fb
แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในนครเซี่ยงไฮ้ ปี 2569

แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในนครเซี่ยงไฮ้ ปี 2569

โดย
Ploenpit
ลงเมื่อ 27 เมษายน 2569 09:47
สคต. ณ นครเซี่ยงไฮ้ (จีน) (TTC, Shanghai (China))

นครเซี่ยงไฮ้ เดินหน้ายืนหยัดบทบาทการเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพาณิชย์นครเซี่ยงไฮ้ นายเหอตงปิน เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce) ของนครเซี่ยงไฮ้ได้ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด จาก “ระดับแสนล้านหยวน” สู่ “ระดับล้านล้านหยวน” อีกทั้งในปีที่ผ่านมา ภาคส่วนธุรกิจการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงเติบโตในระดับเกือบสองหลัก (double-digit growth) อย่างมีคุณภาพ

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในเวทีการประชุมระดับสูงด้านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ภายในงานมหกรรมการจัดแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกภูมิภาคตะวันออกของจีน ครั้งที่ 34 ซึ่งจัดขึ้น ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยนายเหอตงปิน ระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของนครเซี่ยงไฮ้ได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทำระดับอยู่ที่ 4.5 ล้านล้านหยวน ทั้งในด้านมูลค่านำเข้า ส่งออก และมูลค่าการค้ารวม ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพ ความยืดหยุ่น และพลวัตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตการค้าต่างประเทศ และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเซี่ยงไฮ้สู่การเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศระดับโลก

      ในเชิงนโยบาย นครเซี่ยงไฮ้ได้ดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ไปจนถึงการปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการ การส่งเสริมรูปแบบธุรกิจใหม่ และการยกระดับระบบกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไขอุปสรรคด้านการขนส่งสินค้าอ่อนไหวทางอากาศ ซึ่งได้มีการนำร่องมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง พร้อมจัดตั้งระบบการรับและขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐาน

      ในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า นครเซี่ยงไฮ้ได้พัฒนาระบบศุลกากร โดยนำรูปแบบ “การตรวจปล่อยตามบัญชีรายการ (List-based clearance)” ระบบที่ศุลกากรตรวจสอบสินค้าตามรายการสินค้าที่ผู้ประกอบการส่งมอบให้ แทนการตรวจทีละชิ้น และ “การยื่นสำแดงแบบรวม (Consolidated declaration)” การยื่นเอกสารรวมสินค้าหลายรายการให้ทางศุลกากรในครั้งเดียว มาใช้เป็นแห่งแรก ส่งผลให้รูปแบบการส่งออกทางทะเลผ่านระบบอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างเขตและท่าเรือ เพื่อเปิดช่องทางโลจิสติกส์ที่รวดเร็ว ส่งเสริมให้การขนส่งทางทะเลเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

      ในมิติด้านภาษีและการเงิน นครเซี่ยงไฮ้ได้เร่งผลักดันโครงการนำร่องการคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวขาออก (Departure Tax Refund) เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ พร้อมทั้งสนับสนุนสถาบันการเงินให้พัฒนาบริการชำระเงินและรับชำระเงินข้ามพรมแดนที่มีความยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำ โดยอาศัยข้อมูลธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นฐานสำคัญ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ

      นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น บิ๊กดาต้าและบล็อกเชน ในการให้บริการตรวจสอบและติดตามกระบวนการต่าง ๆ อาทิ การคืนภาษี การชำระเงิน และการคืนสินค้า ซึ่งไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการกำกับดูแลของภาครัฐ และเสริมสร้างความโปร่งใส ความถูกต้อง และความปลอดภัยของการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ทางการนครเซี่ยงไฮ้ระบุว่า แม้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากบริบทเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว แต่เมืองยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสภาพแวดล้อมเชิงนโยบาย เสริมสร้างบทบาทของเทคโนโลยี และยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อผลักดันให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในนครเซี่ยงไฮ้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดผู้บริโภคจีนและความพร้อมของระบบนิเวศทางการค้าที่เปิดกว้างต่อสินค้านำเข้าผ่านช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาระบบศุลกากร โลจิสติกส์ และการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการขยายตัวของสินค้าต่างประเทศในตลาดจีน ในบริบทดังกล่าว ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสินค้าไทยในการขยายตลาดเข้าสู่จีนผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ด้วยระบบศุลกากรที่อำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การตรวจปล่อยสินค้าตามบัญชีรายการ และการยื่นสำแดงแบบรวม ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดจีน การปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกัน ภาครัฐของไทยควรเร่งส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการใช้ประโยชน์จากช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ การส่งเสริมการตลาดดิจิทัลในจีน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อผลักดันสินค้าไทยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืน

โดยสรุป การพัฒนาอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของนครเซี่ยงไฮ้ไม่เพียงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็น “ช่องทางสำคัญ” ที่เปิดโอกาสให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

_________________________________________________________

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

เมษายน 2569

แหล่งที่มา

https://www.chinanews.com.cn/cj/2026/03-01/10578905.shtml

https://www.stcn.com/article/detail/926389.html

Share :
Instagram