fb
หังโจว–เฉิงตู ดาวเด่นเศรษฐกิจจีนปี 2568 อุตสาหกรรมหนุนโตแรง แซงเมืองชั้นนำ

หังโจว–เฉิงตู ดาวเด่นเศรษฐกิจจีนปี 2568 อุตสาหกรรมหนุนโตแรง แซงเมืองชั้นนำ

โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568 16:35
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
62

 

ในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2568 GDP ของหังโจวเพิ่มสูงถึง 1.68522 แสนล้านหยวน อยู่ในอันดับ ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ หมื่นล้านหยวน โดยการเพิ่มขึ้นของ GDP ตลอดปีนี้ของหังโจวอาจสูงกว่าปีก่อนถึง 2.5 เท่า

สำหรับเฉิงตูมีการเพิ่มขึ้นของ GDP ใน ไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.49268 แสนล้านหยวน มากกว่าปีที่แล้วราว 2.5 แสนล้านหยวน อยู่อันดับที่ ของประเทศ สูงกว่าเมืองซูโจวเล็กน้อย และสูงกว่าเมืองฉงชิ่งเกือบ แสนล้านหยวน

นอกจากนี้ เฉิงตูยังมีอัตราการเติบโตของ GDP ใน ไตรมาสแรกอยู่ที่ร้อยละ 5.8 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 0.6 และเป็นอันดับ ในกลุ่มเมืองเศรษฐกิจ 10 อันดับแรก ทะยานผ่านระดับ 1.8 ล้านล้านหยวนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทั้งสองเมืองในรอบนี้ มีสาเหตุจากภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง 

สำหรับหังโจว จุดแข็งเดิมของเมืองอยู่ที่ภาคการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยในช่วงสิ้นปี 2567 ปริมาณเงินทุนรวมของหังโจว (ยอดเงินฝากสถาบันการเงินทั้งสกุลเงินในและต่างประเทศ) อยู่ที่ 7.9522 ล้านล้านหยวน เป็นรองจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และกว่างโจวเท่านั้น

นอกจากนี้ มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมแกนกลางของเศรษฐกิจดิจิทัลของหังโจวอยู่ที่ 6.305 ล้านล้านหยวน เป็นรองเพียงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น

 

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

ภายในปี 2568 เป้าหมายของหังโจวคือ ระบบนิเวศอุตสาหกรรม IoT (Internet of Things) อัจฉริยะและอุปกรณ์ขั้นสูงต้องมีมูลค่าเกิน ล้านล้านหยวน ระบบนิเวศอุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ต้องมีมูลค่าเกิน 5แสนล้านหยวน และอุตสาหกรรมวัสดุใหม่และคาร์บอนต่ำต้องมีมูลค่าเกิน แสนล้านหยวน พร้อมผลักดันให้เกิดโครงสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่นำโดยอุตสาหกรรมระดับล้านล้านหยวน

บทความของหนังสือพิมพ์หังโจวเดลี่เมื่อเดือนมกราคม เรื่อง “เส้นทางสู่การยกระดับ—พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมหังโจว” มุ่งหารือว่า “ควรพัฒนาอย่างไร” สิ่งที่สำคัญคือ หังโจวได้คว้าโอกาสจากกระแส “ปัญญาประดิษฐ์+ (AI+)” ด้วยการขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์ในหลายด้าน ดึงดูดทรัพยากรนวัตกรรมคุณภาพสูง และเดินหน้าเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพสูงและสามารถเติบโตได้มาก ความตั้งใจของหังโจวชัดเจนว่า อุตสาหกรรมที่ต้องการพัฒนาไม่ใช่อุตสาหกรรมใช้แรงงาน แต่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ผลลัพธ์ที่ปรากฏ คือ อุตสาหกรรมของหังโจวในปัจจุบันมีศักยภาพแซงหน้าอู่ฮั่น ที่ขึ้นชื่อด้านอุตสาหกรรมการผลิต จากข้อมูลในสถิติประจำปี 2567 ของทั้งสองเมือง พบว่า รายได้รวมของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอู่ฮั่นปี 2566 อยู่ที่ 1.56589 ล้านล้านหยวน ขณะที่หังโจวอยู่ที่ 2.198668 ล้านล้านหยวน นอกจากนี้อุตสาหกรรมที่ทำรายได้เกิน แสนล้านหยวนในหังโจวมีมากกว่าอู่ฮั่น โดยในปี 2566 อู่ฮั่นมีอุตสาหกรรมที่มีรายได้เกินระดับนี้อยู่ สาขา หังโจวมีอุตสาหกรรมที่มีรายได้เกินหนึ่งแสนล้านหยวนจำนวน สาขา

