fb
เฉิงตูก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอวกาศสำคัญของจีน
โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 29 เมษายน 2569 17:16
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
3

นครเฉิงตูกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่สำคัญของจีนอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมากกว่า 1,000 ราย และในปี 2568 มีมูลค่าอุตสาหกรรมประมาณ 140,000 ล้านหยวน (ราว 700,000 ล้านบาท) สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของระบบนิเวศอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมทั้งมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับแนวหน้าของประเทศและมีชื่อเสียงในระดับโลก โดยมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของจีนภายใต้แนวคิด “พลังแห่งเฉิงตู”

ในด้านเทคโนโลยีจรวดเชิงพาณิชย์ บริษัท Xinghuo Space-Time (Chengdu) Technology Co., Ltd. มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาจรวดขนส่งเชิงพาณิชย์ขนาดบรรทุกสูง โดยบริษัทมีความสามารถครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการทดสอบจรวดเชื้อเพลิงเหลวและเครื่องยนต์จรวด ผลิตภัณฑ์หลักคือจรวด “Xinhuo” ที่ใช้เชื้อเพลิงออกซิเจน (LOX) – เคโรซีน (Kerosene) ซึ่งสามารถบรรทุกดาวเทียมสู่วงโคจรต่ำได้มากกว่า 18 ตัน และสู่วงโคจรซันซิงโครนัส (Sun-synchronous orbit: SSO) ระดับความสูง 700 กิโลเมตร ได้มากกว่า 10 ตัน โดยมีต้นทุนการปล่อยเพียงประมาณ 20,000 หยวน หรือ 100,000 บาท ต่อกิโลกรัม และคาดว่าจะเริ่มบินครั้งแรกในปี 2570

ปัจจุบัน ระบบหลักของจรวด ได้แก่ โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน และระบบภาคพื้นได้ออกแบบเสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างพัฒนาต้นแบบ ขณะเดียวกัน บริษัทมีความพร้อมด้านการประกอบและทดสอบทั้งจรวดและเครื่องยนต์อย่างครบถ้วน รวมถึงได้ก่อสร้างฐานประกอบและทดสอบระยะแรก ซึ่งจะรองรับกำลังการผลิตในอนาคต

 

image.png

แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/hjsgROrrNLCbnPycFsy94Q

 

บริษัทได้พัฒนาเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวออกซิเจน–เคโรซีน (Kerosene) รุ่น“Fenglei 100” ปัจจุบันได้ดำเนินการทดสอบและประเมินผลทั้งในระดับระบบย่อยและระบบเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีอัตราส่วนแรงขับต่อน้ำหนักสูงถึง 170 จากการทดสอบจริง รองรับการปรับแรงขับ การสตาร์ทซ้ำหลายครั้ง และมีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการลดต้นทุนการปล่อยจรวด

ขณะเดียวกัน โครงการฐานการผลิตและทดสอบจรวดเชื้อเพลิงเหลวของบริษัทอินเตอร์สเตลาร์กลอรี (Interstellar Glory) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจซวงหลิว กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,300 ล้านหยวน โดยเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถผลิตจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ปีละ 20 ลำ ครอบคลุมทั้งการผลิต ประกอบ และทดสอบ โดยโครงการตั้งเป้าให้สามารถติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์ภายในสิ้นปีนี้ และเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2570

ในด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการบินและอวกาศ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการลงนามโครงการจัดตั้งศูนย์วิจัย พัฒนา และการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูงด้านอากาศและอวกาศของบริษัทหลงเวย (Rongwei) ณ เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงจินหนิว (Jinniu) ทั้งนี้ บริษัทปักกิ่งหรงเวย เทคโนโลยี จำกัด (Beijing Rongwei Technology Co., Ltd.) มีแผนลงทุนรวม 1,000 ล้านหยวน ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อก่อสร้างและดำเนินโครงการดังกล่าว โดยกำหนดให้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งที่สองของบริษัทฐานการผลิตอัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์รับส่งข้อมูลไร้สายระดับสูงด้านการบินและอวกาศ ตลอดจนเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน 

โครงการนี้จะมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนา และการผลิตอัจฉริยะของผลิตภัณฑ์สำคัญ อาทิ ระบบดาต้าลิงก์อากาศ–อวกาศ ระบบเทเลเมทรี (Telemetry system) สำหรับจรวดและขีปนาวุธ และระบบเบสแบนด์ (Baseband) ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีหลักในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศยุคใหม่ ในระยะต่อไปบริษัทมีแผนทยอยย้ายสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาดำเนินการวิจัย พัฒนา และการผลิตเชิงปริมาณภายในโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบทบาทของโครงการให้เป็นฐานการดำเนินงานหลักแบบครบวงจร ทั้งด้านนวัตกรรมและการผลิต โดยคาดว่าในช่วง ปีข้างหน้า โครงการจะสามารถสร้างรายได้สะสมไม่น้อยกว่า 600 ล้านหยวน

