
เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยมียอดค้าปลีกออนไลน์ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง “618”[1]ในปีนี้รวมทั้งสิ้น 65,320 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.45 เมื่อเทียบกับปีก่อน เทศกาลดังกล่าวเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่เวลาสองทุ่มตรงของวันที่ 11 พฤษภาคม ไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ตัวเลขยอดขายนี้ไม่เพียงสะท้อนความคึกคักของการบริโภคชาวหนิงเซี่ยหุยในช่วงเทศกาล 618 เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยผู้ประกอบการลดการพึ่งพากลยุทธ์ส่วนลดที่ซับซ้อนและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ขณะที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า นวัตกรรม และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดในเมืองและชนบท รวมถึงตลาดสินค้า บริการ และสินค้าเกษตร ต่างขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลสถิติระบุว่า ยอดค้าปลีกสินค้า (Physical Goods) มีมูลค่า 55,230 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.17 ขณะที่ยอดขายภาคบริการ (Service Retail)อยู่ที่ราว 10,090 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.02 ส่วนการค้าปลีกออนไลน์แบบ Instant Retail ทำยอดได้สูงถึง 3,800 ล้านหยวน เติบโตสูงถึงร้อยละ 31.48 โดยเฉพาะตลาดชนบทที่ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างโดดเด่น มียอดค้าปลีกออนไลน์สูงถึง 43,310 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.58 ทำให้ภาคอีคอมเมิร์ซในชนบทกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปีนี้
ตลาดผู้บริโภคแสดงแนวโน้มสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด 3 ประการ ได้แก่ (1) อุปกรณ์อัจฉริยะ AI กลายเป็นดาวเด่นของการบริโภค โดยยอดขายอุปกรณ์ AI เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 175.89 สะท้อนทิศทางของสินค้าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านจากสินค้าตามกระแส สู่การเป็นของใช้จำเป็นในครัวเรือนและในชีวิตประจำวัน (2) สินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพยังคงครองอันดับหนึ่งของยอดขายด้วยมูลค่า 45,210 ล้านหยวน โดยมีสินค้ายอดนิยม ได้แก่ น้ำเก๋ากี้แบบสกัดเข้มข้น ไวน์องุ่น และนมแคลเซียมสูง ฯลฯ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท “อาหารเป็นยา” และมีระบบตรวจสอบย้อนกลับทำให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพที่มั่นใจได้ในระยะยาว (3) สินค้าใหม่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนแทนการแข่งขันด้านราคา โดยยอดขายสินค้าใหม่ทางแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.15 โดยแบรนด์ต่าง ๆ ใช้นวัตกรรมสินค้าในการเพิ่มมูลค่าต่อบิลการสั่งซื้อ ซึ่งช่วยให้อัตรากำไรเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาคบริการยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยบริการด้านวัฒนธรรมและกีฬาเติบโตถึงร้อยละ 23.84 กิจกรรมประเภทคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา และโรงภาพยนตร์ ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน บริการเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่น แม่บ้าน การดูแลผู้สูงอายุ และบริการรับ–ส่งของในชุมชน ก็มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ยอดธุรกรรมออนไลน์ของบริการประเภทนี้เติบโตถึงร้อยละ 13.41 และมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่การให้บริการแบบมีแบรนด์และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้น
นอกจากนี้ สินค้าเกษตรของหนิงเซี่ยหุยยังคงรักษาความโดดเด่นได้เป็นอย่างดี โดยมียอดขายออนไลน์รวมอยู่ที่ 3,075 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.79 สินค้าที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ เก๋ากี้จากอำเภอจงหนิง และผลิตภัณฑ์เนื้อแกะจากอำเภอเหยียนฉือ ขณะเดียวกัน ชาวชนบทในพื้นที่มีการสั่งซื้ออาหารสดและอาหารทะเลจากต่างพื้นที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.13 สะท้อนให้เห็นถึงการไหลเวียนของสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งขาเข้าและขาออก
เจ้าหน้าที่จากกรมพาณิชย์เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยให้ความเห็นว่า ตัวเลขการบริโภคช่วงเทศกาล “618” ในปีนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาภาคอีคอมเมิร์ซที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ลดความซับซ้อนของการจัดโปรโมชั่น ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมของสินค้า และผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ในระยะต่อไป หนิงเซี่ยหุยจะเดินหน้าพัฒนาตลาดพาณิชย์ดิจิทัลเพื่อภาคการเกษตร การค้าปลีก และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อขยายศักยภาพของอุตสาหกรรม และบริการของภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
เทศกาล “618” ของจีนในปีนี้สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของตลาดผู้บริโภคในเขตปกครองตนเอง หนิงเซี่ยหุยอย่างชัดเจน ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ โดยยอดค้าปลีกออนไลน์ที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 11.45 เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงมีศักยภาพสูง แม้เศรษฐกิจจีนโดยรวมจะอยู่ในช่วงปรับตัวก็ตาม แนวโน้มที่ชัดเจนคือการที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ นวัตกรรม และบริการ” มากกว่าการแข่งขันด้านราคา ขณะเดียวกัน ตลาดชนบทได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตจากยอดค้าปลีกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.58
แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสสำคัญให้กับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารสุขภาพ ผลไม้แปรรูป และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคหนิงเซี่ยหุยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพสินค้า นอกจากนี้ ความนิยมของสินค้าประเภท “อาหารเป็นยา” เช่น น้ำเก๋ากี้เข้มข้น ไวน์องุ่น และนมแคลเซียมสูง ฯลฯ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยที่มีจุดขายด้านวัตถุดิบธรรมชาติ คุณภาพการผลิต และภาพลักษณ์ด้านสุขภาพ ที่สามารถขยายตลาดได้อย่างมีศักยภาพ
ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของอีคอมเมิร์ซในภาคชนบทของหนิงเซี่ยหุยถือเป็นสัญญาณสำคัญของการขยายตัวของกำลังซื้อในพื้นที่เมืองรองและชนบทของจีนตะวันตก การที่ยอดค้าปลีกออนไลน์ในชนบทสูงถึง 43,310 ล้านหยวน แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคในพื้นที่เริ่มมีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และมีความต้องการสินค้าใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม การเติบโตของแพลตฟอร์มอย่าง Pinduoduo / Douyin ฯลฯ ทำให้ผู้บริโภคในชนบทเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้สินค้าไทยสามารถเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ต้องพึ่งพาช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาการใช้ประโยชน์จากเทรนด์ “คุณภาพ–นวัตกรรม” ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามของไทย โดยควรให้ความสำคัญกับพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การรับรองมาตรฐาน และการสื่อสารคุณค่าของสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาการเจาะตลาดชนบทและเมืองรองในจีนตะวันตก ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและมีการแข่งขันต่ำกว่าตลาดเมืองใหญ่ โดยสามารถใช้ช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมในจีน รวมถึงการใช้ KOL/KOC ท้องถิ่นในการทำไลฟ์สตรีมขายสินค้าไทย ซึ่งเป็นรูปแบบการตลาดที่ได้รับความนิยมสูงในพื้นที่ชนบท
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
มิถุนายน 2569
แหล่งข้อมูล : Ningxia Commerce
https://mp.weixin.qq.com/s/ybG4ioIM91h-zCUoP
[1] 618 Shopping Festival คือ เทศกาลช้อปปิ้งกลางปีของจีน จัดขึ้นรอบวันที่ 18 มิถุนายน มีต้นกำเนิดจากวันก่อตั้ง JD.com และปัจจุบันกลายเป็นมหกรรมลดราคาขนาดใหญ่ระดับประเทศที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทุกเจ้าร่วมด้วย