 

image.png

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

นอกจากนี้ ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ มูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของหังโจวเติบโต ร้อยละ 6.2 อยู่อันดับ ร่วมกับเมืองหนานจิงในกลุ่มเมืองเศรษฐกิจ 10 อันดับแรก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นแยกตามประเภทธุรกิจ อุตสาหกรรมการผลิตคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และอุปกรณ์อื่นๆ เติบโตร้อยละ 14.5 ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์เติบโตร้อยละ 33.0

แยกตามประเภทอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมไฮเทค อุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงกลยุทธ์ และอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์เติบโตร้อยละ 7.7 ร้อยละ9.5 และที่ร้อยละ 9.4 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ร้อยละ 1.4 / 3.2 และ 3.1 

แยกตามผลิตภัณฑ์ ผลผลิตของคอมพิวเตอร์ควบคุมอุตสาหกรรมและระบบเพิ่มขึ้นร้อยละ 82.9 หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 97.9 และรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 229.1

สำหรับเฉิงตู อัตราการเติบโตในช่วงสามไตรมาสแรกได้รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน สำนักงานสถิติเมืองเฉิงตูเปิดเผยว่า อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เติบโตร้อยละ 7.5 ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มเมืองเศรษฐกิจ 10 อันดับเช่นเดิม

 

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

เฉิงตูเร่งยกระดับภาคอุตสาหกรรม หลังข้อมูลล่าสุดชี้สัดส่วนอุตสาหกรรมยังตามหลังเมืองเศรษฐกิจชั้นนำ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของเฉิงตูเผยให้เห็นว่า เมืองพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว โดยหลายสาขามีการเติบโตโดดเด่น อาทิ อุตสาหกรรมถลุงและรีดโลหะมีสีเติบโตร้อยละ 61.8 อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์เติบโต   ร้อยละ 20.2 อุตสาหกรรมผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารเติบโตร้อยละ 14.1อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรไฟฟ้าเติบโตร้อยละ 10.8

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงยังเติบโตร้อยละ 11.2 โดยสินค้าสำคัญมีการขยายตัวแรง เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 238 อุตสาหกรรมสมาร์ตวอทช์เพิ่มขึ้นร้อยละ 54.4 และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.9

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจของเฉิงตูโดยรวมจะถือว่าแข็งแกร่งและมีประชากรจำนวนมากเป็นฐานบริโภคสำคัญ แต่ภาคอุตสาหกรรมยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร หนังสือพิมพ์ เสฉวนเดลี่ ระบุว่า เฉิงตูยังคงเผชิญปัญหา “สัดส่วนอุตสาหกรรมลดลง ทั้งที่ยังไม่เติบโตเต็มที่”

ในปี 2566 เฉิงตูทำรายได้จากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 1.8 ล้านล้านหยวน อยู่ในอันดับที่ 12 ของประเทศ        เมื่อเทียบกับเมืองเศรษฐกิจรองลงมาอย่างฝอซาน ตงก่วน หนิงโป อู๋ซี และเทียนจิน ซึ่งมียอดรายได้ทะลุ ล้านล้านหยวนแล้ว ยิ่งเห็นช่องว่างที่เฉิงตูต้องเร่งตามให้ทัน

ด้านผู้นำอุตสาหกรรมของจีนอย่างเซินเจิ้น ยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้อุตสาหกรรมสูงถึง 5.4 ล้านล้านหยวน

 

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

เฉิงตูจำเป็นต้องเดินหน้าขยายฐานอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น เพื่อให้สอดรับกับศักยภาพด้านเศรษฐกิจและประชากรของเมือง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการขับเคลื่อนเฉิงตูสู่การเป็นมหานครเศรษฐกิจระดับประเทศในอนาคต ความอ่อนแอของภาคการผลิตในเฉิงตูยังสะท้อนให้เห็นจากจำนวนอุตสาหกรรมที่มีรายได้เกิน แสนล้านหยวน มีอุตสาหกรรมอยู่ 37 ประเภท ตามการแบ่งประเภทอุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) 

