fb
เฉิงตููเดินหน้าผลักดัน AI เชื่อม “ภาคบริการแห่งอนาคต” มุ่งยกระดับมูลค่าภาคบริการ ตั้งเป้าแตะ 2 ล้านล้านหยวนในปี 2573

เฉิงตููเดินหน้าผลักดัน AI เชื่อม “ภาคบริการแห่งอนาคต” มุ่งยกระดับมูลค่าภาคบริการ ตั้งเป้าแตะ 2 ล้านล้านหยวนในปี 2573

โดย
Kuntida
ลงเมื่อ 11 กันยายน 2569 10:51
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
3

นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เดินหน้าวางยุทธศาสตร์พัฒนาภาคบริการในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งยกระดับจากการขยายตัวด้านขนาดไปสู่การเพิ่ม คุณภาพ ประสิทธิภาพ และมูลค่าเพิ่ม พร้อมผลักดันการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เข้ามามีบทบาททั้งในภาคบริการเพื่อการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยตั้งเป้ามูลค่าเพิ่มในภาคบริการเติบโตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 5 ต่อปี และมีขนาดรวมมากกว่า 2 ล้านล้านหยวนภายในปี 2573 พร้อมก้าวขึ้นเป็นเมืองต้นแบบด้านการพัฒนาภาคบริการของประเทศ

สัญญาณการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวปรากฏขึ้น เมื่อบริษัท FAW-Volkswagen เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่รุ่น Jetta M6 คันแรก ณ ฐานการผลิตในนครเฉิงตู เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยฐานการผลิตดังกล่าวมียอดผลิตรถยนต์สะสมทะลุ 7 ล้านคัน แล้ว ภาพของรถยนต์ที่ออกจากสายการผลิตจึงไม่ได้สะท้อนเพียงศักยภาพด้านการผลิตของเฉิงตู แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของภาคบริการที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตั้งแต่การวิจัยและออกแบบ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การตรวจสอบและทดสอบ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การตลาด ไปจนถึงบริการหลังการขาย

ภาคบริการก้าวขึ้นเป็นเสาหลักเศรษฐกิจเฉิงตู

การเร่งวางยุทธศาสตร์ภาคบริการของเฉิงตูเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มูลค่าเพิ่มของภาคบริการนครเฉิงตูมีมากกว่า 1.7 ล้านล้านหยวน คิดเป็นเกือบร้อยละ 70 ของเศรษฐกิจทั้งหมด และมีส่วนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าร้อยละ 70 ขณะที่รายได้ภาษีจากภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนใกล้เคียงร้อยละ 70 เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่าภาคบริการได้กลายเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจเมืองอย่างชัดเจน

นับตั้งแต่ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 ภาคบริการของนครเฉิงตูมีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยได้ก่อรูปเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมบริการขนาดใหญ่หลายประเภทที่มีมูลค่ามากกว่าแสนล้านหยวน ทั้งในด้านบริการเพื่อการผลิตและบริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนขณะเดียวกัน สัดส่วนของบริการเพื่อการผลิตยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี และในปีล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52.8 สะท้อนให้เห็นว่าบริการที่ใช้ความรู้เฉพาะทางหรือเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสามารถสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มสูงกว่าบริการพื้นฐาน ได้เข้ามามีบทบาทสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาของนครเฉิงตูที่มุ่งเสริมสร้างบทบาทของภาคบริการให้เป็นทั้งกลไกสนับสนุนภาคการผลิต และเป็นแรงขับเคลื่อนการบริโภคภายในเมือง เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวมให้มีความเข้มแข็งและทันสมัยมากขึ้น

 

AI กลายเป็นกลไกสำคัญของ “บริการแห่งอนาคต” 

หนึ่งในแนวทางสำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ คือการนำ AI เข้ามาเชื่อมโยงภาคบริการทั้งสองด้าน ได้แก่ ภาคบริการเพื่อการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยนครเฉิงตูเตรียมผลักดัน “AI+” มาประยุกต์ใช้ในภาคบริการเพื่อการผลิต เช่น ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม การวิจัยและออกแบบ และบริการด้านห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกันจะนำ AI มาพัฒนาประสบการณ์การบริโภคในรูปแบบที่มีความเฉพาะบุคคลและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้ นครเฉิงตูยังให้ความสำคัญในการส่งเสริมแพลตฟอร์มชั้นนำ ตลอดจนแพลตฟอร์มท้องถิ่น และยกระดับธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และไลฟ์คอมเมิร์ซ พร้อมสร้างกลไกการเชื่มโยงระหว่าง “แพลตฟอร์มและภาคอุตสาหกรรม” และตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับ 1 แสนล้านหยวนขึ้นไปไม่น้อยกว่า 10 แห่ง ซึ่งจะช่วยขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลไปยังภาคธุรกิจในวงกว้าง

 

การบริโภคเปลี่ยนจาก “ซื้อสินค้า” สู่ “ซื้อบริการและประสบการณ์”

