
เม็กซิโกเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรองรับการผลิตยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์ชีวภาพภายในประเทศตามนโยบาย Plan México ขณะที่ตลาด Cold Chain ของเม็กซิโกมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสสำหรับคอมเพรสเซอร์ ห้องเย็น อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ บรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ และชิ้นส่วนระบบทำความเย็นจากไทย
ระบบ Cold Chain หรือระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพเม็กซิโก โดยมีหน้าที่รักษาอุณหภูมิของยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ตั้งแต่โรงงานผลิต คลังสินค้า การขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า โรงพยาบาล และร้านขายยา จนกระทั่งผลิตภัณฑ์ถึงมือผู้บริโภค เพื่อรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
การพัฒนา Cold Chain เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของนโยบาย Plan México ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มการผลิตยา วัคซีน และอุปกรณ์การแพทย์ภายในประเทศ รวมถึงลดการพึ่งพาการนำเข้า เนื่องจากการขยายกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังขาดคลังสินค้า รถขนส่ง และระบบติดตามอุณหภูมิที่สามารถรักษาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมตลอดเส้นทาง
ทิศทางดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นตามการขยายตัวของยาชีววัตถุ ยารักษามะเร็ง ยาภูมิคุ้มกันบำบัด และการรักษาเฉพาะทาง ซึ่งผลิตภัณฑ์หลายประเภทต้องเก็บรักษาในช่วงอุณหภูมิ 2–8 องศาเซลเซียส หรือในสภาวะแช่แข็ง หากอุณหภูมิคลาดเคลื่อนแม้ในช่วงเวลาสั้นๆ อาจส่งผลต่อคุณภาพ อายุการใช้งาน และประสิทธิภาพในการรักษาได้
การพัฒนาระบบ Cold Chain จึงไม่ได้จำกัดเฉพาะการติดตั้งตู้เย็นหรือห้องเย็น แต่ครอบคลุมถึงรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง บรรจุภัณฑ์เก็บรักษาอุณหภูมิ เซนเซอร์และเครื่องบันทึกข้อมูล ระบบแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ ตลอดจนระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยหน่วยงานสาธารณสุขของเม็กซิโกกำหนดให้อุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บผลิตภัณฑ์ยาต้องสามารถรักษาอุณหภูมิได้อย่างสม่ำเสมอ ผ่านการสอบเทียบ และมีระบบบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก IMARC Group บริษัทวิจัยประเมินว่า ตลาด Cold Chain ของเม็กซิโกมีมูลค่า 5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 25.7 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2577 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 17.78 ต่อปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการผลิตและกระจายยาและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ การค้าข้ามพรมแดนกับสหรัฐอเมริกา และการลงทุนปรับปรุงคลังสินค้าและระบบขนส่งให้สามารถติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
โอกาสของผู้ประกอบการไทย การเร่งพัฒนาระบบ Cold Chain ของเม็กซิโกนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มคอมเพรสเซอร์และชิ้นส่วนระบบทำความเย็น ซึ่งไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและมีการส่งออกเข้าสู่ตลาดเม็กซิโกแล้ว โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของไทยระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกสินค้าพิกัด HS 841430 คอมเพรสเซอร์ชนิดที่ใช้กับเครื่องทำความเย็นไปทั่วโลกมูลค่ารวม 291.22 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.56 จากมูลค่า 270.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนถึงแนวโน้มความต้องการสินค้ากลุ่มนี้ในตลาดต่างประเทศที่ยังขยายตัว
สำหรับตลาดเม็กซิโก ในช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกสินค้าดังกล่าวมูลค่า 6.67 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 16.03 จากมูลค่า 7.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเม็กซิโกเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 13 ของไทย และมีสัดส่วนร้อยละ 2.29 ของมูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวทั้งหมด แม้การส่งออกไปเม็กซิโกในปีนี้จะชะลอตัวลง แต่ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนความต้องการอุปกรณ์และเทคโนโลยีในระบบ Cold Chain ของเม็กซิโกในระยะยาว คือนโยบาย “Plan México” ที่มุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการผลิตยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนายกระดับสินค้าให้ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมการแพทย์และขยายเครือข่ายทางการค้าในระบบขนส่งและ Supply chain ของเม็กซิโก
สินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ คอมเพรสเซอร์ประสิทธิภาพสูง ชุดควบคุมและชิ้นส่วนระบบทำความเย็น ห้องเย็นสำเร็จรูป ฉนวนและแผงผนังห้องเย็น ตู้แช่สำหรับยาและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เซนเซอร์และเครื่องบันทึกอุณหภูมิ ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ตลอดจนกล่องและบรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิ ผู้ประกอบการไทยอาจเน้นสินค้าที่ช่วยประหยัดพลังงาน สามารถรักษาอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ และรองรับระบบติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงร่วมมือกับผู้ติดตั้งห้องเย็น ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ด้านสุขภาพ ผู้ผลิตยา โรงพยาบาล และตัวแทนจำหน่ายในเม็กซิโก พร้อมจัดทำข้อมูลทางเทคนิคและคู่มือภาษาสเปน ตลอดจนมีบริการหลังการขาย เพื่อรักษาการเติบโตและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในระยะต่อไป
สคต. ณ กรุงเม็กซิโก
แหล่งที่มา
https://www.milenio.com/negocios/cadena-frio-impulsara-produccion-farmaceutica-plan-mexico