fb
สถานการณ์มะพร้าวในตลาดจีน
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569 09:50
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
15

1. ข้อมูลพื้นฐานมะพร้าวของจีน เกาะไหหลำ (Hainan) คือแหล่งปลูกมะพร้าวที่ใหญ่ที่สุดของจีน คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 99 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมดในประเทศ นอกจากไหหลำแล้ว มีปลูกบ้างเล็กน้อยตามชายฝั่งของมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) และกวางสี (Guangxi) แต่ปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับไหหลำ สายพันธุ์มะพร้าวที่ปลูกในจีนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ (1) มะพร้าวสูง (Tall Coconuts) เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกกันมานาน เช่น สายพันธุ์ "ไหหลำสูง" (Hainan Tall) ส่วนใหญ่ใช้สำหรับผลิตเนื้อมะพร้าวแห้งและกะทิ (2) มะพร้าวเตี้ย (Dwarf Coconuts) นิยมปลูกเพื่อบริโภคผลสด โดยเฉพาะพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมที่นำสายพันธุ์มาจากไทยและเวียดนาม เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดเครื่องดื่ม

- ผลผลิตภายในประเทศ ปริมาณ จีนผลิตมะพร้าวได้ประมาณ 200,000 - 300,000 ตัน/ปี (ตัวเลขประมาณการ) ปัญหา ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่สูงมาก (โดยเฉพาะฤดูร้อน) ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก สาเหตุที่ผลิตได้น้อย พื้นที่ปลูกมีจำกัด ต้นมะพร้าวส่วนใหญ่มีอายุมากให้ผลผลิตต่ำ และขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวเนื่องจากต้นมะพร้าวสูงและเก็บยาก

- มูลค่าทางเศรษฐกิจ มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกาะไหหลำ มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น น้ำมะพร้าวบรรจุกล่อง กะทิ ขนมมะพร้าว และงานหัตถกรรม นอกจากนี้บนเกาะไหหลำมะพร้าวยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว โดยมีสวนมะพร้าวเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว

- ฤดูกาลเก็บเกี่ยวหลักในจีน มะพร้าวจะให้ผลผลิตมากในช่วงหน้าร้อนประมาณเดือน มิถุนายน – ตุลาคม ส่วนนอกฤดูผลผลิตภายในประเทศจะน้อยลง ทำให้ต้องพึ่งพามะพร้าวนำเข้าจากไทยและเวียดนามเป็นหลัก

2. สถานการณ์มะพร้าวในประเทศจีนมีความน่าสนใจและมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

  • ด้านการผลิต : พึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

  การปลูกมะพร้าวในจีนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บนเกาะไหหลำ (Hainan) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญที่สุด รองลงมาคือบริเวณชายฝั่งของมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) และกวางสี (Guangxi) ปริมาณมะพร้าวที่ผลิตได้ภายในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศที่สูงมาก ทำให้จีนต้องพึ่งพาการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ในขณะที่สวนมะพร้าวในจีนประสบปัญหาพื้นที่ปลูกเก่าแก่  ต้นมะพร้าวมีอายุมาก ให้ผลผลิตต่ำ รวมถึงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว เนื่องจากมะพร้าวเป็นพืชที่ต้องใช้แรงงานในการเก็บเกี่ยวค่อนข้างมาก

  • ด้านการนำเข้า : เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  จีนเป็นหนึ่งในผู้นำเข้ามะพร้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะพร้าวอ่อน (Young Coconut) เพื่อบริโภคน้ำและเนื้อ แหล่งนำเข้าหลัก คือ ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกมะพร้าวรายใหญ่ที่สุดมายังจีน โดยมะพร้าวจากไทยได้รับความนิยมอย่างสูงในเรื่องของคุณภาพและรสชาติ ขณะที่เวียดนามก็สามารถส่งออกได้ในปริมาณมากและแข่งขันด้านราคาได้ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็เป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะมะพร้าวแก่เพื่อนำไปแปรรูป นอกจากมะพร้าวสดแล้ว จีนยังนำเข้ากะทิ น้ำมันมะพร้าว กะทิกล่อง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ในปริมาณมาก เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง

