fb
จีน-สปป.ลาว จับมือผลักดันการค้าข้ามแดน คุนหมิง-ท่าบกท่านาแล้ง หนุนโลจิสติกส์ ลดต้นทุนขนส่ง

จีน-สปป.ลาว จับมือผลักดันการค้าข้ามแดน คุนหมิง-ท่าบกท่านาแล้ง หนุนโลจิสติกส์ ลดต้นทุนขนส่ง

โดย
Boualaphat
ลงเมื่อ 21 สิงหาคม 2568 09:48
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))
164

ท่าบกท่านาแล้ง ศูนย์กลางโลจิสติกส์ชั้นนำของ สปป.ลาว และทางการจากเมืองคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน กำลังมองหาความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าให้รวดเร็ว ถูกลง และง่ายขึ้น เพื่อเสริมสร้างการค้าระหว่างลาว-จีน และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

เมื่อวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา คณะผู้แทนจากเมืองคุนหมิงนำโดยนายจ้าว ป๋อ รองนายกเทศมนตรีเมืองคุนหมิง ได้เดินทางเยี่ยมชมท่าบกท่านาแล้ง 
ในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่ทางรถไฟลาว-จีน และ ลาว-ไทย บรรจบกัน โดยท่าบกแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการด้านพิธีการศุลกากรแบบเบ็ดเสร็จ 
(Single Window) สำหรับการขนส่งทางราง มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีนและภูมิภาคอื่น ๆ

 

ระหว่างการเยี่ยมชม ผู้ประกอบการลาวและเจ้าหน้าที่จีนได้หารือแนวทางปฏิบัติเพื่อลดต้นทุนขนส่ง เพิ่มความรวดเร็วในการส่งมอบ และใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่ายรถไฟที่กำลังขยายตัว การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่เมืองคุนหมิงมีแผนจะก่อสร้างท่าบกแห่งใหม่ที่เมืองโมฮาน ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่เชื่อมต่อกับ สปป.ลาวโดยตรง เราวางแผนจะสร้างท่าบกที่โมฮาน เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงการค้า” สมาชิกของคณะผู้แทนจีนกล่าว 

 

เมื่อเปิดใช้งาน ท่าบกที่โมฮานจะช่วยกระตุ้นการค้าผ่าน สปป.ลาว ให้คึกคักยิ่งขึ้น ส่งผลให้ สปป.ลาว มีบทบาทสำคัญในฐานะประตูการค้าระหว่างจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยฝ่ายคุนหมิงเสนอให้พิจารณาลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมโลจิสติกส์บางรายการสำหรับการขนส่งขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในฝั่งลาว 
นายเวียงคอน สิทธิไช รองประธานบริษัท เวียงจันทน์ โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการท่าบกท่านาแล้ง ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว พร้อมระบุว่าบริษัทพร้อมจะพิจารณามาตรการส่งเสริมการขนส่งปริมาณมาก สอดคล้องกับนโยบายของ สปป.ลาว ที่มุ่งส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรถไฟ เพื่อให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมาย นักธุรกิจชาวลาวเสนอให้มีการหารือเพิ่มเติมในรายละเอียด และสามารถใช้บทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นพื้นฐานในการสร้างความร่วมมือ

 

นับตั้งแต่เปิดดำเนินการในปี 2021 ท่าบกท่านาแล้งได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งใน สปป.ลาว และ จีน อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดในการขนส่ง โดยผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ เช่น การลดต้นทุนบริการ การย่นระยะเวลาขนส่ง และการให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมแก่ลูกค้า ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการที่ส่งตู้คอนเทนเนอร์ตั้งแต่ 
50 ตู้ขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมโลจิสติกส์ ขณะที่ผู้ที่ส่งระหว่าง 500-1,000 ตู้ ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมด้านเอกสาร จากประสบการณ์เหล่านี้ นายเวียงคอนฯ 
ได้เสนอว่า ควรมีการจัดตั้ง “คณะทำงานร่วม” ระหว่างฝ่ายลาวกับคุนหมิง เพื่อศึกษาว่าอุปสรรคใดสามารถขจัดออกไปได้ เพื่อให้กระบวนการขนส่งคล่องตัวขึ้นและต้นทุนลดลง 
เขายังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายทำงานประสานกันใกล้ชิดมากขึ้นในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่จะส่งผ่าน สปป.ลาวไปจีน หรือผ่านจีนไปยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ 
ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดการล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม ทั้งประหยัดเวลาและลดต้นทุน ทั้งนี้ คณะผู้แทนจีนยังได้เชิญผู้บริหารท่าบกท่านาแล้งไปเยือนคุนหมิง เพื่อศึกษาโอกาสในการร่วมมือและสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ความพยายามครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนและประเทศในภูมิภาคต่างเร่งเสริมความร่วมมือทางการค้าโดยรถไฟลาว-จีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 
Belt and Road Initiative ของจีน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าภูมิภาค โดยมีการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เส้นทางรถไฟที่เชื่อมเวียงจันทน์-คุนหมิง สายนี้ ได้ขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกกว่า 14 ล้านตัน มูลค่ากว่า 60,000 ล้านหยวน (ประมาณ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) 
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในเดือนธันวาคม 2021 ตามข้อมูลจากศุลกากรคุนหมิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการขนส่งสินค้าข้ามแดนของรถไฟสายนี้มีมากกว่า 3.43 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 15,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6% และ 41% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด ทางรถไฟนี้เชื่อมโยง 19 ประเทศ รวมถึง สปป.ลาว ไทย และสิงคโปร์ โดยมีประเภทสินค้าเพิ่มขึ้นจากกว่า 500 รายการเป็นมากกว่า 3,600 รายการ แสดงถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเส้นทางการค้านี้

 

******************************************************

 

ที่มา : Vientiane times

Share :
Instagram