
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว China News Service (CNS) นครเฉิงตู โดย นาย ตาน เผิงรายงานข่าว การประชุมความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ระหว่างมณฑลเสฉวนกับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมสร้างอนาคตแห่งความสำเร็จ” ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ณ นครเฉิงตู
ด้วยความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมข้ามพรมแดนที่สะดวกและศักยภาพด้านอุตสาหกรรมทำให้มณฑลเสฉวนก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของจีนในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนมีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยมีมูลค่าการค้ากับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 248,600 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 24 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของมณฑล
การประชุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของหลายประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำประเทศจีน รวมถึงผู้แทนจากองค์กรด้านเศรษฐกิจการค้าและภาคธุรกิจ เข้าร่วมประมาณ 100 คน ผู้เข้าร่วมหลายรายเห็นตรงกันว่า ประเทศในภูมิภาคดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการยกระดับอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะที่มณฑลเสฉวนมีศักยภาพโดดเด่นในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล อุปกรณ์พลังงานใหม่ และการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคได้อย่างตรงจุด
Mr. Manitto Phomphothi รองเลขาธิการสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมว่า สปป.ลาวให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียว และการแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นพิเศษ โดยลาวมีทรัพยากรด้านพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ที่อุดมสมบูรณ์และหวังนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีความพร้อมจากเสฉวนมาร่วมพัฒนาโครงการด้านพลังงาน นอกจากนี้ ผลไม้เมืองร้อนของลาวยังได้รับความนิยมในตลาดจีน แต่การส่งออกยังขาดความต่อเนื่อง จึงหวังให้มีการจัดตั้งช่องทางพิเศษ (Green Channel) เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกมายังจีน
ด้านนายมูฮัมหมัด นาซิม มาเคลไซ ประธานสภาธุรกิจจีน–อัฟกานิสถาน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งที่ 3 กล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มความร่วมมือระหว่างอัฟกานิสถานกับมณฑลเสฉวน โดยเฉพาะในด้านทรัพยากรแร่ เช่น ทองแดง ทองคำ และลาพิสลาซูลี (แร่ลาพิส ซึ่งเป็นหินกึ่งอัญมณี) รวมถึงภาคอุตสาหกรรมและสาธารณสุข พร้อมแสดงความหวังว่าจะมีผู้ประกอบการจากมณฑลเสฉวนเดินทางไปศึกษาลู่ทางการลงทุนและขยายความร่วมมือในอัฟกานิสถานมากยิ่งขึ้น
นายจูไนด์ มะห์มูด กรรมการบริหารหอการค้าและอุตสาหกรรมเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน กล่าวว่า ภายหลังโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน–ปากีสถาน (CPEC) ก้าวเข้าสู่ระยะ 2.0 ความร่วมมือระหว่างสองประเทศได้ขยายจากโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมหนักไปสู่ความร่วมมือที่หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นมากขึ้น โดยมณฑลเสฉวนมีจุดแข็งด้านสินค้าเกษตรและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสามารถสนับสนุนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี วัสดุใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวของปากีสถานได้ พร้อมแสดงความหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านการผลิตอัจฉริยะ พลังงานสีเขียว พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน และโลจิสติกส์
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ได้รวบรวมโครงการความร่วมมือคุณภาพสูงในหลายสาขา อาทิ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน การเงินข้ามพรมแดน การส่งออกยาสมุนไพรจีน และการให้บริการด้านเทคโนโลยี โดยมีหลายโครงการที่ได้มีการลงนามความร่วมมือภายในงานแล้ว
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ เฉิงตู
จากการประชุมดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ามณฑลเสฉวนยังคงเดินหน้าผลักดันบทบาทการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยจุดแข็งด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั้งทางรถไฟ ทางถนน และทางอากาศ ตลอดจนศักยภาพของฐานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของมณฑล เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค ทั้งนี้ ประเด็นที่ได้รับการผลักดันในการประชุม ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล การผลิตอัจฉริยะ พลังงานสีเขียว พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน การเงินข้ามพรมแดน และการอำนวยความสะดวกทางการค้า ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในระยะยาวโดยมีมูลค่าการค้ากับประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 248,600 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 24 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของมณฑล
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับมณฑล เสฉวนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีศักยภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดจีนตะวันตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปสินค้าเกษตร อาหารเพื่อสุขภาพ ผลไม้สดและผลไม้แปรรูป เทคโนโลยีการเกษตร อุตสาหกรรมสุขภาพและสมุนไพร ตลอดจนบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นอกจากนี้ การที่มณฑลเสฉวนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และระบบการค้าสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนที่มีจำนวนประชากรสูงและกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การเข้าร่วมของผู้แทนจากหลายประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการลงนามโครงการความร่วมมือหลายฉบับภายในงาน สะท้อนให้เห็นว่ามณฑลเสฉวนกำลังเป็นพื้นที่สำคัญในด้านการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องติดตามทิศทางนโยบายการพัฒนาของมณฑลเสฉวน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการค้า การจับคู่ธุรกิจ และงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดขึ้นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจของจีน อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือเชิงธุรกิจในระยะยาว
ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นที่ผู้แทนจากหลายประเทศให้ความสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาพลังงานสะอาด การแปรรูปสินค้าเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการค้าข้ามพรมแดน สะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นทิศทางที่ประเทศไทยควรติดตามและแสวงหาโอกาสในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของจีนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร เทคโนโลยีสีเขียว และบริการที่ไทยมีความได้เปรียบ
ทั้งนี้ สคต. ณ นครเฉิงตู เห็นควรส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรธุรกิจของไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมณฑลเสฉวนอย่างต่อเนื่องพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า การลงทุน และการเจรจาจับคู่ธุรกิจในพื้นที่เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางการค้า ขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า และยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดจีนตะวันตก และใช้ประโยชน์จากบทบาทของมณฑลเสฉวนในฐานะประตูสำคัญสู่ตลาดจีนตอนในและภูมิภาคเอเชียใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
กรกฎาคม 2569
แหล่งข้อมูล : CCPIT Sichuan
https://mp.weixin.qq.com/s/SHicWEpqXXvPd54_RQSYdw