fb
FDA ไต้หวันปรับแผนตรวจเข้ม หลังพบสารซูดานเรดในเครื่องสำอางในไต้หวัน

FDA ไต้หวันปรับแผนตรวจเข้ม หลังพบสารซูดานเรดในเครื่องสำอางในไต้หวัน

ลงเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2568 14:50
สคต. ณ กรุงมะนิลา ส่วนที่ 2 (ไต้หวัน) (TTC, Manila – Section 2 (Taiwan))
51

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานอาหารและยาไต้หวัน (TFDA) ได้ประกาศตรวจพบสารซูดานเรด (Sudan Red) ซึ่งเป็นสารต้องห้ามและจัดเป็นสารก่อมะเร็งในเครื่องสำอางรวม 20 รายการ หลังจากทำการสำรวจในท้องตลาดเป็นครั้งแรกในไต้หวัน โดยสารซูดานเรดเป็นสารเคมีที่ถูกห้ามใช้ในเครื่องสำอางภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจัดการสุขอนามัยเครื่องสำอางของไต้หวัน เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค 

การสอบสวนได้พุ่งเป้าไปที่ บริษัท Yihong Enterprise Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบ โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวได้นำเข้าวัตถุดิบที่น่าสงสัยว่ามีการผสมสารซูดานเรดจากบริษัท Campo Research ของสิงคโปร์ โดยวัตถุดิบเหล่านี้ถูกสำแดงในการผ่านพิธีศุลกากรอย่างไม่โปร่งใสโดยใช้ชื่อ "สารแต่งสีจากพืช" ซึ่งเป็นกลวิธีที่พยายามหลีกเลี่ยงการควบคุมที่เข้มงวด จากการติดตามห่วงโซ่อุปทาน พบว่าวัตถุดิบดังกล่าวได้ถูกจำหน่ายต่อไปยังผู้ประกอบการปลายน้ำ 14 ราย และมีบริษัทที่นำไปใช้ในการผลิตเครื่องสำอางจริง 12 ราย ทำให้มีสินค้าที่มีการปนเปื้อนกระจายไปยังเมืองทั่วไต้หวัน ส่งผลให้ TFDA ประกาศยกเลิกการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาทั้งหมด 20 รายการ โดยทันที

ความน่ากังวลได้เพิ่มขึ้นเมื่อมีการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทาง โดยเฉพาะหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันได้เปลี่ยนระบบการตรวจสอบเครื่องสำอางจาก "ระบบอนุญาต" เป็น "ระบบขึ้นทะเบียน" เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 นอกจากนี้ ยังพบว่าเครื่องสำอางที่น่าสงสัยในกรณีนี้บางส่วน ยังไม่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนอย่างสมบูรณ์ภายใต้ระบบใหม่นี้ TFDA จึงสั่งการให้ผู้ประกอบการทั่วไต้หวัน กว่า 900 ราย เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ให้เสร็จสิ้นภายใน สัปดาห์ เพื่ออุดช่องโหว่ด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ เพื่อแสดงความเด็ดขาดในการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันได้ยืนยันว่า TFDA จะดำเนินการปรับบริษัท Yihong Enterprise Co., Ltd. เป็นจำนวนเงินสูงถึง ล้านเหรียญไต้หวัน และได้ส่งต่อคดีให้หน่วยงานสอบสวน เพื่อตรวจสอบว่าผู้นำเข้ามีเจตนาใส่สารอันตรายจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบการกระทำผิดด้วยความจงใจ จะมีการลงโทษที่รุนแรงที่สุดตามกฎหมาย นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันยังได้กล่าวถึงแนวทางป้องกันในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่า หลักการจัดการเครื่องสำอางทั่วโลกนั้นยึด "การจัดการกระบวนการผลิต" หรือ GMP (Good Manufacturing Practice) เป็นแกนหลัก เนื่องจากวัตถุดิบมีหลากหลายประเภทเกินกว่าที่จะตรวจสอบทุกชนิดก่อนการนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงจะมุ่งเน้นการส่งเสริมมาตรฐาน GMP ในโรงงานผู้ผลิต เพื่อเสริมสร้างการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและกระบวนการผลิตภายในของผู้ประกอบการเอง และที่สำคัญที่สุด คือ ได้ประกาศแผนการที่จะบรรจุสารซูดานเรดเข้าไว้ในรายการตรวจสอบหลังการจำหน่าย (Post-market Surveillance) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การตรวจสอบสารต้องห้ามนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมตลาดในระยะยาวอย่างถาวร อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนถึงปัญหาการขาดแคลนทางเทคนิคในการตรวจสอบสารต้องห้ามเหล่านี้ และต้องการความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐบาลของไต้หวันจะทำการวางแผนเพื่อแก้ไขต่อไป

ที่มา: Economic Daily News/ UDN / CNA (November 26, 2023)

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.

ไต้หวันถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับเครื่องสำอางและเครื่องหอมจากไทย ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องสำอางไทยวางจำหน่ายในไต้หวันเป็นจำนวนไม่น้อย เช่น Baby Right, 2P Original, ศรีจันทร์, KARMART เป็นต้น และมีแนวโน้มการส่งออกที่เติบโตขึ้น อันเนื่องจากสินค้าไทยเหมาะกับสภาพอากาศในไต้หวัน อีกทั้งยังมีคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ เหมาะกับวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานในไต้หวัน การรักษาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสินค้าเครื่องสำอาง การตรวจพบสารซูดานเรดในเครื่องสำอางของหน่วยงานไต้หวันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของคุณภาพและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการไทยจึงควรเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง Supplier รวมทั้งเร่งพัฒนาโรงงานให้ได้มาตรฐาน GMP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิต และที่สำคัญคือต้องมีระบบตรวจสอบกลับ เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ อันจะสามารถสร้างหลักประกันและความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแบรนด์ด้วย

o686125a.pdf
Share :
Instagram