรูปแบบฉลากมาตรฐาน

กำหนดหลักเกณฑ์ระดับรัฐบาลกลางสำหรับการกล่าวอ้างว่า รีไซเคิลได้ ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้ หรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อลดความแตกต่างของกฎระหว่างมลรัฐ (Lou Correa)

ขอบเขตของสินค้า

กว้างกว่า ครอบคลุม บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สำหรับให้บริการอาหาร และภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม และระบุรวมถึงสินค้าที่จำหน่ายผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ครอบคลุม บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และระบุชัดว่าไม่ใช้กับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (Lou Correa)

คำกล่าวอ้างที่กำกับ

4 ประเภท: recyclable, compostable, reusable, refillable

3 ประเภท: recyclable, compostable, reusable — ไม่มี refillable

หลักคิดเรื่อง “รีไซเคิลได้”

ไม่ดูเพียงว่าวัสดุสามารถรีไซเคิลในทางเทคนิคได้ แต่ต้องดูว่า มีระบบเก็บ คัดแยก และตลาดปลายทางที่รองรับจริง

ต้องสามารถเก็บ คัดแยก แปรรูป และนำกลับไปใช้ในการผลิตได้ และพิจารณาความพร้อมของระบบรีไซเคิลในพื้นที่จำหน่าย (Lou Correa)

เกณฑ์สำหรับกล่าวว่า “รีไซเคิลได้” โดยไม่มีเงื่อนไข

ระบบรีไซเคิลและตลาดปลายทางต้องครอบคลุมอย่างน้อย ร้อยละ 60 ของผู้บริโภคหรือชุมชนในพื้นที่ที่สินค้านั้นจำหน่าย และวัสดุต้องมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ในการรีไซเคิล

ใช้คำว่า “substantial majority” ซึ่งนิยามว่าร้อยละ 60 ขึ้นไป หากถึงระดับดังกล่าวและบรรจุภัณฑ์ทั้งชิ้นรีไซเคิลได้ ก็ไม่ต้องมีข้อความจำกัดเงื่อนไขเกี่ยวกับความพร้อมของระบบ (Lou Correa)

ถ้าระบบรีไซเคิลยังไม่ครอบคลุมเต็มเกณฑ์

หากครอบคลุมอย่างน้อย ร้อยละ 40 อาจใช้ข้อความว่ารีไซเคิลได้ แบบมีเงื่อนไข แต่ต้องมีแผนที่ EPA เห็นชอบว่าจะทำให้ถึงเกณฑ์เต็มภายใน  2 ปี

อนุญาตให้ใช้ข้อความแบบมีเงื่อนไข โดยต้องแจ้งผู้บริโภคถึงสัดส่วนการเข้าถึงระบบรีไซเคิล หรือใช้ข้อความที่สะท้อนระดับความพร้อมของระบบ แต่ไม่ได้ตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 40 แบบ Truth in Labeling Act (Lou Correa)

เกณฑ์ “ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้”

เข้มและเป็นตัวเลขชัดเจน ต้องเป็นไปตาม ASTM 6400, 6868 หรือมาตรฐานเทียบเท่า ไม่มี PFAS หรือโลหะหนักที่เติมโดยเจตนาและไม่เหมาะกับปุ๋ยหมัก และต้องได้รับการยอมรับจากระบบทำปุ๋ยหมักอย่างน้อย ร้อยละ 50

ต้องมี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ว่าสามารถทำปุ๋ยหมักได้ และต้องชี้แจงข้อจำกัดหากไม่สามารถทำปุ๋ยหมักที่บ้านได้ หรือระบบทำปุ๋ยหมักเชิงพาณิชย์ไม่มีให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึง (Lou Correa)

คำกล่าวอ้าง compostable แบบมีเงื่อนไข

อนุญาตเมื่อมีระบบยอมรับอย่างน้อย ร้อยละ 30

ไม่มีเกณฑ์ร้อยละ 30 โดยตรง แต่กำหนดให้ชี้แจงข้อจำกัดตามสภาพการทำปุ๋ยหมักและความพร้อมของสถานประกอบการ (Lou Correa)

การรับรองจากบุคคลที่สาม

ไม่ได้บังคับเป็นหลักทั่วไป ว่าทุกคำกล่าวอ้างต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองภายนอก แต่กำหนดมาตรฐาน หลักฐาน และการพิจารณาของ EPA/FTC

