fb
เวียดนามเปิดตัวแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ "all-in-one" สำหรับธุรกิจ 

เวียดนามเปิดตัวแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ "all-in-one" สำหรับธุรกิจ 

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 24 กันยายน 2568 11:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
44

เวียดนามเปิดตัวแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ "all-in-one" สำหรับธุรกิจ SME

image.png

Vietnam SuperPort,  Vietnam Post Logistics และ Visa ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Logistics Connectivity Platform อย่างเป็นทางการภายใต้กรอบการประชุม Logistics and Digital Trade Connectivity Conference นับเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผสานรวมโลจิสติกส์ ทางการเงิน และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เข้าถึงตลาดโลกมากขึ้นอีกด้วย

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้นำเสนอกระบวนการดิจิทัลที่ครอบคลุมตั้งแต่การสั่งซื้อไปจนถึงการชำระเงิน รวมการติดตามคำสั่งซื้อ ลดการใช้เอกสาร และทำให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบคลังสินค้า เครือข่ายการขนส่ง และบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อ การจ่ายเงิน และการชำระเงินที่หลากหลาย

การปรับปรุงกระแสเงินสดและการลดการขั้นตอนการทำเอกสาร ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินงานได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของการค้าโลกที่มีความผันผวน โดยโครงการดังกล่าวริเริ่มที่จังหวัดฟู้เถาะ (Phú Thọ) ภาคเหนือ และจังหวัดเต็ยนิญ (Tây Ninh) ภาคใต้ ก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่ดำเนินงานแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Vietnam SuperPort, Vietnam Post Logistics, Techcombank, Visa และ Doxa Holdings International โดยทุกฝ่ายตกลงที่จะส่งเสริมจุดแข็งด้าน            โลจิสติกส์ การพัฒนาเทคโนโลยี ธนาคาร และการชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ครอบคลุมสำหรับ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม 

นาย Yap Kwong Weng ประธานของ Vietnam SuperPort ระบุว่า แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อโลจิสติกส์ดังกล่าว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Vietnam SuperPort ในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคโลจิสติกส์ และสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้ก้าวสู่ระดับโลก โดยกำลังสร้างระบบนิเวศแบบ "all-in-one" ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

จากการวิจัยของ Visa Inc., พบว่าผู้ประกอบการในเวียดนามกำลังเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในด้านการใช้การชำระเงินผ่านบัตรแบบ B2B ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของตลาดในการนำการค้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน นาง Dang Tuyet Dung ผู้อำนวยการ Visa เวียดนามและสปป.ลาวระบุว่า “เราผสานรวมวิธีการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยเข้ากับแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมเร่งกระบวนการ เพิ่มความไว้วางใจกับพันธมิตร และมีส่วนร่วมในการทำให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลวัตทั้งในภูมิภาคและระดับโลก” นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าโลจิสติกส์เป็น “พลังขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์” ที่จะทำให้เวียดนามก้าวไปสู่ความสำเร็จในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลโลจิสติกส์ ถือเป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่น ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นผู้นำตลาด

นาย Vo Xuan Hoai รองผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการคลังกล่าวในงานนี้ว่าโลจิสติกส์   ไม่เพียงแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย ประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์สัมพันธ์กับการผสมผสานเส้นทางเดินเรือ บก รถไฟ และอากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน เวลา และเพิ่มประสิทธิภาพของซัพพลายเชนทั่วโลก โดยเวียดนามกำลังกลายเป็นศูนย์กลาง     การผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะในภาคอิเล็กทรอนิกส์และการส่งออก ซึ่งดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีนานาชาติจำนวนมากให้เข้ามา     ตั้งโรงงาน นโยบายของรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบกับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของ                    ฟินเทค (Fintech) ธนาคาร และเทคโนโลยี ได้สร้างรากฐานสำหรับนวัตกรรม แต่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และใช้ประโยชน์จากโมเดลธุรกิจดิจิทัลและวิธีการชำระเงินที่ทันสมัยไปพร้อมๆ กันนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังกลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ AI ช่วยคาดการณ์ความต้องการ ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และโดรน เพื่อจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพ  การดำเนินงาน นอกจากนี้ ระบบนิเวศนวัตกรรมในเวียดนามกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับบริษัทต่างๆ ในด้านโดรน เทคโนโลยี 3 มิติ และ (Internet of Things: IoT) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับประเทศในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน

ด้วยบทบาทในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เชื่อมโยงโลจิสติกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์    อีคอมเมิร์ซ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ปัจจุบันศูนย์ฯ กำลังประสานงานกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น VinFast, Viettel และ FPT Software เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม นอกจากนี้ ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติยังสร้างนโยบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งโลจิสติกส์เป็นแรงผลักดันการพัฒนาประเทศ ด้วยข้อได้เปรียบด้านท่าเรือ การบิน โครงสร้างพื้นฐานทางถนน และทรัพยากรมนุษย์รุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เวียดนามจึงมีเงื่อนไขครบถ้วนในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

การเปิดตัวแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ “all-in-one” สำหรับธุรกิจ SME ของเวียดนามถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามของประเทศในการยกระดับระบบห่วงโซ่อุปทานและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้แข่งขันได้มากขึ้นใน        ยุคดิจิทัล ปัจจุบัน SME มักเผชิญปัญหาเรื่องต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูง ความซับซ้อนในการบริหารจัดการหลายช่องทาง รวมถึงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและบุคลากร การมีแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่รวมบริการขนส่ง คลังสินค้า การติดตามสินค้า    การชำระเงิน และการเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการหลายรายไว้ในที่เดียว จึงช่วยลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใส และเสริมศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มลักษณะนี้ยังช่วยสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เอื้อต่อ           การทำธุรกิจข้ามพรมแดน โดยเฉพาะในบริบทที่เวียดนามกำลังผลักดันการค้าอีคอมเมิร์ซและการส่งออกผ่านข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ หากบริหารจัดการได้ดี จะช่วยให้ SMEs เข้าถึงบริการโลจิสติกส์คุณภาพระดับสากลในราคาที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างธุรกิจขนาดเล็กกับบริษัทใหญ่ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบห่วงโซ่อุปทานของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแพลตฟอร์มยังขึ้นอยู่กับการสร้างมาตรฐานข้อมูล การบูรณาการกับหน่วยงานรัฐ และการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย รวมถึงความสามารถในการสนับสนุนผู้ใช้ที่ยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี       หากสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ เวียดนามจะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางโลจิสติกส์ดิจิทัลของภูมิภาค และ SMEs      จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางการค้า

เวียดนามเปิดตัวแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ all-in-one สำหรับธุรกิจ.pdf
Share :
Instagram