
งานมหกรรม 2026 Asia-Pacific Sustainability Expo ครั้งที่ 5 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 ณ อาคารแสดงสินค้าไทเป เวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ภายใต้แนวคิดหลัก "ร่วมสร้างอนาคตของเรา: ความยืดหยุ่น นวัตกรรม และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" (Building Our Future: Resilience, Innovation, Prosperity) งานในปีนี้ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 9 โซนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่สถาปัตยกรรมยั่งยืน การเงินยั่งยืน วิถีชีวิตยั่งยืน การท่องเที่ยวยั่งยืน การศึกษายั่งยืน การแพทย์ยั่งยืน โซลูชันเพื่อความยั่งยืน พันธมิตรด้านความยั่งยืน และระบบนิเวศที่ยั่งยืน นิทรรศการนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีจัดแสดงผลงาน แต่เป็นการร้อยเรียงภาครัฐ ภาคองค์กรธุรกิจ การแพทย์ การศึกษา และวิถีชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกันจนเกิดเป็น "ห่วงโซ่แห่งความยั่งยืน" ที่ข้ามผ่านข้อจำกัดของอุตสาหกรรม เผยให้เห็นศักยภาพของไต้หวันในการผสานเทคโนโลยี AI, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน, เศรษฐกิจหมุนเวียนการแพทย์อัจฉริยะ และความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับกลยุทธ์ระดับชาติและด้านการตลาดได้อย่างลงตัว
ภายในงาน กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันได้นำเสนอแคมเปญ "GO ZERO!” จัดแสดงความก้าวหน้าด้านพลังงานสีเขียวที่ควบคู่กับระบบนิเวศทางน้ำ สมาร์ทกริด เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และผลงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการได้ผนึกกำลังโรงพยาบาลในสังกัด 26 แห่ง นำเสนอโมเดลการแพทย์ยั่งยืนที่ลดรอยเท้าคาร์บอนในทุกมิติ โดยไฮไลต์ที่น่าจับตามอง คือ "เครื่องตรวจชีพจรอัจฉริยะตามแบบแพทย์แผนจีน" จากโรงพยาบาลฉีซาน ที่ถูกนำไปใช้ในหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ห่างไกล นวัตกรรมนี้ผสานทฤษฎีการไหลเวียนโลหิตเข้ากับฐานข้อมูลคลินิกขนาดใหญ่ (Big Data) นับล้านรายการ วิเคราะห์ผ่านคลื่นชีพจร ช่วยลดการเดินทางของผู้ป่วย และยกระดับบริการทางการแพทย์ให้มีความแม่นยำและปลดปล่อยคาร์บอนต่ำในเวลาเดียวกัน สำหรับภาคธุรกิจค้าปลีกของไต้หวัน ได้แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการทำ Marketing ที่เปลี่ยนเรื่องไกลตัวให้เป็นไลฟ์สไตล์ที่จับต้องได้ เช่น 7-ELEVEN ยักษ์ใหญ่ Convenience Store ต่อยอด "ระบบหมุนเวียนกากกาแฟ" ที่ริเริ่มในปี 2566 โดยนำกากกาแฟจากสาขาต่างๆ มาอัปไซเคิลเป็นชุดพนักงาน ถุงเท้า และสบู่ ขณะที่ FamilyMart ร่วมกับ Zhongjie Biotech พลิกโฉมบรรจุภัณฑ์ด้วยการรีไซเคิลขวดนมจาก Let’s Café ผลิตเป็นขวดพลาสติกรีไซเคิล 100% (PCR) สร้าง Loop การบริโภคที่นำขวดพลาสติกเปล่าจากหน้าร้านกลับคืนสู่มือผู้บริโภคอีกครั้ง PX Mart เชนซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น โชว์ศักยภาพการเข้าถึงชุมชนด้วย "Mobile Supermarket" รถบรรทุกขนาด 7.5 ตันที่บรรจุสินค้ากว่า 300-400 รายการ ตั้งแต่ของใช้จำเป็นไปจนถึงอาหารสด วิ่งให้บริการในพื้นที่ห่างไกล ตอบโจทย์ความยั่งยืนทางสังคม ในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงรัพยากร MUJI นำเสนอโปรเจกต์ Golden Corridor ร่วมกับเกษตรกรในเมืองหยุนหลิน ปลูกพืชใช้น้ำน้อย นำผลผลิตมาทำเป็นนมถั่วเหลืองท้องถิ่น และนำกากถั่วเหลืองมาแปรรูปเป็นคุกกี้ เพิ่มมูลค่าให้ผลพลอยได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ด้านเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคอย่าง Far Eastern Group จัดแสดงผลงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้ธีม "ร่วมสร้าง Net Zero ไกลก้าวไปด้วยกัน" ได้สะท้อนความสำเร็จในการบูรณาการ ESG ลงในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งรวมถึง Far Eastern New Century ที่นำนวัตกรรมวัสดุสีเขียว โชว์ศักยภาพการออกแบบวัสดุเชิงเดี่ยวเพื่อการรีไซเคิลที่ง่ายขึ้น และเสื้อกีฬาจากวัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถูกนำไปใช้ในเวทีการแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่นในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้กับทีมชาติสเปนและอาร์เจนติน่า โดยใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวด PET 100% Far EasTone นำเทคโนโลยี AIoT มายกระดับเมืองอัจฉริยะ เช่น โซลูชัน Net Zero สำหรับอาคารยิมเนเซียมของมหาวิทยาลัยแห่งชาติทางทะเลไต้หวัน ที่ลดความหนาแน่นของการใช้ไฟฟ้าลงได้ถึง 42% และระบบเฝ้าระวังระดับน้ำอัจฉริยะที่ช่วยรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว กลุ่มห้างสรรพสินค้า (SOGO, Big City, Far Eastern Dept Store, a.mart, city'super): SOGO สร้างปรากฏการณ์เศรษฐกิจหมุนเวียน 100% ด้วยการนำชุดพนักงานเก่า 3,483 ชุดมาสกัดเป็นเส้นใยผลิตถาดอาหารในศูนย์อาหาร ลดคาร์บอนได้ถึง 70 ตัน ด้าน a.mart เตรียมเดินหน้าเก็บรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วจากสาขาเพื่อส่งต่อให้โรงงานผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ขณะที่ city'super ตั้งเป้าลดการใช้ถุงกระดาษ 15% ย้ำจุดยืนที่ว่าการบริโภคระดับพรีเมียมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
การจัดแสดงในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูธรรมชาติ กระทรวงเกษตรไต้หวันจัดนิทรรศการตั้งแต่ระดับป่าไม้ พื้นที่เกษตร ไปจนถึงทรัพยากรทางทะเล ในขณะที่ภาคเอกชนอย่างห้างสรรพสินค้า Q Squareได้ฉีกกฎเดิมๆ ของวงการรีเทลด้วยการยกเลิกการแจกถุงกระดาษ และริเริ่มโครงการ "โรงแรมผึ้งสันโดษ" (Solitary Bee Hotel) สนับสนุนให้ประชาชนสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยของผึ้งผสมเกสรที่ระเบียงบ้าน เชื่อมโยงระบบนิเวศเข้าสู่ป่าคอนกรีต ด้านกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ Radium Life Techนำเสนอโมเดลสถาปัตยกรรมจากไม้ที่สามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ลบภาพจำของโมเดลใช้แล้วทิ้ง ในอดีต นอกจากนี้ China Airlines ยังร่วมตอกย้ำภาพลักษณ์สายการบินยั่งยืนด้วยการชูโซลูชันเชื้อเพลิง SAF และบริการอาหารบนเที่ยวบินคาร์บอนต่ำ
งาน Asia-Pacific Sustainability Expo ปี 2026 คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ไต้หวันกำลังเปลี่ยนผ่านจาก "ไต้หวันแห่งเทคโนโลยี" ก้าวขึ้นเป็น "ไต้หวันแห่งความยั่งยืน" อย่างแท้จริง โดยผสานนโยบายภาครัฐ นวัตกรรมสีเขียวขององค์กรธุรกิจ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยของภาคประชาชนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อส่งมอบพิมพ์เขียวด้านความยั่งยืนระดับแนวหน้าให้แก่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประชาคมโลก
ที่มา Yahoo! News / Taiwan Panorama / 2026 SDG Asia
ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.
ไต้หวันและไทยมีบริบทหลายอย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมาย Net Zero ไว้ที่ปี 2050 (2593) รวมถึงการเป็นฐานการผลิตของโลก การมีภาคเกษตรกรรมที่เข้มแข็ง และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย SME สิ่งที่ไต้หวันทำสำเร็จจึงเป็น "Case Study" ชั้นดีที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดได้ทันที เห็นชัดเจนว่า ไต้หวันก้าวข้ามการทำ CSR แบบทั่วไป (เช่น การปลูกป่ากวาดลานวัด) ไปสู่การฝังความยั่งยืนลงใน Core Business การมาถึงของ ESG 2.0 หมายความว่า ปัจจัยเรื่องพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และซัพพลายเชน จะเป็นตัวกำหนดว่า "ใครจะได้ไปต่อ" แบรนด์ระดับโลก (Global Buyers) กำลังบีบให้ซัพพลายเออร์ต้องเป็น Net Zero ธุรกิจ B2B ของไทยต้องเร่งทำบัญชีคาร์บอน (Carbon Footprint) ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและเจรจาต่อรองราคากับคู่ค้าในยุโรปและสหรัฐฯ อีกทั้งการลดต้นทุนพลังงานคือการเพิ่มกำไรโดยตรง และตัวเลขที่ลดได้นี้สามารถนำไปทำ Carbon Credit หรือรายงาน ESG เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้
โดยสรุปแล้ว ความยั่งยืนคือมาตรฐานใหม่ ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป จึงควรเปลี่ยนมุมมองจากคำว่า "ภาระค่าใช้จ่าย" เป็นคำว่า "การลงทุนเพื่อสร้างแต้มต่อ" ใครที่สามารถสื่อสารและดำเนินการเรื่องความยั่งยืนอย่างจริงจัง และสร้างระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตรได้ก่อน จะสามารถเอาตัวรอดได้ในตลาดในรอบทศวรรษนี้