  • ด้านการตลาดและความนิยม : กระแสความต้องการที่หลากหลาย

  เทรนด์สุขภาพ (Health & Wellness) ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเมือง มีความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้น้ำมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวได้รับความนิยมในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ นอกจากนี้ การเติบโตของชานมไข่มุก (Bubble Tea Boom) ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้านชานมไข่มุกและร้านเครื่องดื่มสมัยใหม่ในจีน ส่งผลให้ความต้องการกะทิและเนื้อมะพร้าว (เช่น สาคู น้ำตาลมะพร้าว) เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเมนูเครื่องดื่มหลายเมนูมีส่วนผสมของมะพร้าวเป็นส่วนประกอบหลัก ยิ่งไปกว่านั้นความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ มะพร้าวกลายเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z ที่ชื่นชอบการลองรสชาติและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และความต้องการบริโภคมะพร้าวสดและน้ำมะพร้าวจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน

  • ด้านราคาและแนวโน้ม

ราคามีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่สูงมาก ประกอบกับผลผลิตจากแหล่งผลิตหลักอย่างไทยและเวียดนามอาจมีความผันผวนจากสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ ส่งผลให้ราคามะพร้าวในตลาดจีนโดยรวมมีแนวโน้มสูงขึ้นและมีความผันผวนตามฤดูกาลและสถานการณ์การนำเข้า

3. ปริมาณความต้องการมะพร้าวของจีน

      ปริมาณความต้องการมะพร้าวของจีนสูงถึงประมาณ 4,000 ล้านลูก/ปี โดยความต้องการมะพร้าวสดอยู่ที่ประมาณ 2,600 ล้านลูก/ปี แต่กำลังการผลิตในประเทศมีเพียงประมาณร้อยละ 10 เท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปริมาณการนำเข้ามะพร้าวของจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 และ 2566 ปริมาณการนำเข้ามะพร้าวของจีนสูงถึง 1.095 ล้านตัน และ 1.22 ล้านตันตามลำดับ

 

          ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยว่าในปี 2568 แหล่งนำเข้ามะพร้าว (HS Code:08011200) ที่สำคัญ 6 อันดับแรกของจีน ได้แก่

image.png

 แหล่งข้อมูล : http://www.customs.gov.cn/

 

- ข้อมูลมะพร้าวไทย มะพร้าวไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนมาโดยตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะพร้าวน้ำหอมไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนมานาน โดยปริมาณการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไทยมายังจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของปริมาณการนำเข้าของจีน หากพิจารณาในด้านห่วงโซ่อุปทาน พบว่า อุตสาหกรรมมะพร้าวของไทยได้พัฒนาอย่างครบวงจร มีบริษัทจีนจำนวนมากที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบไปจนถึงการแปรรูป ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 

จากการสำรวจข้อมูลผู้นำเข้ามะพร้าวรายสำคัญในนครเฉิงตู พบว่า ที่ผ่านมา ราคารับซื้อมะพร้าวไทยค่อนข้างคงที่ อย่างไรก็ตาม ราคารับซื้อมะพร้าวไทยจะมีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญของจีน

ราคาจำหน่ายมะพร้าวไทย (ราคาขายส่ง/ขายปลีก)

image.png

- ข้อมูลมะพร้าวพันธุ์เซียมเขียวของเวียดนาม เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 จีนและเวียดนามได้ลงนามในพิธีสารสำคัญ ซึ่งอนุญาตให้มะพร้าวสดของเวียดนามส่งออกมายังประเทศจีนได้อย่างเป็นทางการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มะพร้าวที่ได้รับการอนุมัติ คือ มะพร้าวพันธุ์เซียมเขียว หรือ Green Siamese Coconut แหล่งผลิตที่สำคัญ ที่จังหวัดปีนัง ประเทศเวียดนาม เส้นทางการขนส่งจะขนส่งผ่านระบบโซ่ความเย็นทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อรักษาความสดใหม่ โดยทางบกผ่านด่านผิงเสียงเขตปกครองตนเองกวางสีเป็นหลักและทางเรือส่วนใหญ่จะขนส่งผ่านท่าเรือโฮจิมินห์มายังท่าเรือเมืองกวางโจว /เซินเจิ้นของจีนเป็นหลัก

       - จุดเด่นของมะพร้าวพันธุ์เซียมเขียวของเวียดนามเปรียบเทียบกับมะพร้าวไทย

image.png

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

สถานการณ์มะพร้าวในจีนคือ "ตลาดที่มีความต้องการสูงมาก แต่กำลังการผลิตภายในประเทศจำกัด" ทำให้เกิดการพึ่งพาการนำเข้าในระดับสูง เทรนด์การบริโภคเพื่อสุขภาพและการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความต้องการ และคาดว่าแนวโน้มการนำเข้ามะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการไทย

1. รักษาความได้เปรียบในตลาดมะพร้าวน้ำหอมพรีเมียม โดย 1) คงมาตรฐานคุณภาพ จุดแข็งของมะพร้าวไทย คือ รสชาติหวาน หอม และเนื้อนุ่ม ซึ่งผู้บริโภคชาวจีนจดจำและพึงพอใจ การรักษาความสม่ำเสมอของคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 2) การสร้างแบรนด์และเล่าเรื่อง ใช้การตลาดเชิงเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อสื่อถึงแหล่งที่มา เช่น "มะพร้าวน้ำหอมจากสวนในสมุทรสงคราม" หรือ "น้ำมะพร้าวจากไร่ในราชบุรี" เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างจากมะพร้าวเวียดนามที่มักเน้นปริมาณและราคา 3) เจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบน วางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มพรีเมียม เจาะตลาดในเมืองใหญ่ผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับสูง และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เน้นสินค้าคุณภาพ

2. ขยายตลาดไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง โดย 1) ตอบโจทย์เทรนด์ความงามและสุขภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เครื่องดื่มน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มพรีเมียม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากมะพร้าว เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความงามโดยเฉพาะ 2) ต่อยอดสู่กลุ่มอุตสาหกรรม นำเสนอกะทิพร้อมใช้คุณภาพสูงสำหรับร้านอาหารและโรงงานแปรรูปอาหาร ซึ่งกำลังเติบโตตามธุรกิจร้านชานมและอาหารว่าง และ 3) การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพจากมะพร้าว ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ หรือของหวานแช่แข็งที่มีมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ

3. ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกบนโลกออนไลน์ โดย 1) ร่วมมือกับ Influencers และ Key Opinion Leaders (KOL) จ้างผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านอาหาร สุขภาพ หรือความงามบนแพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu (Little Red Book) และ Douyin เพื่อรีวิวและแนะนำสินค้า2)เน้นการทำ Content Marketing สร้างคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของมะพร้าว สูตรอาหาร หรือวิถีชีวิตแบบคนรักสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าว และ 3) ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Livestreaming จัดไลฟ์สดขายสินค้าบน Taobao หรือ Douyin โดยอาจเชื่อมโยงถึงบรรยากาศในสวนมะพร้าวในไทยเพื่อสร้างความน่าสนใจและความน่าเชื่อถือ

4. ปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือการแข่งขัน โดย 1) ศึกษาคู่แข่งอย่างจริงจัง ติดตามความเคลื่อนไหวของมะพร้าวเวียดนามและอินโดนีเซียในตลาดจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านราคา ปริมาณ และกลยุทธ์การตลาด 2) สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ หาพันธมิตรlocal ที่มีความแข็งแกร่งในด้านโลจิสติกส์ cold chain และช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และ 3) ให้ความสำคัญกับมาตรฐานและการรับรอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าได้มาตรฐานการนำเข้าของจีน และควรหาการรับรองเพิ่มเติม เช่น การรับรองเกษตรอินทรีย์ (Organic) หรือมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

5. มองหาโอกาสในตลาดรองและตลาดเฉพาะ โดย 1) ขยายสู่เมืองรอง นอกเหนือจากเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เมืองรองในมณฑลต่างๆ ก็มีกำลังซื้อสูงและมีการแข่งขันที่น้อยกว่า2) เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น กลุ่มร้านกาแฟ specialty ที่ต้องการนมมะพร้าวคุณภาพดีสำหรับทำเครื่องดื่มทางเลือก หรือกลุ่มโรงแรมระดับห้าดาวที่ต้องการเสิร์ฟมะพร้าวสดคุณภาพเยี่ยมให้แขก

กล่าวโดยสรุป โอกาสของมะพร้าวไทยในจีนยังมีอยู่มาก แต่จะต้องปรับกลยุทธ์จากการขายสินค้าเกษตรดิบ มาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป และการใช้การตลาดดิจิทัลที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

กุมภาพันธ์ 2569

แหล่งข้อมูลhttp://www.customs.gov.cn/

 

เฉิงตู - สถานการณ์มะพร้าวในจีน.pdf
Share :
Instagram