แต่จากข้อมูลในสถิติประจำปี 2567 ของเฉิงตูพบว่า ในปี 2566 จาก 37 สาขาอุตสาหกรรม มีเพียง สาขาที่มีรายได้รวมเกิน แสนล้านหยวน ได้แก่

      อุตสาหกรรมการผลิตคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

      อุตสาหกรรมการผลิตและการจ่ายพลังงานไฟฟ้าและความร้อน

      อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์

      อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า

 

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

หลังจากมณฑลเสฉวนประกาศเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ “สร้างเมืองเอกให้แข็งแกร่ง” เพื่อยกระดับบทบาทของเฉิงตูในฐานะหัวหอกเศรษฐกิจ มณฑลกานซูได้เดินรอยตามทันที โดยหนังสือพิมพ์ กานซูเดลี่ ถึงขั้นเผยแพร่คำขวัญว่า “เมืองเอกแข็งแกร่ง มณฑลแข็งแกร่ง เมืองเอกเจริญ มณฑลเจริญ” สะท้อนแนวคิดว่าหากเมืองศูนย์กลางเติบโตอย่างมั่นคง จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งมณฑลให้เติบโตตามไปด้วย

ในปัจจุบัน มณฑลเสฉวน เฮยหลงเจียง ยูนนาน ชิงไห่ ส่านซี และหูนาน ต่างดำเนินยุทธศาสตร์ลักษณะเดียวกัน โดยมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพเมืองเอกให้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาที่กระจัดกระจายและสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม กวางตุ้ง ซึ่งดูภายนอกเหมือนจะไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ “เสริมเมืองเอก” กลับมีความเหลื่อมล้ำภายในรุนแรงยิ่งกว่า ตัวเลข GDP ปีล่าสุดชี้ว่า เซินเจิ้น เมืองเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของมณฑล มี GDP สูงกว่าเมืองที่อยู่ท้ายสุดอย่างหยุนฝูถึง 28.1 เท่า

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ปัจจัยสำคัญมาจากโครงสร้างพื้นที่ของกวางตุ้ง หากมอง “เขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง” หรือ Greater Bay Area เป็นหน่วยเดียว จะเห็นว่ากวางตุ้งเองก็คือ มณฑลที่มีศูนย์กลางใหญ่เพียงแห่งเดียว (Single-core) โดยมีเซินเจิ้น–กว่างโจวเป็นหัวใจหลักของการเติบโต ขณะที่พื้นที่ทางตะวันออก ตะวันตก และตอนเหนือของมณฑลยังพัฒนาล้าหลังอย่างเห็นได้ชัด

ความเหลื่อมล้ำที่เด่นชัดในกวางตุ้ง ยิ่งสะท้อนให้เห็นเหตุผลว่าทำไมหลายมณฑลจึงเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ “สร้างเมืองเอกให้แข็งแกร่ง” เพื่อดึงศักยภาพทางเศรษฐกิจให้รวมศูนย์และเกิดพลังขับเคลื่อนระดับมณฑลได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น แม้กวางตุ้งดูเหมือนจะพัฒนาอย่างสมดุล แต่เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านภูมิประเทศ ก็ยังคงเป็นรูปแบบ “ศูนย์กลางเดี่ยวในความหมายกว้าง” อยู่ดี เช่นเดียวกับมณฑลเสฉวน

เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเสฉวนคือเมืองเฉิงตู ซึ่งมี GDP ในปี 2024 สูงถึง 23,511.34 พันล้านหยวน ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจท้ายสุดอย่างเขตปกครองตนเองอาปา มี GDP เพียง 570.11 พันล้านหยวน เท่านั้น เฉิงตูมีขนาดเศรษฐกิจมากกว่าอาปาถึง 41.2 เท่า

ความเหลื่อมล้ำอย่างมากของเสฉวน เป็นผลโดยตรงจากยุทธศาสตร์ “สร้างเมืองเอกให้แข็งแกร่ง” และยุทธศาสตร์นี้เองก็ถูกกำหนดโดย “ภูมิประเทศ”

 

image.png

แหล่งที่มา : การคลังเมือง สถาบันสถิติเมืองปรับโดย สคต.ณ นครเฉิงตู )

 

