
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู (สคต.เฉิงตู) ได้นำคูหาประเทศไทยเข้าร่วมงาน China Food and Drinks Fair ครั้งที่ 114 ระหว่างวันที่ 26–28 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้า China Western International Expo City นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจัดแสดงภายใต้ธีม “Think Rice, Think Thailand (คิดถึงข้าว คิดถึงไทย)” ณ อาคาร 10 บูธหมายเลข 10B013T การเข้าร่วมงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และศักยภาพของข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยในตลาดจีน ตลอดจนสร้างโอกาสทางการค้าและขยายเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ค้าจีนและนานาชาติ ซึ่งคูหาประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย รวมถึงผู้บริโภคทั่วไปที่เข้าชมงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการจัดงาน

ภายในคูหาประเทศไทยมีผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายข้าวไทยในตลาดจีนเข้าร่วมจำนวน 9 บริษัท นำเสนอผลิตภัณฑ์ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวรวมทั้งสิ้น 35 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวเหนียว ข้าวเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว เช่น แป้งข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว และวุ้นเส้น สะท้อนถึงความหลากหลายและศักยภาพของอุตสาหกรรมข้าวไทยได้อย่างครบวงจร โดยข้าวหอมมะลิไทยยังคงเป็นสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ด้วยคุณลักษณะเมล็ดเรียวยาว สีขาวใส มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และให้สัมผัสที่นุ่มละมุน ขณะที่ข้าวสายพันธุ์อื่นๆ อาทิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่และข้าวสี ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง

นอกจากนี้ คูหาประเทศไทยได้จัดกิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารไทยภายใต้โครงการ “Thai SELECT” โดยเชิญเชฟจากร้านอาหารไทยในนครเฉิงตูที่ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ มาปรุงเมนูยอดนิยม อาทิ ข้าวกะเพรา ข้าวผัดสับปะรด ข้าวมันไก่ และข้าวเหนียวเปียกลำไย โดยใช้ข้าวหอมมะลิไทยเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บรรยากาศภายในคูหามีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง ตลอดการจัดงาน กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรสชาติและเอกลักษณ์ของอาหารไทยอย่างใกล้ชิด หากยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของข้าวไทยในฐานะวัตถุดิบหลักของอาหารไทย อีกทั้งยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นในตลาดจีน

พร้อมกันนี้ ภายในคูหาประเทศไทยยังมีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าจีนกับผู้ซื้อจากหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สคต. ณ นครเฉิงตูได้จัดพื้นที่สำหรับกิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยผ่านเครือข่ายผู้นำเข้าในจีน และสนับสนุนให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดจีนตะวันตกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางการค้าและความร่วมมือในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
จากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า China Food and Drinks Fair ครั้งที่ 114 สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้ม โอกาส และทิศทางการพัฒนาตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยในจีน โดยเฉพาะในพื้นที่จีนตะวันตก ประกอบด้วย 7 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. ตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยในจีน โดยเฉพาะจีนตะวันตก มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่จีนตะวันตก มีจำนวนประชากรมากและกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและอาหารที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น ข้าวหอมมะลิไทยซึ่งมีจุดเด่นด้านกลิ่นหอมและรสสัมผัสที่นุ่มละมุน จึงยังคงมีศักยภาพในการขยายตลาด ขณะเดียวกัน ข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง และข้าวสี มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่และกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ
2. การสร้างแบรนด์และการสื่อสารอัตลักษณ์ของข้าวไทยยังมีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าข้าวไทยจะมีภาพลักษณ์ที่ดีในตลาดจีน แต่ยังพบว่าผู้บริโภคบางส่วนยังไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสายพันธุ์ คุณภาพ และแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน จึงควรส่งเสริมการสร้างเรื่องราว (Storytelling) ของสินค้า เช่น แหล่งปลูก มาตรฐานการผลิต (GAP/Organic) และวัฒนธรรมการบริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด อาทิ ข้าวจากเวียดนาม กัมพูชา และข้าวภายในประเทศจีนเอง รวมถึงควรมีการใช้ตราสัญลักษณ์รับรอง (Certification) ที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
3. กิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ
จากการจัดกิจกรรมการสาธิตการทำอาหาร โดยร้านอาหาร Thai SELECT พบว่าสามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้เป็นจำนวนมาก และช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจการนำข้าวไทยไปใช้ในเมนูต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น จึงเห็นควรให้มีการบูรณาการกิจกรรมลักษณะนี้ทั้งในงานแสดงสินค้า การจัด Roadshow และการร่วมมือกับร้านอาหารไทยในจีน เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้กับผู้บริโภคและกระตุ้นการบริโภค
4. ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าในพื้นที่จีนตะวันตกอย่างเป็นระบบ
แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้นำเข้าข้าวไทยในตลาดจีนอยู่แล้ว แต่การเข้าถึงตลาดในระดับภูมิภาคยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะในเมืองรองที่กำลังเติบโต ดังนั้น การส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนความร่วมมือกับผู้นำเข้า ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม ร้านอาหาร โรงแรม และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะส่งผลให้สินค้าไทยสามารถกระจายตัวสู่ผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายการจัดจำหน่ายในตลาดจีนตะวันตกได้อย่างยั่งยืน
5. การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวให้ตอบโจทย์ตลาดจีนยุคใหม่
ผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง มีความต้องการสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) และสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าว อาทิ ข้าวพร้อมทาน ขนมจากข้าว หรือผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนอลฟู้ด เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายฐานผู้บริโภค
6. การใช้สื่อดิจิทัลและ KOL/Influencer มีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่
ตลาดจีนมีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างแพร่หลาย เช่น Douyin, Xiaohongshu และ WeChat ซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าอย่างมาก จึงควรส่งเสริมการทำการตลาดผ่าน KOL/KOC หรือ Influencer ในการรีวิวสินค้า และการไลฟ์สดขายสินค้า (Live Commerce) เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ค่อยรู้จักผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย
7. การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและยกระดับรูปแบบการนำเสนอ
งาน China Food & Drinks Fair ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเปิดตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ควรสนับสนุนผู้ประกอบการไทยหรือผู้นำเข้าเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนารูปแบบคูหาให้มีความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีและสื่อมัลติมีเดียเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และสะท้อนภาพลักษณ์สินค้าไทยในระดับพรีเมียม
กล่าวโดยสรุป การเข้าร่วมงาน China Food & Drinks Fair ครั้งที่ 114 ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไทยในตลาดจีน โดยเฉพาะในพื้นที่จีนตะวันตก ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมีพลวัตทั้งในด้านกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งสู่คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการขยายตลาดให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการสร้างแบรนด์และการสื่อสารอัตลักษณ์ของข้าวไทย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนสมัยใหม่ การประยุกต์ใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัลและกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าและความร่วมมือในทุกระดับ หากสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ย่อมจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในเวทีโลก พร้อมทั้งผลักดันให้สินค้าไทยสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศจีนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
เมษายน 2569
แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/qlk7w9xL_5W8wKFNkUt__g