
เช้าวันที่ 1 พฤศจิกายนตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมพิธีส่งมอบเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 พร้อมประกาศว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 33 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2026 ที่ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง
ประธานาธิบดี สีฯ เน้นย้ำว่า เอเปคเป็นกลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และได้มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตและความมั่งคั่งของภูมิภาค การสร้าง “ประชาคมเอเชีย–แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน” ถือเป็นหนทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเป็นเป้าหมายร่วมของทุกประเทศ
จีนจะใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2026 นี้ เป็นเวทีในการร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก โดยเฉพาะในด้าน เขตการค้าเสรีเอเชีย–แปซิฟิก (FTAAP) การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน (Connectivity) เศรษฐกิจดิจิทัล และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมพลังและมอบโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในภูมิภาค
ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมืองเซินเจิ้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แต่ในเวลาไม่กี่ทศวรรษได้กลายเป็นมหานครนานาชาติสมัยใหม่ ซึ่งเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งการพัฒนา” ของจีน และเป็นหน้าต่างสำคัญที่สะท้อนนโยบาย “เปิดกว้างเพื่อความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกัน” ของประเทศ
เขาได้กล่าวเชิญชวนว่า “ตั้งตารอให้ทุกฝ่ายได้มาพบกันที่เซินเจิ้นในปีหน้า เพื่อหารือแนวทางพัฒนาเอเชีย–แปซิฟิกร่วมกัน และร่วมสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาคของเรา”
ผู้นำจากเศรษฐกิจต่าง ๆ ในเอเปคได้แสดงการสนับสนุนจีนในฐานะเจ้าภาพปี 2026 และเห็นพ้องกับแนวคิดของจีนในการจัดการประชุม โดยคาดหวังว่า “ปีแห่งจีน” ของเอเปคจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ตลอดจนการเติบโตและความรุ่งเรืองร่วมกัน
ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู
โอกาสของประเทศไทยจากการประชุมเอเปคที่เซินเจิ้น (2026)
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
พฤศจิกายน 2568
แหล่งข้อมูล : CCTV Chinese International