บังคับชัดเจน ว่าการกล่าวอ้างว่า recyclable, compostable หรือ reusable ต้องได้รับการรับรองจากองค์กรรับรองบุคคลที่สามที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ โดยอ้างอิง ISO/IEC 17065

Reusable

ต้องออกแบบให้ใช้ซ้ำหลายครั้ง มีความทนทาน และต้องมี ระบบหรือโครงสร้างรองรับการนำกลับมาใช้ซ้ำจริง

หากจะกล่าวอ้างโดยไม่มีเงื่อนไข ผู้ประกอบการต้องมีระบบรับคืนและใช้ซ้ำ หรือมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถซื้อมาเพื่อใช้บรรจุภัณฑ์เดิมซ้ำ (Lou Correa)

Refillable

กำกับโดยตรง และต้องมีระบบหรือโครงสร้างรองรับการเติมซ้ำจริง

ไม่ครอบคลุม

ฉลากมาตรฐานระดับประเทศ

กำหนดให้ EPA ร่วมกับ FTC จัดทำหรือรับรอง รูปแบบฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน ภายใน 2 ปี รวมถึงสัญลักษณ์ คำศัพท์ คำแนะนำ ตำแหน่งและขนาดของฉลาก

ไม่สร้างฉลากมาตรฐานระดับประเทศอย่างละเอียดในลักษณะเดียวกัน แต่ให้ FTC ออก แนวทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม (Lou Correa)

อำนาจของ FTC/EPA

EPA มีบทบาทหลักร่วมกับ FTC สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ ออกข้อบังคับ วิเคราะห์ระบบทั่วประเทศ และจัดทำรายชื่อวัสดุที่ผ่านเกณฑ์

FTC เป็นหน่วยงานหลัก และต้องรับฟังความเห็น/ความรู้จาก EPA แต่ร่างระบุชัดว่า FTC ไม่มีอำนาจออกกฎหรือข้อบังคับที่มีผลผูกพันภายใต้มาตรานี้ และให้จัดทำเป็นแนวทางแทน (Lou Correa)

คณะกรรมการที่ปรึกษา

กำหนดองค์ประกอบค่อนข้างละเอียด รวมผู้แทนภาคอุตสาหกรรม โรงคัดแยกวัสดุ องค์กรสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญ รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น รวมกับผู้แทน EPA/FTC

FTC ต้องตั้งสภาที่ปรึกษาภายใน 1 ปี ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (Lou Correa)

กฎหมายของมลรัฐ

ไม่ลบล้างกฎหมายของมลรัฐ โดยทั่วไป มลรัฐยังสามารถมีกฎของตนเองได้ ยกเว้นเรื่องรหัสระบุชนิดเรซินที่ขัดกับข้อกำหนดของรัฐบาลกลาง

ลบล้างกฎหมายของมลรัฐที่ไม่เหมือนกับมาตรฐานรัฐบาลกลาง อย่างกว้างขวาง มลรัฐหรือท้องถิ่นจะไม่สามารถคงข้อกำหนดที่แตกต่างจากกฎหมายรัฐบาลกลางได้ (Lou Correa)

ผลต่อ California SB 343

หากผ่านตามร่างปัจจุบัน SB 343 และกฎหมายมลรัฐอื่นยังคงอยู่ได้ เว้นแต่ขัดกันในเรื่องรหัสเรซินที่ร่างสงวนไว้เป็นข้อยกเว้น

หากผ่านตามร่างปัจจุบัน ข้อกำหนดการติดฉลากของ SB 343 ที่แตกต่างจาก PACK Act อาจถูกลบล้างโดยกฎหมายรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในผลสำคัญของร่างนี้ (Packaging Dive)

สัญลักษณ์ลูกศรรีไซเคิล

ควบคุมค่อนข้างละเอียด รวมถึงกรณีวัสดุไม่ผ่านเกณฑ์ และแยก รหัสระบุชนิดเรซิน ออกจากสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่ารีไซเคิลได้

ห้ามใช้รหัสเรซินภายในสัญลักษณ์ลูกศรสามตัว หากบรรจุภัณฑ์ไม่เข้าหลักเกณฑ์  recyclable/compostable/reusable แต่อนุญาตให้ใช้รหัสในรูปสามเหลี่ยมตามมาตรฐาน  ASTM (Lou Correa)

