fb
เศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับคาดการณ์เติบโตปีนี้เป็น 12.16%

เศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง ปรับคาดการณ์เติบโตปีนี้เป็น 12.16%

ลงเมื่อ 19 ตุลาคม 2569 16:09
สคต. ณ กรุงมะนิลา ส่วนที่ 2 (ไต้หวัน) (TTC, Manila – Section 2 (Taiwan))
5

หลังจากที่สภาพัฒนาแห่งชาติของไต้หวัน (National Development Council: NDC) ได้คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกันยายน 2569 ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปีนี้อาจแตะระดับ 12% ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา สถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว (Chung-Hua Institution for Economic Research: CIER) ได้ประกาศตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันประจำปี 2569 ว่าจะพุ่งสูงถึง 12.16% ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา 

โดย ดร.เหลียน เสียนหมิง ผู้อำนวยการ CIER ระบุว่า นี่เป็นการปรับเพิ่มคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ   ครั้งที่สามของปีนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนครึ่งหนึ่งมาจากอุปสงค์ในประเทศ (การลงทุนและการบริโภค) และ          อีกครึ่งหนึ่งมาจากการส่งออก ถือว่ามีความสมดุลเป็นอย่างมาก ทำให้ปีนี้เป็นปีที่เศรษฐกิจของไต้หวันเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง สภาพเศรษฐกิจดีเยี่ยมทั้งในและนอกประเทศ

การส่งออกของไต้หวันเติบโตอย่างมั่นคงตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยทะลุระดับ 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าตลอดทั้งปีจะทะลุเป้า 900,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่อยู่ในระดับ 600,000 กว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักและเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ด้วย

ทั้งนี้ ดร. เผิงซู่หลิง ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจของ CIER ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ได้กระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกและขยายความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปี 2569 จึงพุ่งสูงขึ้นตามอุปสงค์ของ AI ด้วยเช่นกัน

CIER วิเคราะห์ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้จะทะลุระดับ 10% (ตัวเลขสองหลัก) ส่วนในไตรมาสที่ 4 ภายใต้แรงกดดันจากฐานเดิมในการคำนวณที่สูงถึง 12.95% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 8.20% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยในแต่ละไตรมาสอันเนื่องมาจากปัจจัยด้านฐานการคำนวณและวัฏจักรเศรษฐกิจ

รูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงทั้งในและนอกประเทศ อุปสงค์   ในไต้หวันมีส่วนสนับสนุน 6.63% โดยการบริโภคและการลงทุนเป็นเสาหลักสำคัญ ซึ่งมีส่วนสนับสนุน 2.20 และ 2.15 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ส่วนการค้าระหว่างประเทศที่ได้รับอานิสงส์จาก AI ทำให้การค้าสินค้า         ที่เกี่ยวข้องขยายตัว ทั้งการส่งออกและนำเข้าต่างมีส่วนสนับสนุนในระดับตัวเลขสองหลัก เมื่อหักลบกันแล้ว อุปสงค์สุทธิจากต่างประเทศจึงมีส่วนสนับสนุน 5.53 เปอร์เซ็นต์

สำหรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ผู้อำนวยการเหลียนกล่าวว่า CPI ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนให้   ความสนใจ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยคาดว่าจะทะลุระดับ 2% ไปอยู่ที่ 2.06% ซึ่งระดับ 2% ถือเป็นเส้นเตือนภัยเงินเฟ้อ CIER ชี้ให้เห็นว่า เนื่องจากราคาพลังงานระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการรักษาเสถียรภาพแล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังคงลุกลามและมีส่วน      ในการดันระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ถือว่าเศรษฐกิจไต้หวันยังคงทรงตัวได้ดี

ที่มา: Yahoo! News/ Economic Daily News / Commercial Times

ข้อเสนอแนะ/ความคิดเห็นของ สคต.

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไต้หวันที่สถาบัน CIER คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 12.16% ในปี 2569 สะท้อนถึงศักยภาพของเศรษฐกิจไต้หวันที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรม AI การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ ปัจจุบัน โรงงานไต้หวันได้ย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรม AI มายังประเทศไทยจำนวนมากส่งผลให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ผู้นำส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ของโลก (ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย) จึงถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะต้องปรับตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้า AI ได้หรือไม่ อย่างไร  โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเทคโนโลยี วัสดุอุตสาหกรรม และบริการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกัน กำลังซื้อภายในที่เพิ่มขึ้นของไต้หวันยังเอื้อต่อการขยายตลาดสินค้าไทยที่มีมูลค่าเพิ่ม อาทิ อาหารเสริม/สินค้าเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรตระหนักว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไต้หวันส่วนหนึ่งกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ จึงควรวางกลยุทธ์การตลาดอย่างรอบคอบ เน้นการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรม สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ตลอดจนบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ 
ควรติดตามทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการค้าของไต้หวันอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

o69519a.pdf
Share :
Instagram