
จากรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) เปิดเผยว่า วันที่ 26 สิงหาคม 2025 ปริมาณการนำเข้าทุเรียนผ่านทางรถไฟสายนี้ได้เพิ่มขึ้นถึง 91% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีปริมาณรวมมากกว่า 150,000 ตัน นอกจากการขนส่งทางรถไฟที่มีประสิทธิภาพแล้ว ระบบโลจิสติกส์ที่ได้รับการปรับปรุงยังช่วยเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานทุเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีเส้นทางขนส่งแบบผสมผสานทางรถไฟ-ถนนถึง 5 สายสำหรับการนำเข้าทุเรียนจากลาวสู่มณฑลเสฉวน ซึ่งช่วยให้กระจายสินค้าไปทั่วจีนได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ การขนส่งผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน จำเป็นต้องใช้เส้นทางบกหรือทางทะเล ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเน่าเสียและความล่าช้า แต่หลังจากรถไฟลาว-จีนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2021 ก็ได้มีบริการขนส่งสินค้าพิเศษ เช่น “Lancang-Mekong Express” ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังเมืองคุนหมิง ซึ่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของจีน ให้เหลือเพียง 26 ชั่วโมง
ความรวดเร็ว และระบบการขนส่งครบวงจรที่เชื่อมโยงกับคลังสินค้าต่างๆ ได้ช่วยให้ทุเรียนคงความสดใหม่ ลดต้นทุนการขนส่งลงได้อย่างมาก ทำให้ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทางรถไฟจีน-ลาว ได้กลายเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ที่สะดวกสบายระหว่างจีนกับอาเซียน โดยมีการปรับปรุงบริการขนส่งอย่างต่อเนื่อง
เมื่อไม่นานมานี้ รถไฟขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิขบวนพิเศษที่บรรทุกทุเรียนเกือบ 300 ตัน ได้เดินทางจากเวียงจันทน์ถึงเฉิงตู หลังการถ่ายโอนสินค้า ทุเรียนเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังตลาดผลไม้ในกรุงปักกิ่ง ซีอาน ลาซา และกว่างโจวอย่างรวดเร็ว
นอกจากทุเรียนแล้ว บริษัทนำเข้าของจีนยังมีแผนจะขยายการนำเข้าผลไม้อื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้ เช่น มังคุด และ ลำไย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน
การขยายตัวของการค้าผ่านทางรถไฟสายนี้ ไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรชาวลาว ในการส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดขนาดใหญ่ของจีนด้วย
*********************************
ที่มา Vientiane times