 

image.png

แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/hjsgROrrNLCbnPycFsy94Q

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดตัวกิจกรรม “การร่วมกันสร้างพื้นที่ข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับอุตสาหกรรมรีโมตเซนซิง (Remote Sensing Trusted Data Space)” โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ข้อมูลรีโมตเซนซิงมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสามารถเชื่อมโยงและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ   มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการจะอาศัยจุดแข็งของนครเฉิงตูในด้านทรัพยากรอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครบวงจร เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude Economy) ซึ่งกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนในภาคโลจิสติกส์และบริการอัจฉริยะ

ตัวอย่างที่สะท้อนความก้าวหน้านี้ คือความสำเร็จของบริษัท TianKe Zhijian Technology (Sichuan) Co., Ltd. ในเขตอุตสาหกรรมการบินทั่วไปเมืองจินถัง ที่ได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นครั้งแรก โดยร่วมมือกับบริษัท Valternative Energy จากแอฟริกาใต้ พัฒนาโซลูชันการจัดส่งปลายทางด้วย  โดรนที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศในพื้นที่ พร้อมทั้งเสริมระบบความปลอดภัยในน่านฟ้าระดับต่ำ เช่น เทคโนโลยี IoT การรับรู้สภาพแวดล้อม และระบบต่อต้านโดรน

คำสั่งซื้อดังกล่าวมีมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นทั้งความก้าวหน้าสำคัญของบริษัทในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ และเป็นคำสั่งซื้อระหว่างประเทศรายการแรกของอุทยานอุตสาหกรรมดังกล่าว สะท้อนบทบาทของนครเฉิงตูในการผลักดันเทคโนโลยีการบินระดับต่ำสู่ตลาดโลก และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและแอฟริกาอย่างเป็นรูปธรรม และในอนาคตมีแนวโน้มที่จะดึงดูดบริษัทชั้นนำ เช่น StarNet และ Inspur รวมถึงผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำเข้ามารวมตัวกันมากยิ่งขึ้น

โดยภาพรวม จะเห็นได้ว่า นครเฉิงตูกำลังพัฒนา “ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอากาศ–อวกาศ (Air-Space Industry Ecosystem)” อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตและทดสอบอุปกรณ์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเมืองในระดับประเทศ แต่ยังวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอวกาศระดับโลกในอนาคต

 

ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

นครเฉิงตูกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของจีนอย่างรวดเร็ว โดยโครงการที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการขยายตัวของกำลังการผลิต แต่สะท้อนถึงการยกระดับเชิงโครงสร้างทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน การมีผู้ประกอบการมากกว่า 1,000 ราย และมูลค่าอุตสาหกรรมที่สูงถึง140,000 ล้านหยวน ชี้ให้เห็นว่า เฉิงตูได้ก้าวเข้าสู่ระยะของการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งเอื้อต่อการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดด้านต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องภายในพื้นที่เดียวกัน

ในด้านเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาจรวดเชิงพาณิชย์และเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวที่มีสมรรถนะสูงและรองรับการนำกลับมาใช้ใหม่ สะท้อนว่าเฉิงตูกำลังยกระดับขีดความสามารถเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ระดับโลก ซึ่งเป็นตลาดที่มีความซับซ้อนและมีผู้เล่นจำกัด การตั้งเป้าลดต้นทุนการปล่อยจรวดอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งตอกย้ำถึงทิศทางการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ฐานการผลิตและทดสอบจรวด และศูนย์วิจัยอุปกรณ์ขั้นสูง ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาในระดับทดลองไปสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

ขณะเดียวกัน การเสริมสร้างอุตสาหกรรมสนับสนุน โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและการประมวลผลข้อมูล เช่น ระบบดาต้าลิงก์ และแพลตฟอร์มข้อมูลรีโมตเซนซิง (Remote Sensing Trusted Data Space) ที่เชื่อถือได้ เป็นการเติมเต็มองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทำให้เฉิงตูไม่ได้พัฒนาเฉพาะ “ฮาร์ดแวร์อวกาศ” แต่ยังครอบคลุมถึง “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ที่จะเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต นอกจากนี้ การขยายตัวไปสู่เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ โดยเฉพาะการใช้โดรนในภาคโลจิสติกส์และบริการอัจฉริยะยังสะท้อนถึงความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่หลากหลายและมีศักยภาพการเติบโตสูง

นอกจากนี้ การที่บริษัทในพื้นที่สามารถขยายสู่ตลาดต่างประเทศและได้รับคำสั่งซื้อจริง ถือเป็นสัญญาณว่าเฉิงตูกำลังก้าวพ้นจากบทบาทฐานการผลิตภายในประเทศ ไปสู่การเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมระดับโลก ซึ่งจะยิ่งเสริมบทบาทของเมืองในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 

กล่าวโดยสรุป เฉิงตูกำลังพัฒนาเป็น “ระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบิน–อวกาศแบบบูรณาการ” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างอุตสาหกรรม และการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร อันเป็นฐานสำคัญในการยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอวกาศระดับแนวหน้าของประเทศและมีบทบาทในระดับโลกในอนาคต

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

เมษายน 2569

แหล่งข้อมูล : https://mp.weixin.qq.com/s/hjsgROrrNLCbnPycFsy94Q

 

 

 

 

 

เฉิงตู -เฉิงตูก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและอวกาศสำคัญของจีน.pdf
Share :
Instagram