fb
จีนจับมือไทยแก้ปัญหาสารกำมะถันในลำไย
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 09 ตุลาคม 2568 15:18
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
139

จีนจับมือไทยร่วมกันแก้ไขปัญหาสารกำมะถันในลำไย โดยสามารถเก็บรักษา “ลำไยไม่รมกำมะถัน” ได้นาน 20 วัน กลุ่มบริษัทโอเหิง จับมือพันธมิตรไทย พัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกแก้ปัญหาลำไยตกมาตรฐานจากสารกำมะถันเกินค่า เพื่อรับมือกับกรณีที่ศุลกากรจีนตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินมาตรฐานในลำไยนําเข้าจากประเทศไทยหลายครั้งที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทโอเหิง (Oheng Group) ได้ร่วมมือกับ บริษัท BK TRADE HUB จำกัด จากประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรเทคโนโลยีขั้นสูงที่ถือครองสิทธิบัตรเทคโนโลยี “นาโนบับเบิลแรงดันสูง” (High-Pressure Nano-Bubble Technology) พัฒนาเทคโนโลยี “การฆ่าเชื้อด้วยนาโนแรงดันสูง” (High-Pressure Nano-Disinfection Technology) ขึ้นมาเป็นทางเลือกใหม่แทนกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์แบบดั้งเดิม ช่วยขจัดความเสี่ยง “ลำไยมีสารพิษ” ได้ตั้งแต่ต้นทาง

          เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศจีน (Chinese Academy of Agricultural Sciences) และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการติดตั้งสายการผลิตและประกอบอุปกรณ์ภายในโรงงาน โดยเริ่มเปิดรับจองสำหรับโรงงานแปรรูปแล้ว 

         ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา จีนเริ่มใช้มาตรฐานใหม่ในการนำเข้าผลไม้ และในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีลำไยจากไทยมากกว่า 10 ตู้คอนเทนเนอร์ถูกตีกลับ เนื่องจากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกิน 50 ppm ส่งผลให้โรงงานแปรรูปต้องระงับการรับซื้อลำไย และยกเลิกสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสวน ส่งผลกระทบต่อราคาลำไย

         ที่ผ่านมา ลำไยไทยมักใช้กระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพื่อคงความสด แต่กระบวนการดังกล่าวควบคุมความเข้มข้นได้ยาก หากสุ่มตรวจทั้งจากเปลือกและเนื้อ มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านมาตรฐานที่จีนกำหนดไว้

        เพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้ กลุ่มโอเหิงได้ตั้งทีมวิจัยเทคนิคเฉพาะทาง พัฒนา “เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยนาโนแรงดันสูง” โดยใช้สารละลายโอโซนร่วมกับสารรักษาความสดสูตรเฉพาะสำหรับลำไย สามารถกำจัดจุลชีพและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายทั้งบนผิวและภายในเนื้อลำไยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยคงความสดของผลลำไยได้นานกว่า 20 วันภายใต้ระบบโซ่ความเย็น (Cold Chain) โดยปราศจากสารตกค้างของซัลเฟอร์ไดออกไซด์อย่างสิ้นเชิง แก้ปัญหาความปลอดภัยของกระบวนการเดิมได้ครบวงจร

        ผลการทดสอบโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศจีนระบุว่า ลำไยที่ผ่านการประมวลผลด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ มีค่ามาตรฐานทางจุลชีววิทยาและระยะเวลาการเก็บรักษาที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป อีกทั้งยังไม่สูญเสียรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ คณะผู้เชี่ยวชาญได้ออกใบรายงานผลทดสอบรับรองความปลอดภัยและประสิทธิผลของเทคโนโลยีแล้ว

        ปัจจุบัน สายการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี “นาโนแรงดันสูงฆ่าเชื้อ” ได้เข้าสู่กระบวนการประกอบในโรงงาน และกลุ่มโอเหิงได้เปิดช่องทางจองอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงเป็นทางออกที่สอดคล้องตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมลำไยนําเข้าเท่านั้น แต่ยังมีแนวโน้มช่วยยกระดับกระบวนการถนอมผลไม้ในอุตสาหกรรมนำเข้า–ส่งออกทั่วโลก และเสริมแนวป้องกันความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย

ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู  

  1. สำหรับผู้นำเข้า–ผู้ส่งออกลำไยไทย–จีน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของจีนอย่างเร่งด่วน มาตรการด้านความปลอดภัยทางอาหารของจีน โดยเฉพาะการตรวจสอบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในผลไม้สด มีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกไทยจึงควรเร่งปรับระบบแปรรูปและกรรมวิธีในการรักษาความสดให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีกลับสินค้าและความเสียหายทางการค้าในอนาคต

  2. พิจารณานำเทคโนโลยี “นาโนแรงดันสูง” เข้ามาใช้ในสายการผลิต เทคโนโลยี High-Pressure Nano-Disinfection เป็นแนวทางที่สามารถทดแทนกระบวนการรมซัลเฟอร์แบบเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการของผลไม้ การลงทุนในเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้าง “ความแตกต่างเชิงคุณภาพ” และเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาดนำเข้า

  3. สร้างความร่วมมือระหว่างห่วงโซ่อุปทานไทย–จีน (Cross-border Supply Chain Collaboration) โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายในจีน ควรจับมือกันตั้งแต่ต้นน้ำ–ปลายน้ำ เพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และรับรองแหล่งผลิต (Origin Certification) ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภค และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร

  4. ปรับกลยุทธ์การตลาดจาก “ราคานำ” เป็น “มาตรฐานนำ” ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การแข่งขันด้วยมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทยได้มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว

  5. ผลักดันการรับรองเทคโนโลยีระดับสากล (International Certification) ผู้ส่งออกที่ต้องการขยายตลาดไปยังจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ควรพิจารณาขอการรับรองจากหน่วยงานสากล เช่น HACCP, ISO 22000, และ GAP พร้อมแนบรายงานผลทดสอบเทคโนโลยีใหม่ เพื่อยืนยันคุณภาพในระดับนานาชาติ

  6. ใช้โอกาสนี้ยกระดับแบรนด์ “ลำไยไทย” สู่ตลาดพรีเมียม การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปลอดสารตกค้าง ถือว่าเป็นช่วงจังหวะสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ “ลำไยไทย” ว่าเป็นผลไม้คุณภาพสูง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยขยายตลาดพรีเมียมในจีนและประเทศอื่นๆ ได้ในระยะยาว

                          ----------------------------------------------------

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

ตุลาคม 2568

แหล่งข้อมูล  Press Release , International Fruits and Vegetables (http://www.guojiguoshu.com)

เฉิงตู-ไทย จีน รวมมือแก้สารกำมะถันในลำไย.pdf
Share :
Instagram