พื้นที่ที่เหมาะแก่การพัฒนาเศรษฐกิจของเสฉวนจริง ๆ มีเพียง “แอ่งเสฉวน” หรือ “ที่ราบเฉิงตู” เท่านั้น ดังนั้นเฉิงตูจึงกลายเป็นศูนย์กลางที่แข็งแกร่งเพียงแห่งเดียวของมณฑล สภาพภูมิประเทศ ประกอบกับแรงต้านทานต่อการดูดซับทรัพยากรจากเมืองชายฝั่ง ผลักดันให้มณฑลเสฉวนต้องเร่งเดินหน้าในเส้นทาง “เสริมความแข็งแกร่งให้เมืองเอก” อย่างเต็มกำลัง และปัจจัยเหล่านี้เองได้หล่อหลอมให้เมืองเฉิงตู กลายเป็นศูนย์กลางที่โดดเด่นราวกับ “เสาหลักเดียวที่ค้ำทั้งมณฑล” ในเสฉวน

แม้จะเดินหน้าสร้างเมืองเอกให้แข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังยากที่จะหยุดยั้งปัญหาประชากรไหลออกจากภูมิภาคตะวันตก ซึ่งมีความเสียเปรียบเชิงโครงสร้างมาแต่เดิม ยุทธศาสตร์ “เสริมเมืองเอก” ของมณฑลต่าง ๆ ในภาคกลางและตะวันตกไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดึงประชากรจากภาคตะวันออก แต่ทำเพื่อคนที่ยังอยู่สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้น มีศักดิ์ศรีมากขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์เมืองเอกที่แข็งแรง ประชาชนจะมีโอกาสมากขึ้น ทั้งการหางานที่ดีขึ้น การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น รวมถึงการเข้าถึงบริการสาธารณะที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล หรือระบบคมนาคม หากทำสิ่งเหล่านี้ได้ นั่นคือ “ศักดิ์ศรีสูงสุด” ของมณฑล

 

ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู

จีนเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ “สร้างเมืองเอกให้แข็งแกร่ง” สะท้อนถึงโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างสำคัญ ซึ่งประเทศไทยสามารถนำมาประยุกต์ได้หลากหลายด้าน ดังนี้

1) โอกาสด้านการลงทุนและความร่วมมืออุตสาหกรรม

     บริษัทจากหังโจวและเฉิงตู (เช่น แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าบริษัทเทคโนโลยี AI-IoT) เริ่มมองหาฐานผลิตนอกจีนเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไทยสามารถดึงดูดให้มาตั้งโรงงานใน EEC และนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เพราะไทยพร้อมทั้งด้านโลจิสติกส์ และมี supply chain ยานยนต์ที่เข้มแข็ง

2) โอกาสด้าน Smart City และ Digital Economy

     การพัฒนาดิจิทัลของหังโจว เป็นต้นแบบสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลมีสัดส่วนถึงร้อยละ 28.8 ของ GDP และเมืองพัฒนา AI+ และ IoT อย่างเป็นระบบ ไทยสามารถนำโมเดลหังโจวมาพัฒนาสู่ “Bangkok Digital & Smart City” และผังเมืองอัจฉริยะในเชียงใหม่–ขอนแก่น–ภูเก็ต

3) โอกาสด้านการท่องเที่ยวและ Creative Economy

     เฉิงตูเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของจีน นอกจากนี้ประชากรของหังโจวและเฉิงตูมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยจีน ทำให้ไทยสามารถทำ แคมเปญเจาะกลุ่ม High-end Chinese Travelers 

4) โอกาสด้านการค้า–โลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้า

     เฉิงตูเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของจีนฝั่งตะวันตก ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ในการผลักดัน Land-Sea Trade Corridor (ไทย–ลาว–จีน) ขยายการส่งออกสินค้าไทยไปเฉิงตู เช่น ของสด ผลไม้ อาหารพร้อมทาน และพัฒนาคลังสินค้าและโลจิสติกส์ไทยในเฉิงตู–ฉงชิ่ง

                         ----------------------------------------------------

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

พฤศจิกายน 2568

แหล่งข้อมูล : 

https://www.sohu.com/a/951302716_120127885

เฉิงตู-หังโจว–เฉิงตู ดาวเด่นเศรษฐกิจจีนปี 2568 อุตสาหกรรมหนุนโตแรง แซงเมืองชั้นนำหลายแห่ง.pdf
Share :
Instagram