
ธุรกิจ SMEs ของแอฟริกาใต้ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน โดย Mr. Nelson Teixeira กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการประจำภูมิภาค Sub-Saharan Africa ของบริษัท FedEx ระบุว่า ภาคโลจิสติกส์อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านการเข้าถึงตลาด อุปสงค์และอุปทาน ตลอดจนความคาดหวังของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “ความรวดเร็ว ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการติดตามสินค้า” มากขึ้น ผู้ประกอบการโลจิสติกส์จึงจำเป็นต้องรักษามาตรฐานบริการ ควบคู่กับการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นตัวชี้วัดความอยู่รอดของธุรกิจ
ปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์สร้างผลกระทบต่อ SMEs มากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกระแสเงินสดและเงินทุนหมุนเวียน ตัวอย่างเช่น สมาคมผู้ปลูกส้มของแอฟริกาใต้ (Citrus Growers’ Association) ระบุว่า ปัญหาความล่าช้าและความไร้ประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์สร้างความเสียหายแก่ภาคส่งออกส้มกว่า 1.6 พันล้านแรนด์ (3.2 พันล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี โดยต้นทุนส่วนเพิ่มเกิดจากค่าแรงงาน การเก็บรักษาสินค้าในห้องเย็นนานเกินกำหนด และค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากปัญหาความล่าช้าของท่าเรือ ทั้งนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ยังสามารถรองรับต้นทุนดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ SMEs ส่วนใหญ่มักขาดศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ปัญหาด้านการส่งมอบสินค้ายังคงเป็นหนึ่งในข้อร้องเรียนหลักของผู้บริโภคในแอฟริกาใต้ โดยข้อมูลจาก Consumer Goods and Services Ombud ระบุว่า มากกว่า 20% ของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จะไม่กลับมาใช้บริการร้านค้าเดิมอีก หากได้รับสินค้าล่าช้า และยังอาจส่งผลเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจผ่านการบอกต่อหรือรีวิวออนไลน์ ทำให้ “ประสิทธิภาพการจัดส่ง” กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในขณะเดียวกัน บริษัทโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ เช่น FedEx ได้เร่งลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดตามสินค้า การวางแผนเส้นทาง และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ธุรกิจสามารถตรวจพบปัญหาได้เร็วขึ้น ลดความล่าช้า และสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นระหว่างการขนส่ง
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ: ความท้าทายด้านโลจิสติกส์และการขนส่งของแอฟริกาใต้ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ สำหรับกรณีผู้นำเข้าสินค้าไทยในแอฟริกาใต้ จำเป็นปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและสินค้าคงคลัง ซึ่งอาจจะกระทบปริมาณการนำเข้าสินค้าไทย ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องประสานผู้นำเข้าในแอฟริกาใต้อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการผลิตและการส่งมอบสินค้า
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.bizcommunity.com
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
พฤษภาคม 2569