fb
วิดีโอพิเศษ | สีจิ้นผิง: “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”

วิดีโอพิเศษ | สีจิ้นผิง: “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”

โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 04 พฤศจิกายน 2568 13:59
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
34

เช้าวันที่ 1 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีส่งมอบเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 พร้อมประกาศว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2026 ที่ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง

ประธานาธิบดี สีฯ เน้นย้ำว่า เอเปคเป็นกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และได้มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค การสร้าง “ประชาคมเอเชีย–แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน” ถือเป็นหนทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเป็นเป้าหมายร่วมของทุกประเทศ

จีนจะใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2026 นี้ เป็นเวทีในการร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยเฉพาะในด้าน เขตการค้าเสรีเอเชีย–แปซิฟิก (FTAAP) การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน (Connectivity) เศรษฐกิจดิจิทัล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมพลังและมอบโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค

ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองเซินเจิ้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แต่ในเวลาไม่กี่ทศวรรษได้กลายเป็นมหานครนานาชาติสมัยใหม่ ซึ่งเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา” ของจีน และเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนนโยบาย “เปิดกว้างเพื่อความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกัน” ของประเทศ

เขาได้กล่าวเชิญชวนว่า “ตั้งตารอให้ทุกฝ่ายได้มาพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเอเชีย–แปซิฟิกร่วมกัน และร่วมสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาคของเรา”

ผู้นำจากเศรษฐกิจต่าง ๆ ในเอเปคได้แสดงการสนับสนุนจีนในฐานะเจ้าภาพปี 2026 และเห็นพ้องกับแนวคิดของจีนในการจัดการประชุม โดยคาดหวังว่า “ปีแห่งจีน” ของเอเปคจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนการเติบโตและความรุ่งเรืองร่วมกัน

ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู 

โอกาสของประเทศไทยจากการประชุมเอเปคที่เซินเจิ้น (2026)

  1. ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เซินเจิ้นเป็น “หุบเขาซิลิคอนแห่งจีน” การที่เอเปคจัดประชุมที่นี่ จะเปิดโอกาสให้ไทยขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การลงทุนในสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะในด้าน AI, FinTech, Smart Manufacturing และ Green Tech
  2. ยกระดับความเชื่อมโยงด้านการค้าและโลจิสติกส์ (Connectivity & Supply Chain) โครงการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เช่น เส้นทางขนส่ง New International Land-Sea Trade Corridor ซึ่งเชื่อมจีนตะวันตกกับอาเซียนผ่านไทยและลาวจะยิ่งมีบทบาทสำคัญ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้เป็น “จุดศูนย์กลางการกระจายสินค้า” ไปยังตลาดจีนตอนใน
  3. ผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของไทย เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางนำเข้าอาหาร ผลไม้ และสินค้าเกษตรพรีเมียมจากทั่วโลก ไทยสามารถใช้เวทีเอเปคผลักดันแบรนด์ “Premium Thai” โดยเฉพาะผลไม้ไทย เครื่องดื่มสุขภาพ และอาหารฮาลาลคุณภาพสูง
  4. ขยายความร่วมมือในมิติ ESG และ Green Finance จีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตสีเขียว (Green Growth) การประชุมที่เซินเจิ้นจะเน้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไทยจึงมีโอกาสเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือด้าน ESG Finance Circular Economy และพลังงานสะอาด
  5. เสริมบทบาท Soft Power ไทยในเวทีภูมิภาค ในฐานะประเทศสมาชิกเอเปคที่มีจุดแข็งด้านอาหาร วัฒนธรรม และบริการสร้างสรรค์ ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมผ่านการจัดกิจกรรม “Thai Festival” “Thai Select Cuisine” และการส่งเสริม Creative Economy ร่วมกับเมืองนวัตกรรมของจีน

                          ----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

พฤศจิกายน 2568

แหล่งข้อมูล :  CCTV Chinese International

เฉิงตู-วิดีโอพิเศษ สีจิ้นผิง “ตั้งตารอพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า”.pdf
Share :
Instagram