fb
เกษตรกรไต้หวันผลิตข้าวหอม สร้างจุดเด่นสู้แนวโน้มการหดตัวของปริมาณการบริโภค

เกษตรกรไต้หวันผลิตข้าวหอม สร้างจุดเด่นสู้แนวโน้มการหดตัวของปริมาณการบริโภค

ลงเมื่อ 29 ตุลาคม 2568 15:59
สคต. ณ กรุงมะนิลา ส่วนที่ 2 (ไต้หวัน) (TTC, Manila – Section 2 (Taiwan))
47

กระแสความนิยมในการรักษาสุขภาพของชาวไต้หวันที่พยายามลดการบริโภคข้าวเพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายจะได้รับในแต่ละวัน ทำให้ปัจจุบัน ชาวไต้หวันมีแนวโน้มบริโภคข้าวน้อยลงเรื่อยๆ จากสถิติของกระทรวงเกษตรไต้หวันชี้ว่า ในปี 2567 ปริมาณการบริโภคข้าวของชาวไต้หวันคือ 42.0 กก. ต่อคนต่อปี  ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ลดลงมากถึงครึ่งหนึ่งจากเมื่อ 40 ปีก่อน ที่อยู่ที่ระดับ 84 กก. ต่อคนต่อปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวไต้หวัน นอกจากนี้ เกษตรกรไต้หวันยังต้องเผชิญกับการรุกคืบของข้าวต่างชาติโดยเฉพาะข้าวจากสหรัฐฯ ที่ค่อยๆ ขยายตลาดในกลุ่มร้านอาหารของไต้หวันได้มากขึ้นเรื่อยๆ 

รัฐบาลไต้หวันได้เปิดตลาดให้มีการนำเข้าข้าวได้ในปริมาณ 144,720 ตันต่อปีภายใต้ WTO นับตั้งแต่ปี 2545 โดยในจำนวนนี้ 65% จะผ่านการประมูลของรัฐบาลเพื่อนำเข้าสู่คลังเก็บข้าวของรัฐ สำหรับใช้เป็นข้าวสำรอง รวมถึงใช้สำหรับการปรับนโยบาย หรือการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ส่วนอีก 35% จะถูกประมูลโดยผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการแปรรูป รวมถึงเข้าสู่ตลาดร้านอาหารและการจัดเลี้ยง ทั้งนี้ ในช่วงแรกๆ ที่ไต้หวันเปิดตลาดข้าว มักเกิดเหตุการณ์นำข้าวไต้หวันไปผสมกับข้าวต่างประเทศราคาถูก ในปี 2557 รัฐบาลไต้หวันจึงมีกฎหมายโดยห้ามการขาย "ข้าวผสม" ระหว่างข้าวไต้หวันกับข้าวต่างประเทศในการขายปลีกอย่างเด็ดขาด โดยที่ผู้ประกอบการต้องระบุแหล่งผลิตบนบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน แต่ระเบียบนี้ไม่ครอบคลุมสำหรับข้าวที่ใช้ในภาคธุรกิจ เช่น โรงงาน หรือ ร้านอาหาร ทำให้ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้ค้าข้าวส่วนใหญ่จะทำการผสมข้าวตามความต้องการของลูกค้า เช่น ผสมข้าวสหรัฐฯ 70% กับข้าวไต้หวัน 30% เพื่อให้รสสัมผัสของข้าวใกล้เคียงกับข้าวไต้หวันมากขึ้น ในราคาต้นทุนที่ถูกลงมากสำหรับขายต่อให้ภาคธุรกิจเหล่านี้ จึงทำให้ข้าวสหรัฐฯ ที่เป็นข้าวเมล็ดสั้นเหมือนข้าวไต้หวันสามารถขยายตลาดในส่วนของB2B มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ การเจรจาเพื่อต่อรองลดภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม ยังสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรต่อการรุกคืบขยายส่วนแบ่งตลาดในไต้หวันมากขึ้นแบบเงียบๆ ของข้าวสหรัฐฯ โดยที่ผ่านมา ฝ่ายสหรัฐฯ เคยเรียกร้องให้ยกเลิกข้อกำหนดที่ให้ระบุแหล่งที่มาของข้าวที่เข้ามาขายในไต้หวัน นอกจากนี้ผู้ค้าข้าวสหรัฐฯ ยังได้รวมตัวกันเรียกร้องผลักดันให้ข้าวสหรัฐฯ กลายเป็นข้าวที่ชาวไต้หวันซื้อมาหุงหารับประทานในชีวิตประจำวัน มากกว่าการเก็บไว้เฉพาะในคลังข้าวของรัฐบาลและนำออกมาใช้เฉพาะเมื่อต้องการพยุงราคาเท่านั้น

สำหรับข้าวไทยมีข้อได้เปรียบจากการที่ชาวไต้หวันนิยมรับประทานอาหารไทย และมีร้านอาหารไทยในไต้หวันอยู่เป็นจำนวนมาก (ประมาณมากกว่า 1,000 แห่งทั่วไต้หวัน) และคนไต้หวันส่วนใหญ่เห็นว่า ในการรับประทานอาหารไทยควรรับประทานข้าวไทยควบคู่ไปด้วยกัน ทำให้มีความต้องการข้าวไทยในตลาดเป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี ส่งผลให้การนำเข้าข้าวไทยจึงค่อนข้างคงตัวอย่างมีเสถียรภาพ

ที่มา: Economic Daily News (15 October 2025)

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.      
         กระแสการรับประทานเพื่อสุขภาพทำให้ชาวไต้หวันบริโภคข้าวน้อยลง ประกอบกับการคุกคามจากข้าวสหรัฐฯ ที่มีต่อตลาดข้าวภายในไต้หวัน ทำให้รัฐบาลและเกษตรกรของไต้หวันต้องเร่งหาวิธีรับมือ โดยในชั้นนี้ กระทรวงเกษตรไต้หวันได้ทำการพัฒนาพันธุ์ข้าวไต้หวันขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไต้หวัน เช่น ข้าวไถหนานหมายเลข 16 ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นข้าวโคชิฮิคาริไต้หวัน โดยพัฒนาขึ้นจากพันธุ์ข้าวของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีข้าวเถาหยวนหมายเลข 3 หรือข้าวหอมเผือก ซึ่งเป็นข้าวที่มีกลิ่นหอมของเผือก และเคยส่งออกไปยังยุโรปแต่ยังมีปริมาณไม่มากนัก ข้าวไถจง 194 หรือข้าวหอมใบเตย ที่มีกลิ่นหอมของใบเตย เป็นต้น อันเป็นความพยายามของภาครัฐที่ช่วยให้เกษตรกรขายข้าวได้ในราคาสูงขึ้น แม้ปริมาณความต้องการในตลาดจะลดลง และยังต้องเผชิญการแข่งขันจากข้าวต่างประเทศ

Share :
Instagram