ความผันผวนของตลาดน้ำมันโลกและความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ส่อส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศเคนยาปรับเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้ระดับเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“เงาที่สถานีบริการน้ำมัน” สะท้อนแรงกดดันเศรษฐกิจ
ในสถานีบริการน้ำมันที่ย่านอุตสาหกรรมของกรุงไนโรบี การเปลี่ยนป้ายราคาน้ำมันในช่วงเที่ยงคืนไม่ใช่เพียงกิจวัตรประจำวัน แต่กลายเป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อเดือนพฤษภาคมใกล้เข้ามา ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ (matatu) และผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ต่างเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ต้นทุนดีเซลและเบนซินจะปรับสูงขึ้น ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยตลาดโลกที่รวดเร็วกว่ากลไกบรรเทาภายในประเทศ
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันถือเป็นต้นทุนหลักที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจเคนยาโดยตรง โดยการปรับขึ้นราคาจะส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้าแทบทุกประเภท ตั้งแต่ผลผลิตทางการเกษตรจนถึงเครื่องจักรนำเข้า และกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของครัวเรือน
โครงสร้างแรงกดดันจากตลาดน้ำมันโลก
ตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะสมดุลที่เปราะบาง โดยรายงานจากหน่วยงานด้านพลังงานระหว่างประเทศระบุว่า การลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวของอุปทาน ขณะที่ความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มราคาน้ำมัน ได้แก่
มาตรการ OPEC+: การลดกำลังการผลิตยังคงดันราคาน้ำมันดิบให้อยู่ในระดับสูง
ความผันผวนของค่าเงิน: เงินชิลลิงเคนยาอ่อนค่าจะเพิ่มต้นทุนการนำเข้าน้ำมันซึ่งซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐ
ต้นทุนโลจิสติกส์: ค่าเบี้ยประกันและค่าขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
โครงสร้างภาษี: ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมพลังงานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ภาระต้นทุนตกแก่ผู้บริโภคเป็นหลัก
ผลกระทบลูกโซ่ต่อเงินเฟ้อในประเทศ
นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจเคนยา เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและภาคเกษตรกรรม
เมื่อราคาดีเซลเพิ่มขึ้น ต้นทุนการขนส่งสินค้าจะปรับสูงขึ้นทันที ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นตามลำดับ เกษตรกรในพื้นที่ชนบทต้องแบกรับต้นทุนการขนส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดเมืองหลวง ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าหน้าโรงงาน
นอกจากนี้ การพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนซึ่งใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง ยังอาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทางอ้อม ทำให้ภาระต้นทุนในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นอีกขั้น
ความท้าทายด้านนโยบายการคลังของรัฐบาล
กระทรวงการคลังเคนยากำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างวินัยทางการคลังกับแรงกดดันด้านค่าครองชีพ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ลดการอุดหนุนราคาน้ำมันโดยตรง เนื่องจากภาระงบประมาณที่สูง
แนวทางปัจจุบันมุ่งเน้นการปล่อยให้ราคาสะท้อนตลาดโลก (pass-through pricing) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาดโลกอย่างมาก
ในภาพรวม หากไม่มีการลดลงของอุปสงค์น้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มราคาน้ำมันในเดือนพฤษภาคมยังคงมีทิศทางปรับเพิ่ม
แนวโน้มเศรษฐกิจและความกังวลภาคธุรกิจ
ภาคธุรกิจแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของราคา แม้ไม่ได้เรียกร้องมาตรการพิเศษ แต่ต้องการความชัดเจนและความสามารถในการคาดการณ์ต้นทุน เพื่อใช้วางแผนการดำเนินธุรกิจขณะเดียวกัน รัฐบาลยังต้องรักษาเป้าหมายการปรับโครงสร้างทางการคลังร่วมกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ทำให้ขอบเขตการแทรกแซงด้านราคามีจำกัด
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
สถานการณ์ราคาน้ำมันของเคนยาที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในระยะสั้น จากแรงกดดันของตลาดโลก ค่าเงิน และต้นทุนการนำเข้า ส่งผลให้ต้นทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มชะลอลงพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจภายในประเทศกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในเวลาเดียวกัน โดยผู้นำเข้าและผู้กระจายสินค้ามีแนวโน้มระมัดระวังการสั่งซื้อ และลดความเสี่ยงจากการถือครองสต็อกมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและการควบคุมความเสี่ยงมากขึ้น โดยการกำหนดเงื่อนไขการค้าควรมีความยืดหยุ่น ทั้งในด้านปริมาณการสั่งซื้อ ระยะเวลาการส่งมอบ และรูปแบบการชำระเงิน เพื่อให้คู่ค้าสามารถบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดได้ในภาวะที่ต้นทุนพลังงานผันผวน การรักษาความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อในช่วงนี้จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของตลาดมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้ ผู้ค้าส่งและค้าปลีกในเคนยามีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสินค้าที่ขายได้ต่อเนื่องและหมุนเวียนเร็ว เพื่อลดภาระจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาคัดเลือกสินค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมดังกล่าว โดยเน้นสินค้าที่มีความต้องการสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน และสามารถจำหน่ายได้ต่อเนื่องแม้กำลังซื้อของผู้บริโภคจะอ่อนตัวลง รวมถึงการกำหนดระดับราคาให้เหมาะสมกับสภาพตลาด อีกประเด็นที่สำคัญคือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการนำเข้าน้ำมัน ดังนั้น การกำหนดราคาที่สามารถปรับได้ตามสถานการณ์ หรือมีการกระจายความเสี่ยงร่วมกับคู่ค้า เพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาดปลายทาง
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://streamlinefeed.co.ke/news/fuel-price-surge-looms-as-global-pressures-test-kenyan-resilience?utm_source=chatgpt.com
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
13 พฤษภาคม 2569