
เมื่อเร็วๆ นี้บริษัท XingJi RongYao (Interstellar Glory Aerospace Science and Technology Corporation) อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตจรวดขนส่งเชื้อเพลิงเหลวแบบนำกลับมาใช้ใหม่ ในเขตซวงหลิว นครเฉิงตู
โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการอุตสาหกรรมสำคัญของนครเฉิงตู ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากรแบบบูรณาการด้านไฮเทคของนครเฉิงตู (Chengdu High-Tech Comprehensive Bonded Zone) เขตซวงหลิว[1]มีบทบาทในการยกระดับขีดความสามารถของเมืองด้านการประกอบจรวดทั้งระบบ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมของเมืองในอนาคตอันใกล้
นายมู่ จื้อจง ผู้รับผิดชอบโครงการซวงหลิวจากฝ่ายบริหารงานก่อสร้างของกลุ่มบริษัท XingJi RongYao เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการ ปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ คาดว่าก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน อาคารสำนักงานจะสามารถก่อสร้างได้ถึงระดับ 2 ชั้นเหนือพื้นดิน อาคารอเนกประสงค์ถึงระดับ 1 ชั้นเหนือพื้นดิน และอาคารโรงงานประกอบขั้นสุดท้ายจะสามารถติดตั้งโครงสร้างเหล็กได้ 1–2 ชั้น ทั้งนี้ ตั้งเป้าให้โครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งระบบภายในปลายปีนี้
ในฐานะหนึ่งในบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรมจรวดเชิงพาณิชย์ของประเทศจีน บริษัท XingJi RongYao ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาฐานการผลิตแห่งนี้ไว้อย่างชัดเจน โดยฐานการผลิตเขตซวงหลิวซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีบทบาทหลักในการประกอบและทดสอบจรวด รวมถึงการผลิตโครงสร้างบางส่วนของตัวจรวด และจะรับผิดชอบภารกิจสำคัญ อาทิ การประกอบขั้นสุดท้ายและการทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมของจรวดรุ่น “ShuangQuXian-3” (Hyperbola-3) ฐานการผลิตแห่งนี้จะมีสายการผลิตเพื่อการประกอบจำนวน 4 สาย และสายการทดสอบจำนวน 2 สาย มีกำลังการผลิตตามการออกแบบอยู่ที่ปีละ 20 ลำจรวด และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในปี 2570 และ 2571
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของโครงการส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยข้อมูลระบุว่ารัฐบาลนครเฉิงตู และรัฐบาลเขตซวงหลิว ได้ให้การสนับสนุนด้านการอนุมัติแผนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการ “ยื่นและอนุมัติภายในวันเดียว” ตั้งแต่ขั้นตอนการเจรจาเบื้องต้นไปจนถึงการก่อสร้างจริง ซึ่งช่วยเร่งรัดความคืบหน้าของโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศจีนกำลังผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง โดยในเดือนพฤศจิกายนปี 2568 สำนักงานการอวกาศแห่งชาติจีนได้ประกาศใช้ “แผนปฏิบัติการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย (ปี 2568–2570)” ซึ่งแผนดังกล่าวกำหนดให้อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์เป็นส่วนหนึ่งของกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาอวกาศระดับชาติ พร้อมตั้งเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาอย่างมีคุณภาพภายในปี 2570 โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างศักยภาพด้านการผลิตดาวเทียมและจรวดอย่างเป็นระบบ
นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่า ข้อจำกัดสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนในปัจจุบันอยู่ที่ขีดความสามารถด้านการขนส่ง ขณะที่เทคโนโลยีจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการลดต้นทุนและแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลักของจรวดขนส่งเชื้อเพลิงเหลวแบบนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งส่วนที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มีมูลค่าสูงถึงเกือบร้อยละ 70 ของมูลค่าจรวดทั้งหมด การนำกลับมาใช้ซ้ำจะช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศและอากาศยาน อาทิ การสร้างกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ การขนส่งสินค้าในวงโคจรต่ำ และการท่องเที่ยวอวกาศ เป็นต้น ในการนี้ โครงการจะนำเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตอัจฉริยะเชิงดิจิทัลมาใช้ พร้อมทั้งใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเฉพาะทางเพื่อการผลิตแบบไร้คนควบคุม ซึ่งสามารถลดระยะเวลาการผลิตจากหลายวันเหลือเพียง 4–5 ชั่วโมง อันเป็นหลักประกันสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายด้านกำลังการผลิต
ภายหลังโครงการแล้วเสร็จ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้จากภาษีรวมประมาณ 40,000 ล้านหยวนต่อปี และก่อให้เกิดการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมประมาณ 1,200 ตำแหน่ง อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมการรวมตัวของอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในเขตซวงหลิว ก่อให้เกิดระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ที่ครบวงจร และเพิ่มความสามารถในการดึงดูดหน่วยงานด้านการวิจัย พัฒนา การผลิต และการดำเนินงานดาวเทียม เมื่อการพัฒนาจรวดรุ่น ShuangQuXian-3 ดำเนินไปอย่างเต็มรูปแบบ พื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ของประเทศ และเป็นแรงสนับสนุนให้บริษัท XingJi RongYao ก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับนานาชาติในอุตสาหกรรมดังกล่าวในปี 2569 และตามคาดการณ์ฐานการผลิตแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตจรวดจำนวน 20 ลำต่อปี
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู
การก่อสร้างสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตจรวดของบริษัท XingJi RongYao ในนครเฉิงตู สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของจีนที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ โดยรัฐทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวย ขณะที่เอกชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ความโดดเด่นของโครงการอยู่ที่ความเร็วในการดำเนินงาน เทคโนโลยีจรวดแบบนำกลับมาใช้ใหม่ และการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงการทดสอบ สำหรับประเทศไทย ข่าวนี้ให้บทเรียนสำคัญว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจำเป็นต้องอาศัยนโยบายรัฐที่ชัดเจน การลดขั้นตอนการอนุญาต และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการพัฒนาคน หากไทยสามารถนำแนวคิดการประสานรัฐ–เอกชนและการวางแผนอุตสาหกรรมระยะยาวเช่นนี้มาปรับใช้ ก็อาจต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ได้ในอนาคต
----------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู
มกราคม 2569
แหล่งข้อมูล :
https://mp.weixin.qq.com/s/2Eq7JNIduKSQPEbnL6B_FA
https://baike.baidu.com/item/星际荣耀航天科技集/65131959
[1] Chengdu High-tech Comprehensive Bonded Zone ในปัจจุบันมีทั้งหมด 5 เขต ดังนี้ ซวงหลิว (ShuangLiu) / เหมียนหยาง (MianYang) / ลู่โจว (LuZhou) / อี้ปิน (YiBin) / ซีหยวน (XiYuan)
ข้อมูลจาก https://jhj.sc.gov.cn/scjhj/bonded/2022/4/26/efc8b4eaccd540439d61f74357a63fc8.shtml