
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่บรรจุพัสดุอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ได้บินตรงจากสนามบินอู่ฮั่นเทียนเหอสู่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร เส้นทางนี้ถือเป็นการเปิดตัวเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศครั้งแรกของสนามบินเทียนเหอในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ดำเนินการโดยเครื่องบินบรรทุกสินค้าทั้งหมดของ JD Airlines โดยมีความจุสินค้าสูงสุด 22 ตันต่อเที่ยว เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารองค์กรของกลุ่มสนามบินหูเป่ย เปิดเผยว่า การวางแผนการบินในครั้งนี้ มุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดตามฤดูกาล โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคมจะเริ่มดำเนินการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์และจะเพิ่มความถี่เป็น 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีความต้องการขนส่งสูงสุด โดยเที่ยวบินขาออกจากอู่ฮั่นจะเน้นกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูง และพัสดุอีคอมเมิร์ซ ขณะที่เที่ยวบินขากลับจากกรุงเทพฯ จะเน้นการขนส่ง "ราชาผลไม้" อย่างทุเรียนและผลไม้เขตร้อนสดใหม่จากไทยส่งตรงสู่ตลาดอู่ฮั่นทันที เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนที่มองหาความสดใหม่
ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือระหว่าง Hubei Airport Group และ JD Logistics สู่ระดับสากล โดยอาศัยศักยภาพของเส้นทางบินตรงเป็นกลไกหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว และแม่นยำยิ่งขึ้น การเปิดเส้นทางบินตรง อู่ฮั่น–กรุงเทพฯ ไม่เพียงช่วยลดระยะเวลาการนำเข้าสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าในระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องอาศัยระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain)
เส้นทางบินดังกล่าวจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนตอนกลางได้โดยตรง โดยเฉพาะ สินค้าเกษตรมูลค่าสูง อาทิ ทุเรียน มังคุด ลำไย และผลไม้สดอื่น ๆ ซึ่งสามารถขนส่งจากแหล่งผลิตในประเทศไทยไปถึงตลาดมณฑลหูเป่ยได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้คงความสดใหม่ รสชาติ และคุณภาพในระดับสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกรดพรีเมียม และ ความปลอดภัยด้านอาหาร นอกจากนี้ การเชื่อมโยงกับเครือข่ายโลจิสติกส์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ JD Logistics ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยสามารถกระจายสู่ผู้บริโภคในเมืองหลักและเมืองรองของจีนตอนกลาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านศูนย์กระจายสินค้าเดิมในจีนตอนใต้ และช่วยขยายฐานตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดจีน และสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าการค้าระหว่างไทย–จีนในระยะยาว
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
ท่ามกลางโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้น สินค้าไทยอาจเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ไทยจึงควรเร่งบูรณาการการพัฒนาระบบติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า (Traceability System) เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลการเพาะปลูก กระบวนการผลิต และมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้าไทยในระยะยาว
การยกระดับความร่วมมือระหว่าง Hubei Airport Group และ JD Logistics ครั้งนี้ ส่งเสริมให้สามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ลดความผันผวนของรายได้เกษตรกร และส่งเสริมการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ภาคการผลิต การแปรรูป บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงธุรกิจโลจิสติกส์และการตลาดดิจิทัล อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียวหรือเส้นทางขนส่งแบบเดิม ส่งผลให้โครงสร้างการค้าของไทย มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนและผู้ประกอบการไทยควรมุ่งพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุสินค้า รักษาคุณภาพ และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคจีน พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารจุดขายด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและใช้ประโยชน์จากศักยภาพการเติบโตของตลาดจีนได้อย่างเต็มที่และยั่งยืน
........................................
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว
3 กุมภาพันธ์ 2569
แหล่งข้อมูล: https://www.chinaqw.com/qx/2026/01-28/402032.shtml