
รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของพรรคแรงงาน เตรียมประกาศใช้มาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีศุลกากรเพิ่มเติมสำหรับพัสดุนำเข้าที่มีมูลค่าต่ำ เพื่อยกเลิกข้อยกเว้นตามหลักการ De Minimis Regime ซึ่งเดิมอนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 135 ปอนด์ สามารถนำเข้าได้โดยได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากจีน อาทิ Shein, Temu และ AliExpress ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการส่งตรงสินค้าจากโรงงานในจีนถึงผู้บริโภคโดยตรง รัฐบาลจึงมีแผนเร่งรัดการบังคับใช้มาตรการใหม่นี้ให้เร็วขึ้นภายในเดือนตุลาคม 2571 เพื่อปกป้องผู้ประกอบการร้านค้าปลีกและธุรกิจท้องถิ่นในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านภาษีนำเข้าและการขนส่งข้ามพรมแดน ส่งผลให้รูปแบบการส่งสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศเข้ามายังสหราชอาณาจักรเริ่มไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่จากจีน จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โลจิสติกส์ในสหราชอาณาจักรใหม่ โดยหันมาลงทุนและจัดตั้งคลังสินค้าในท้องถิ่น (Localised Warehousing) อย่างจริงจัง การมีฐานโลจิสติกส์สหราชอาณาจักรไม่เพียงแต่ช่วยรองรับกฎระเบียบใหม่ แต่ยังช่วยเพิ่มความเร็วในการจัดส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการสินค้ารับคืน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมต้นทุนและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าในระยะยาว เมื่อปริมาณการค้าขยายตัวมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือการรุกตลาดอย่างเต็มตัวของ JoyBuy (ในเครือ JD.com ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจีน) ได้เข้ามาตั้งศูนย์กระจายสินค้าไฮเทคในพื้นที่ Milton Keynes และ Luton เพื่อให้บริการจัดส่งด่วนแบบวันถัดไป โดยมุ่งท้าชนเจ้าตลาดเดิมอย่าง Amazon ด้วยข้อได้เปรียบด้านต้นทุนขนาดใหญ่ สินค้าที่หลากหลาย ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และเทคโนโลยีค้นหาด้วย AI ซึ่งแตกต่างจาก Temu หรือ Shein ที่เน้นการเป็นตัวกลางเชื่อมโรงงานกับผู้ซื้อโดยตรง จากการรุกตลาดของ JoyBuy สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผู้ค้าปลีกท้องถิ่นใน สหราชอาณาจักรที่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม (Collateral damage) จากศึกการแข่งขันครั้งนี้
ที่มา The Telegraph / AOL / The Guardian
ข้อมูลเพิ่มเติม/ความเห็น สคต.
สคต. เห็นว่าการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบภาษีของสหราชอาณาจักรและการรุกหนักของแพลตฟอร์อีคอมเมิร์ซจากจีน ถือเป็นทั้งสัญญาณเตือนและโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยสินค้าไทยจะไม่สามารถแข่งขันด้วยกลยุทธ์ "ราคาถูก" เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เนื่องจากมาตรการภาษีใหม่จะทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าราคาถูกสูงขึ้นเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ผู้ประกอบการไทยจึงควรเร่งยกระดับไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นจุดแข็งด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย รสชาติ ความพิถีพิถัน และเรื่องราวของแบรนด์ ซึ่งผู้บริโภคชาวสหราชอาณาจักรยินดีจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อแลกกับคุณภาพสินค้า
สรุปโดย สคต. ลอนดอน
กันยายน 2569