fb
เยอรมนีเตรียมแผนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ใหม่มากกว่าสิบแห่ง

เยอรมนีเตรียมแผนสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ใหม่มากกว่าสิบแห่ง

โดย
Pimchanok
ลงเมื่อ 19 กันยายน 2568 20:30
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
62
2

การเติบโตของระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตหรือบริการคลาวด์ (Cloud) รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน

 

บริษัท Mitnetz ผู้ให้บริการเครือข่ายไฟฟ้าในหลายรัฐของประเทศเยอรมนี รายงานว่าในปี 2024 จนถึงปัจจุบัน ได้มีคำขอจำนวน 78 รายการ เพื่อขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูล โดยเพียงภายในปี 2025 มีมากกว่า 40 คำร้อง อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาเบื้องต้น โดย ณ ปัจจุบันมีเพียง 7 โครงการที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากศูนย์ข้อมูลประเภทนี้ต้องใช้กำลังไฟฟ้าที่สูงมาก โดยตัวแทนบริษัทได้ยกตัวอย่างให้เห็นว่า ชิปประมวลผลหนึ่งตัวในศูนย์ข้อมูลมีความต้องการใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 700 วัตต์ นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลหนึ่งแห่งอาจมีชิปจำนวนมากถึง 100,000 ตัว โดยหากมีการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลครบตามจำนวนคำขอทั้งหมด ความต้องการไฟฟ้าในพื้นที่จะเพิ่มขึ้นมากถึง 5 เท่า 

 

ปัจจุบันเยอรมนีวางแผนขยายพื้นทีสำหรับตั้งศูนย์ข้อมูล โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ พื้นที่บริเวณรัฐ Saxony-Anhalt ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณตอนกลางของประเทศเยอรมนี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากลมและแสงอาทิตย์จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังอยู่ใกล้กับเมืองไลป์ซิก เมืองที่ได้มีการสร้างจุดแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตใหม่ขึ้นในปี 2022 โดยจุดแลกเปลี่ยน หรือ Internet Exchange Point (IXP) นี้ เป็นส่วนสำคัญในโครงสร้างของอินเทอร์เน็ต เนื่องจากช่วยให้การส่งข้อมูลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจุดประสงค์ในการขยายจุดแลกเปลี่ยนไปยังเมืองไลป์ซิก ได้แก่ การกระจายความหนาแน่น ก่อนหน้านี้ เมืองใหญ่ในเยอรมนีอย่างมิวนิก ฮัมบูร์ก และแฟรงก์เฟิร์ต ถือเป็นเมืองศูนย์กลางสำหรับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ โดยเฉพาะเมืองแฟรงก์เฟิร์ตที่เป็นหนึ่งในจุดแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่เนื่องจากความต้องการใช้เป็นจำนวนมากในปัจจุบันทำให้แฟรงก์เฟิร์ตประสบปัญหาในด้านข้อจำกัดทางเครือข่ายและกำลังไฟฟ้า ส่งผลให้ไม่มีพื้นที่รองรับการเชื่อมต่อใหม่ได้อีกจนถึงปี 2030 

 

รัฐบาลเยอรมนีวางแผนสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนนำความร้อนที่เกิดจากกระบวนการประมวลผลของศูนย์ข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ (Waste Heat Recovery) โดยเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนสำหรับระบบทำความร้อนในที่อยู่อาศัยของชุมชนโดยรอบ

 

แม้ว่าการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลจะมีต้นทุนสูง แต่จากแนวโน้มความต้องการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐและภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ควบคู่กับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ

การขยายตัวดังกล่าวส่งผลให้เกิดความต้องการสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ IT สำหรับศูนย์ข้อมูล ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับการใช้งานพลังงานสูง เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลและการประมวลผลจำนวนมาก

 

นอกจากนี้ ความจำเป็นในการใช้พลังงานจำนวนมหาศาลของศูนย์ข้อมูล ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิด ความต้องการพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวของเยอรมนี

 

จากแนวโน้มดังกล่าว ผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานสะอาด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบสนับสนุนอื่น ๆ สำหรับศูนย์ข้อมูล มีโอกาสในการขยายตลาดสู่ประเทศเยอรมนี ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

 

ผู้ประกอบการสินค้าสามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้อง อาทิ ด้านศูนย์ข้อมูล (Data Centers), พลังงานหมุนเวียน, หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการขยายเครือข่ายธุรกิจ ศึกษาแนวโน้มของตลาด และเจรจาทางการค้า งานแสดงสินค้าในประเทศเยอรมนีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ งานแสดงสินค้า Data Centre World, Cloud & AI Infrastructure และ Big Data & AI World ซึ่งจัดขึ้นประจำปีที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เป็นต้น  

 

 

ที่มา: MDR.DE

Share :
Instagram