fb
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 32 แบบไม่เป็นทางการ

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 32 แบบไม่เป็นทางการ

โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 04 พฤศจิกายน 2568 13:46
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
62

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย–แปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 32 แบบไม่เป็นทางการ ระยะที่สอง ณ เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ และได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในหัวข้อ “ร่วมกันสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนและสดใส”

ประธานาธิบดี สีฯ ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมครั้งใหม่กำลังดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง เปิดมิติใหม่ให้กับสังคมมนุษย์ ในขณะเดียวกัน แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยังไม่เพียงพอ ช่องว่างการพัฒนาระดับโลกขยายตัว ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานยิ่งทวีความรุนแรง

เขาเน้นว่า ประเทศสมาชิกเอเปคควรเสริมสร้างความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ใช้โอกาสใหม่ รับมือความท้าทายใหม่ และร่วมกันสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืนและสดใส

ประธานาธิบดี สีฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะนำสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  1. เสริมพลังด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการพัฒนานวัตกรรมของเอเชีย–แปซิฟิก

• ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ทั้งด้านดิจิทัล อัจฉริยะ และสีเขียว เร่งพัฒนาผลผลิตและศักยภาพใหม่

• ส่งเสริมการไหลของข้อมูลอย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบลึกซึ้ง พัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีแบบเปิดและร่วมกันสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีการแข่งขันสูง

• ยึดประโยชน์ของมนุษยชาติเป็นหลัก ผลักดันปัญญาประดิษฐ์ไปสู่ทิศทางที่เป็นประโยชน์ ปลอดภัย และเท่าเทียม

• จีนเสนอจัดตั้งองค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก เพื่อจัดหา “สินค้าสาธารณะ” ด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับนานาชาติ พร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิกเอเปคยกระดับความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ของประชาชน ลดช่องว่างดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะในภูมิภาค

 2. ยึดแนวทางสีเขียว–คาร์บอนต่ำ สร้างรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของเอเชีย–แปซิฟิก

• ดำเนินนโยบายเพื่ออนาคตของลูกหลาน เสริมความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาสีเขียว ส่งเสริมการไหลเสรีของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์สีเขียว

• เร่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาไปสู่คาร์บอนต่ำ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

• นับตั้งแต่จีนประกาศเป้าหมาย “ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุดก่อนปี 2030 (carbon peak)” และ “บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนปี 2060 (carbon neutrality)” จีนได้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดและพัฒนาเร็วที่สุดในโลก พร้อมยื่นเป้าหมายการมีส่วนร่วมแห่งชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปี 2035 และจะดำเนินนโยบายควบคุมปริมาณและความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนอย่างเต็มรูปแบบ

  3. ผลักดันความเป็นมิตรและการแบ่งปัน แสดงภาพลักษณ์การพัฒนาแบบครอบคลุมของเอเชีย–แปซิฟิก

• ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เสริมการสื่อสารนโยบาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

• ดำเนินตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติปี 2030 ร่วมกันขจัดความยากจน และส่งเสริมความมั่งคั่งร่วมของประชาชนในภูมิภาค

• ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของเอเปค ช่วยประเทศกำลังพัฒนาให้มีการพัฒนาอย่างสมดุล

• จีนจะเร่งพัฒนาระบบบริการประชาชนที่ครอบคลุมทุกกลุ่มคนและทุกช่วงชีวิต ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชนให้สูงขึ้น พร้อมผลักดันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในด้านสุขภาพ ส่งเสริมทักษะดิจิทัลของผู้หญิง และให้ผลลัพธ์ความร่วมมือเข้าถึงประชาชนในภูมิภาคมากขึ้น

 

ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น สคต. เฉิงตู 

สุนทรพจน์ของประธานาธิบดี สีฯ ต่อโอกาสและแนวทางที่ประเทศไทยสามารถใช้เป็นกรอบนโยบายในการสร้างหุ้นส่วนทางการค้าที่มีคุณค่าต่อกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้

1. โอกาสด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Digital & AI Cooperation)

• สนับสนุนความร่วมมือด้าน AI และดิจิทัลกับจีน ผ่านโครงการ R&D ร่วม การแลกเปลี่ยนข้อมูล หรือการเข้าร่วมแพลตฟอร์ม AI ระดับภูมิภาค

• พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ที่ปลอดภัย เพื่อรองรับการค้าและนวัตกรรม

• ส่งเสริม SMEs ไทยเข้าสู่ตลาดดิจิทัลและ AI เช่น การใช้ AI ในการวิเคราะห์ตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรหรือสินค้าอุตสาหกรรม

 

2. โอกาสด้านเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานหมุนเวียน (Green & Low-Carbon Cooperation)

• ใช้โอกาสร่วมมือด้านเทคโนโลยีสีเขียวกับจีน เช่น พลังงานหมุนเวียน รถยนต์ไฟฟ้า ระบบจัดการคาร์บอน

• ปรับนโยบายการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้สอดคล้องมาตรฐานสีเขียว เพื่อให้ไทยเป็นคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ

• ร่วมพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำ โดยใช้ความรู้และเทคโนโลยีจากจีน

 

3. โอกาสด้านความร่วมมือเชิงสังคมและการพัฒนาแบบครอบคลุม (Inclusive Development & Shared Prosperity)

• ส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และประชากร เช่น การศึกษา การฝึกอบรมดิจิทัล และการเพิ่มทักษะแรงงาน

• พัฒนาโครงการความร่วมมือแบบ PPP (Public-Private Partnership) ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชน เช่น การใช้ AI ในสาธารณสุขและการเกษตร

• สร้างแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างไทย–จีน เพื่อเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีและนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย

กล่าวโดยสรุป สุนทรพจน์ของประธานาธิบดี สีฯ ชี้ให้เห็นว่า โอกาสด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์ คือ โอกาสหลักที่ไทยสามารถสร้างหุ้นส่วนทางการค้าที่มีคุณค่าได้ หากไทยวางนโยบายเชิงรุก ทั้งด้านความร่วมมือด้าน AI การค้าสินค้าและเทคโนโลยีสีเขียว รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะช่วยให้ไทยเป็นพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งสองฝ่าย

 

                          ----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

พฤศจิกายน 2568

แหล่งข้อมูล :  Chinese Government.com

สำนักข่าว Xinhua

เฉิงตู-ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 32 แบบไม่เป็นทางการ.pdf
Share :
Instagram