การเผาเพื่อผลิตพลังงาน

ระบุชัดว่า การแปรวัสดุเป็นเชื้อเพลิงหรือเผาเพื่อผลิตพลังงานไม่ถือเป็นการรีไซเคิล และห้ามนำไปนับรวมในเกณฑ์ร้อยละ 60 หรือ 40

ไม่มีบทบัญญัติที่ละเอียดเทียบเท่าในร่างนี้ (Lou Correa)

การบังคับใช้

การไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่หลอกลวงตาม FTC Act; FTC สามารถขอให้ศาลสั่งห้ามขาย จำหน่าย หรือ นำเข้าสหรัฐฯ ได้

การฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงภายใต้ FTC Act เช่นกัน (Lou Correa)

ค่าปรับ

FTC แจ้งผู้ฝ่าฝืนและให้เวลา 180 วันแก้ไข หากไม่แก้ จะมีค่าปรับต่อการฝ่าฝืนและต่อวันที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เงินค่าปรับนำไปสนับสนุนระบบรีไซเคิลและการให้ความรู้ประชาชน

ใช้กลไกและบทลงโทษภายใต้ FTC Act แต่ร่างไม่ได้สร้างระบบ 180 วันและการนำค่าปรับไปใช้เพื่อโครงการรีไซเคิลอย่างละเอียดเช่น Truth in Labeling Act (Lou Correa)

สถานะล่าสุด

H.R. 10048 ส่งให้ House Energy and Commerce Committee; S. 5302 ส่งให้ Senate Commerce, Science, and Transportation Committee ยังไม่มีการพิจารณาแก้ไขร่างในชั้นคณะกรรมาธิการหรือการลงมติ (GovInfo)

อยู่ที่ House Energy and Commerce Committee มีการนำไปพิจารณาในการรับฟังความคิดเห็นของคณะอนุกรรมาธิการเมื่อ  22 กรกฎาคม 2026 แล้ว แต่ ยังไม่มีการพิจารณาแก้ไขร่างในชั้นคณะกรรมาธิการและยังไม่มีการลงมติ (House Documents)

ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอาจกำลังจะกลายเป็นกฎหมายในไม่ช้า หรืออาจจะแช่แข็งอยู่เพื่อรอคณะกรรมมาธิการของแต่ละสภาหยิบขึ้นมาใช้อีกนานแสนนาน หรือจะมีร่างฉบับใหม่ยื่นเสนอเข้าสภาในประเด็นเดียวกันนี้อีกก็เป็นได้ ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบแน่ จึงจำเป็นต้องคอยจับตากันต่อไป

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ: วัตถุประสงค์หลักในการเลือกบทความฉบับนี้ขึ้นมานำเสนอ ก็เพื่อชี้ว่าสหรัฐฯ ซึ่งประกอบไปด้วยรัฐย่อยๆ 50 รัฐและดินแดนต่างๆ ภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ ทำให้กฎ กติกาและระเบียบต่างๆ ของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาจำหน่ายจ่ายแจกในเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการในรัฐใดรัฐหนึ่ง ก็ไม่อาจใช้เป็นตรามาตรฐานที่จะนำไปใช้ในอีกรัฐหนึ่งได้เสมอไป บางครั้งกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่ก็อาจต่างกันไปได้ด้วย แม้จะอยู่ในรัฐเดียวกัน และสิ่งที่แน่นอนที่สุดในเรื่องกฎระเบียบเหล่านี้ ก็คือความไม่แน่นอน นั่นคือไม่เพียงจะแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละพื้นที่ แต่ในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อดีของสหรัฐฯ ก็คือประเทศนี้จะมีการเก็บข้อมูลและสถิติต่างๆ ไว้อย่างดีเยี่ยมและส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ ส่วนในวงการที่ถูกหน่วยงานหลายๆ แห่งกำกับดูแล ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องคอยจับตาข้อมูลความเปลี่ยนแปลงให้รอบด้านอยู่เสมอ ซึ่งด้วยเหตุนี้เองจึงมีหน่วยงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้บริการในการติดตามและรวบรวมความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทั้งที่มีค่าบริการและหากเป็นภาครัฐก็มักไม่มีค่าใช้จ่าย แต่อาจต้องมีการลงทะเบียนเพื่อแสดงตัวตนในระดับหนึ่ง และก็อาจจะออกมาช้าสักนิด ซึ่งเมื่อพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตลาดในแถบนี้กำลังจะมีความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็บังเอิญมาพบเข้ากับเว็บไซต์หนึ่งที่ไม่ใช่ของรัฐ ให้ข้อมูลล่าสุดที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่แท้จริง โดยผู้จัดทำนั้นชื่อว่า Dave Hartter ซึ่งบอกว่าตนเองเป็นที่ปรึกษาด้าน Packaging and Product Sustainability อาศัยอยู่ในเมือง Charlotte รัฐ North Carolina (ขอให้เครดิตไว้ ณ ที่นี้ด้วย) ซึ่งเว็บไซต์นี้รายงานความคืบหน้าของกฎหมายของรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ แบบเกาะติดจริงๆ อย่างน่าสนใจ คือ เว็บไซต์ EPR Atlas หรือชื่อเต็มคือ U.S. Packaging EPR Atlas – Extended Producer Responsibility Intelligence Hub (epratlas.com) โดยได้พบว่ามีข้อมูลที่รวบรวมมาเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศ แถมยังให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงข้อมูลทุกสัปดาห์ และไม่ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อรับทราบข้อมูล ผู้ที่ก่อตั้งเว็บไซต์ดังกล่าวแนะนำเว็บไซต์ของตนเองไว้ ดังนี้

