
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้พบหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระราชินี สิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมฝากให้นายกรัฐมนตรีอนุทิน นำคำแสดงความเสียใจและความห่วงใยไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์ ด้วย
ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวว่า จีนและไทยเป็น “เพื่อนบ้านที่ดี เพื่อนที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี” มีความผูกพันแน่นแฟ้น “ใกล้ชิดดั่งครอบครัวเดียวกัน” นับตั้งแต่การเยือนประเทศไทยของตนในเดือนพฤศจิกายน 2565 ความสัมพันธ์จีน-ไทย ได้เข้าสู่ระยะใหม่ของการสร้าง “ชุมชนแห่งอนาคตร่วมกัน” รากฐานแห่งมิตรภาพแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พลังขับเคลื่อนความร่วมมือแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
ปี 2568 นับเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และถือเป็น “ยุคทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน 50 ปี” ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวว่า เมื่อยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ ทั้งสองฝ่ายควรสานต่อสิ่งที่สร้างมาในอดีต ร่วมกันผลักดันการสร้างชุมชนไทย-จีน ที่มีอนาคตร่วมกันให้ลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาทันสมัยของทั้งสองประเทศ และมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค
ประธานาธิบดี สีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่นานมานี้ การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 20 ครั้งที่ 4 ได้จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ โดยได้พิจารณาและผ่านข้อเสนอ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15” จีนพร้อมจะประสานยุทธศาสตร์การพัฒนากับไทย และแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาในยุคใหม่
ทั้งสองฝ่ายควรเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟจีน-ไทย เสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร เศรษฐกิจสีเขียว และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เยาวชน และการแลกเปลี่ยนระดับท้องถิ่น ตลอดจนจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน เพื่อกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ประธานาธิบดี สีฯ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน เช่น การพนันออนไลน์ และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการติดต่อและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
ในสถานการณ์โลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จีนพร้อมทำงานร่วมกับไทยเพื่อผลักดันการดำเนินการตาม “ข้อริเริ่มว่าด้วยธรรมาภิบาลโลก” ( Global Governance Initiative ) ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมระหว่างประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ร่วมของประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่ม Global South
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดี สีฯ ที่แสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 20 ครั้งที่ 4 และในข้อเสนอ “แผนพัฒนา 15 ปี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมอันน่าประทับใจของจีน
นายกรัฐมนตรีอนุทิน กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยพร้อมใช้โอกาสนี้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับสูงกับจีน ขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีนให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก
ฝ่ายไทยจะยังคงดำเนินมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมการพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมอย่างจริงจัง
นายกรัฐมนตรีอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ข้อริเริ่มสำคัญระดับโลก” (Global Initiatives) ที่ประธานาธิบดี สีฯ นำเสนอ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของจีนในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งฝ่ายไทยขอชื่นชมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไทยยินดีเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีกับจีน เพื่อร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองในภูมิภาค
ทั้งนี้ นายไช่ ฉี สมาชิกคณะกรรมการถาวรของกรมการเมือง (Politburo Standing Committee) และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมหารือด้วย
ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย ในการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–จีน ภายหลังวาระ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
1. เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์ 4.0” กับ “จีนยุคใหม่” ในการสร้างกรอบความร่วมมือระยะยาวด้านเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสีเขียว และผลักดันการลงทุนร่วมในโครงการเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น AI ระบบเกษตรแม่นยำ หรือนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต
2. เร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ โดยการเร่งเจรจาและดำเนินโครงการ รถไฟความเร็วสูงจีน–ไทย ให้คืบหน้าตามกรอบ BRI (Belt and Road Initiative) เพื่อเชื่อมโยงไทยกับจีนตอนใต้และลาว รวมถึงการเสนอให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์จีน–อาเซียน” ผ่านโครงการท่าเรือ EEC และระบบราง
3. เสริมศักยภาพด้านเกษตรและการค้าเกษตรสมัยใหม่ ใช้ความร่วมมือกับจีนในการยกระดับระบบตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP/Traceability) สร้างช่องทาง Cross-Border E-Commerce สำหรับสินค้าผลไม้ อาหารแปรรูป และ Wellness ของไทย
4. ขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเยาวชน อาทิ โครงการ “ปีแห่งการท่องเที่ยวไทย–จีน 2569” หลังการเฉลิมฉลอง 50 ปี การส่งเสริมทุนการศึกษาแลกเปลี่ยนสำหรับเยาวชนไทย–จีน โดยเฉพาะด้าน ESG เศรษฐกิจดิจิทัล และ Creative Economy
5. ความร่วมมือด้านความมั่นคงและธรรมาภิบาลดิจิทัล โดยการตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือไทย–จีนต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์” (Thai–China Cyber Security Center) และพัฒนาข้อตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านอาชญากรรมข้ามพรมแดนและการป้องกันภัยดิจิทัล
6. การประสานความร่วมมือระดับภูมิภาค ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการยกระดับบทบาทในอาเซียน โดยประสานนโยบายไทย–จีน กับนโยบาย Connectivity ของอาเซียน และจะต้องเข้าร่วมอย่างแข็งขันในกรอบริเริ่มระดับโลกของจีน เช่น Global Development Initiative และ Global Security Initiative โดยเน้นการรักษาผลประโยชน์ร่วมของประเทศกำลังพัฒนา
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
พฤศจิกายน 2568
แหล่งข้อมูล : Chinese Government.com
สำนักข่าว Xinhua