
วัฒนธรรมการบริโภคในญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปตามไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ รวมถึงการบริโภคอาหารรสเผ็ด และรสเผ็ดชาของหม่าล่า โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ GenZ
ในปี 2568 “หม่าล่าทั่ง (Mala Tang)” ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น จนกลายเป็นคำฮิตแห่งปี โดยเมนูหม่าล่าทั่งเป็นซุปรสเผ็ดที่ผู้บริโภคสามารถเลือกวัตถุดิบ เส้น และระดับความเผ็ดได้ จึงตอบโจทย์กระแสการบริโภคแบบเฉพาะบุคคล (Customization) ประกอบกับภาพลักษณ์ที่มีส่วนประกอบจากผัก และเครื่องเทศสมุนไพรในปริมาณมาก ทำให้ถูกมองว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในกลุ่มผู้บริโภคสตรี นอกจากซุปหม่าล่ารสต้นตำรับแล้ว ยังมีรสชาติอื่น อาทิ ซุปมะเขือเทศ ซุปเห็ด และรสต้มยำกุ้ง ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับรสเผ็ดจัด ในการนี้ หม่าล่าทั่งได้สร้างกระแสนิยมสู่ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน (โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และบะหมี่แช่เย็น) ขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรส รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร
ในส่วนของอาหารไทย เมนูที่มีรสชาติจัด และเผ็ดที่มีความอร่อยกลมกล่อม “อูมามิ” โดยเฉพาะ ผัดกะเพรา ส้มตำ ลาบ ต้มยำต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน โดยมีกระแสในกลุ่ม GenZ ที่ทานเผ็ด เพื่อความท้าทาย และเพื่อสร้างคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย
ความนิยมรสเผ็ดดังกล่าว สะท้อนโดยการนำเสนอในธุรกิจกระแสหลัก โดยในงานแสดงสินค้า Foodex Japan 2026 จัดให้ “Swicy” (รสหวาน : Sweet ผสมกับรสเผ็ด : Spicy) เป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารแห่งปี โดยเฉพาะในกลุ่มขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรส นอกจากนี้ กำหนดเปิดส่วนจัดแสดงใหม่ “Spicy Zone” ในงาน Foodex Japan 2027