นอกจากภาคการผลิตแล้ว การเปลี่ยนแปลงด้านอุปสงค์ของผู้บริโภคยังเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญของยุทธศาสตร์ภาคบริการ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การบริโภคด้านบริการคิดเป็น ร้อยละ 51 ของรายจ่ายเพื่อการบริโภคของประชาชนในนครเฉิงตู สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคที่มีสินค้าเป็นตัวนำไปสู่การบริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยบริการมากขึ้น

ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เฉิงตูได้เปิดตัวจุดหมายและกิจกรรมท่องเที่ยวคุณภาพกว่า 100 แห่ง พร้อมจัดการแสดงยามค่ำคืน 86 รายการ ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ความบันเทิง การศึกษา สุขภาพ และประสบการณ์รูปแบบใหม่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยกิจกรรมหนึ่งสามารถสร้างผลต่อเนื่องไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยวในพื้นที่

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนว่า “ประสบการณ์” กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริโภคยุคใหม่ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจภาคบริการที่มีความโดดด่นเเละมีเอกลักษณ์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 

จาก “บริการ” สู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของเศรษฐกิจ

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เฉิงตูได้วางกรอบการพัฒนาภาคบริการในรูปแบบ “4+4+3+N” โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 4 กลุ่มบริการเพื่อการผลิต ได้แก่ บริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และสารสนเทศ บริการธุรกิจ และบริการด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการยกระดับ 4 กลุ่มบริการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ได้แก่ พาณิชย์ที่มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว สุขภาพและบริการสำหรับประชาชน พร้อมด้วยการ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 3 กลุ่มบริการที่เป็นโครงสร้างสนับสนุน ได้แก่ การเงินสมัยใหม่ โลจิสติกส์สมัยใหม่ และเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม พร้อมวางแผนพัฒนาสาขาใหม่ที่มีศักยภาพอีก 46 สาขา โดยมีโครงการเกือบ 500 โครงการ และมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 6 แสนล้านหยวน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน

ทิศทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า เฉิงตูกำลังเปลี่ยนมุมมองต่อภาคบริการจากเดิมที่เป็นภาคเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่การวิจัยและนวัตกรรม การผลิต การตลาด การบริโภค ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ

 

ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู

การประกาศนโยบายยกระดับภาคบริการสู่ “ภาคบริการแห่งอนาคต” ของนครเฉิงตู สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเมือง จากการขยายตัวเชิงปริมาณไปสู่การมุ่งเน้นคุณภาพ ประสิทธิภาพ นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยนโยบายดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเข้าสู่ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ตลอดจนมีความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและมีความแตกต่างในระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนและยกระดับภาคบริการของนครเฉิงตูยังเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) จากรูปแบบการค้าสินค้าแบบดั้งเดิมไปสู่การสร้างระบบความร่วมมือทางธุรกิจแบบบูรณาการ ซึ่งครอบคลุมทั้งสินค้า บริการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค 

ผู้ประกอบการในภาคบริการของไทยในมีศักยภาพที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะธุรกิจเวลเนส สปา และการแพทย์เพื่อความงาม ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การป้องกันโรค และการยกระดับคุณภาพชีวิต ผู้ประกอบการไทยจึงมีโอกาสนำจุดแข็งด้านองค์ความรู้ มาตรฐานการให้บริการ และเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาพัฒนาเป็นบริการที่มีความแตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนของนครเฉิงตู

นอกจากนี้ ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหาร การดำเนินธุรกิจไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการส่งออกวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์อาหารเพียงอย่างเดียว แต่ควรประยุกต์ใช้กลยุทธ์ การเปลี่ยนสินค้าให้เป็นประสบการณ์ (Product-to-Experience) ผ่านการนำเสนอบริการร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การบริการที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมไทยแท้ และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรม อันจะช่วยสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันที่มุ่งเน้นคุณภาพและประสบการณ์ที่เหนือระดับ

นอกจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าว สาขาบริการสนับสนุนอื่นๆ อาทิ การศึกษา ดิจิทัลคอนเทนต์ โลจิสติกส์ และการตลาดดิจิทัล ยังคงเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในการเติบโตและสามารถต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทยกับนครเฉิงตูได้อีกมาก โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ การเข้าถึงผู้บริโภค และการสร้างบริการรูปแบบใหม่

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาตำแหน่งนครเฉิงตูให้เป็น Strategic Gatewayในการกระจายสินค้าและบริการเจาะลึกเข้าไปยังเมืองรองและตลาดศักยภาพอื่นๆ ในภูมิภาคจีนตะวันตกตอนใน ซึ่งการขยายตัวของภาคบริการในนครเฉิงตูจะสร้างอานิสงส์เชิงบวกต่อการขยายธุรกิจในภาพรวมของจีนตะวันตกด้วยศักยภาพอันโดดเด่นของภาคบริการไทยประกอบกับนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของนครเฉิงตู เพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต

----------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

กันยายน 2569

แหล่งข้อมูล 

https://mp.weixin.qq.com/s/I0AHOcGVubbzEt4Ru3RkDw

Share :
Instagram