fb
รัฐบาลเยอรมันเตรียมขึ้นภาษีสุราปีหน้า หวังเพิ่มรายได้และลดปัญหาสุขภาพของประชาชน

รัฐบาลเยอรมันเตรียมขึ้นภาษีสุราปีหน้า หวังเพิ่มรายได้และลดปัญหาสุขภาพของประชาชน

โดย
Pimchanok
ลงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 14:00
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))

รัฐบาลกลางเยอรมนีอนุมัติร่างกฎหมายปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มสุราที่มีระดับแอลกอฮอล์สูง เริ่มใช้ในปี 2570 โดยหวังว่าจะมีรายได้เพิ่มร้อยล้านยูโรจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน

                   สุราประเภทต่าง ๆ เช่น รัม วอดก้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ จะถูกปรับเพิ่มอัตราภาษีขึ้น 20% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ มกราคม 2570 นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขึ้นภาษีสำหรับแชมเปญ สปาร์คกลิงไวน์ (Sparkling wine) ไวน์เสริมสุรากลั่น/ฟอร์ติไฟด์ไวน์ (Fortified wine) หรือ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผสม (Alcopops) ทั้งนี้ เบียร์และไวน์ทั่วไปจะยังไม่มีการถูกปรับภาษีเพิ่มเติม มาตราการดังกล่าวจะทำให้วอดก้าหนึ่งขวดที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 40% มีราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเกือบ ยูโร 

การขึ้นภาษีสุราเป็นหนึ่งในข้อเสนอของคณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการเสนอให้ปรับขึ้นปีละหนึ่งครั้งต่อเนื่องเป็นเวลาสามปี ตั้งแต่ปี 2570 ถึง 2572 พร้อมประเมินว่า การขึ้นภาษีดังกล่าวจะทำให้การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง และอาจช่วยป้องกันการป่วยโรคมะเร็งได้ประมาณ 1,000 รายต่อปี นอกจากนี้ เนื่องจากสุรามักเป็นเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคเลือกดื่มเพื่อให้มึนเมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อยที่มองปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก การขึ้นราคาจะช่วยลดผลกระทบอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการมึนเมา เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุ เป็นต้น โดยคาดว่ารายได้จากภาษีจะเพิ่มขึ้นประมาณ 455 ล้านยูโรต่อปี และจะเข้าไปเสริมในส่วนงบประมาณของรัฐบาลกลาง รวมถึงเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับระบบประกันสุขภาพของเยอรมนีที่ในปัจจุบันกำลังประสบปัญหาขาดดุล เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายรับ ประกอบกับการอยู่ในช่วงสังคมผู้สูงอายุของประเทศเยอรมนี   

                        นอกจากนี้ รัฐบาลเยอรมนียังมีแผนจะจัดเก็บภาษีน้ำตาลเป็นมาตรการใหม่ โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล หรือน้ำอัดลม  ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเช่นเดียวกับการเก็บภาษีสุรา โดยต้องการให้สิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพมีราคาสูงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพของประชาชน รวมทั้งเป็นหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านระบบประกันสุขภาพ โดยคาดว่าจะมีการปรับใช้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่รัฐประมาณ 500 ล้านยูโรต่อปี ทั้งนี้ ยังคงอยู่ในระหว่างการหารือและปรับแก้ไขร่างดังกล่าวและยังคงไม่มีผลบังคับใช้

                    

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของ สคต.

1. ถึงแม้ว่ารัฐบาลเยอรมนีจะได้อนุมัติร่างกฎหมายปรับขึ้นภาษีสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว แต่กฎหมายดังกล่าวยังคงต้องผ่านการพิจารณาโดยรัฐสภาและกระบวนการนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปยังเยอรมนีควรติดตามความคืบหน้าของกฎหมาย รวมถึงรายละเอียดของอัตราภาษีและช่วงเวลาการบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง 

2. การปรับขึ้นภาษีในอัตราร้อยละ 20 มีแนวโน้มส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสุราเข้าสู่ตลาดเยอรมนีเพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการควรประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างต้นทุน ราคาจำหน่าย ความสามารถในการแข่งขัน และความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งหารือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในเยอรมนีเกี่ยวกับแนวทางการบริหารต้นทุน การกำหนดราคา และการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

3. นอกจากการปรับขึ้นภาษีสุราแล้ว รัฐบาลเยอรมนียังมีแผนจัดเก็บภาษีน้ำตาลสำหรับเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลตั้งแต่ปี 2571 ซึ่งสะท้อนทิศทางนโยบายด้านสาธารณสุขที่มุ่งลดการบริโภคสินค้าเสี่ยงต่อสุขภาพ ผู้ประกอบการสามารถพิจารณาพัฒนาหรือขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่เครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคและลดผลกระทบจากมาตรการภาษีในอนาคต

4. หากมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ จะมีการจัดเก็บภาษีกับสุราทั้งที่ผลิตภายในประเทศและสินค้านำเข้าในอัตราเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้เสียเปรียบด้านภาษีเมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นในตลาดเยอรมนี ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมุ่งสร้างความแตกต่างของสินค้า โดยเน้นจุดขายด้านเอกลักษณ์ ความเป็นไทย แหล่งกำเนิด วัตถุดิบ คุณภาพ มาตรฐานการผลิต หรือเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและลดการแข่งขันด้านราคา

 

************************************

 

ที่มา :

www.zdfheute.de

ภาพประกอบ: unsplash.com/@salmediausa 

Share :
Instagram