แหล่งอ้างอิงแบบรวมศูนย์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ ความรับผิดชอบที่ขยายไปถึงผู้ผลิตสำหรับบรรจุภัณฑ์ในสหรัฐฯ ครอบคลุมทุกรัฐที่ได้ตรากฎหมายในเรื่องดังกล่าวแล้ว EPR Atlas จัดทำขึ้นเนื่องจากข้อมูลต้นทางที่เกี่ยวข้องกระจัดกระจายอยู่ในหน่วยงานของรัฐจำนวน 7 แห่ง องค์กรความรับผิดชอบของผู้ผลิต 1 แห่ง ตลอดจนคดีความที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา อีกทั้งบทสรุปข้อมูลที่มีอยู่โดยทั่วไปจำนวนมากล้าสมัย หรือเปิดให้เข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่ชำระค่าบริการเท่านั้น

เนื่องจาก เว็บไซต์นี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น Opensource ที่เปิดให้ใช้แบบไม่มีพันธะผูกพันใดๆ และก็ไม่มีคำเตือนจากแอพพลิเคชั่นปกป้องภัยจากอินเตอร์เน็ต รวมถึงยังใช้แหล่งอ้างอิงที่เป็นทางการจริงๆ แทบทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ประกอบการที่สนใจอาจใช้เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศในสหรัฐฯ แหล่งหนึ่งได้

ท้ายที่สุด อยากเน้นว่าทั่วโลกขณะนี้เป็นโอกาสทองของผู้ที่ผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเหล่านี้ เพราะทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นถี่ขึ้นๆ และยังดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่มีข่าวใหม่เกิดขึ้น ช่วงนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งผู้นำประกาศว่าตนไม่เชื่อว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องจริง ก็อาจมีมาตรการต่างๆ ที่จะส่งเสริมในเรื่องนี้น้อยหน่อย แต่ภาคส่วนต่างๆในสหรัฐฯ รวมถึงภาครัฐในระดับท้องถิ่นหลายๆ แห่งก็ยังคงรณรงค์และออกมาตรการต่างๆ อยู่ ไม่ได้เงียบหายไปแต่อย่างใด และเมื่อใดที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่มหันกลับมาสนใจในสภาวะแวดล้อมโลกกันอีกครั้ง ก็จะมีมาตรการและแรงส่งเสริมมากมายกันอีกรอบอย่างแน่นอน

*********************************************************

ที่มา: U.S. Packaging EPR Atlas Extended Producer Responsibility Intelligence Hub
เรื่อง: “A Second Federal Labeling Bill Lands, and This One Would Not Preempt State Law”
โดย: EPR Atlas Updates
สคต. ไมอามี /วันที่ 20 สิงหาคม 2569

Share :
Instagram