
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ได้มีพิธีเปิดการเดินเรือคลองผิงลู่ (Pinglu Canal) ณ เมืองชินโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง โดยได้เปิดให้บริการทั้งเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ “หนานหนิง–เกิ่นเทอ เวียดนาม” และเส้นทางเดินเรือภายในประเทศ “หนานหนิง–หยางผู่ ไหหลำ” พร้อมกันเป็นครั้งแรก โดยมีเรือสินค้า 14 ลำ บรรทุกสินค้าส่งออก อาทิ น้ำตาล วัสดุก่อสร้าง แร่ธาตุ และเหล็ก ผ่านประตูน้ำและออกสู่ทะเลได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน เรือสินค้า 16 ลำ ซึ่งบรรทุกสินค้านำเข้า ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก แร่บอกไซต์ ปุ๋ย หินปูน และสินค้าอื่น ๆ ได้เดินทางเข้าสู่ลุ่มน้ำซีเจียงอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนถึงความพร้อมของระบบการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือ โดยศูนย์กลางสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์หม่าต้าว ศูนย์ฉี่สือ และศูนย์ชิงเหนียน สามารถประสานการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การจัดตารางและการผ่านประตูน้ำของเรือเป็นไปอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และราบรื่น
คลองผิงลู่มีจุดเริ่มต้นจากปากแม่น้ำผิงถังเจียง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำซีเจียง (West River: 西江) ในเมืองเหิงโจว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองหนานหนิง ผ่านตำบลลู่หวู อำเภอหลิงซาน เมืองฉินโจว และเชื่อมต่อออกสู่อ่าวเป่ยปู้บริเวณแม่น้ำฉินเจียง ใกล้กับท่าเรือฉินโจว มีความยาวรวม 134.2 กิโลเมตร ก่อสร้างตามมาตรฐานทางน้ำภายในประเทศระดับ 1 และรองรับเรือขนาด 5,000 ตัน ทั้งนี้ ระบบทางน้ำภายในประเทศของจีนแบ่งออกเป็น 7 ระดับ โดยระดับ 1 เป็นระดับมาตรฐานสูงสุด ซึ่งโดยทั่วไปสามารถรองรับเรือขนาด 3,000 ตัน ขณะที่คลองผิงลู่สามารถรองรับเรือขนาด 5,000 ตัน จึงถือเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูงกว่ามาตรฐานดังกล่าว นอกจากนี้ เรือที่สามารถใช้เส้นทางคลองผิงลู่มีความยาวใกล้เคียงกับสนามฟุตบอลมาตรฐาน 1 สนาม ช่วยให้เครื่องจักรกลจากกว่างซี อะลูมิเนียมสีเขียวจากยูนนาน ตลอดจนสินค้าเกษตรจากประเทศสมาชิกอาเซียน สามารถใช้เส้นทางขนส่งเชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำกับทะเลที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ โดยคาดว่าภายในปี 2578 ปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านคลองผิงลู่จะสูงถึง 95.5 ล้านตันต่อปี

เนื่องจากเส้นทางคลองผิงลู่ต้องผ่านพื้นที่ภูเขาและเทือกเขาจำนวนมาก ปริมาณการขุดดินและหินสำหรับการก่อสร้างจึงมีขนาดมหาศาล โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับโครงการเขื่อนสามผา (3 Gorges Project) ถึง 3 เท่า ส่งผลให้คลองผิงลู่สามารถสร้างสถิติสำคัญหลายประการทั้งในระดับประเทศจีนและระดับโลก อาทิ ความสามารถในการรองรับการเดินเรือที่สูงที่สุดในบรรดาคลองประเภทเดียวกัน ประตูน้ำประหยัดน้ำขนาดใหญ่ที่สุด ตลอดจนมาตรฐานการก่อสร้าง ขนาดของโครงการทางน้ำ ความรวดเร็ว และความเข้มข้นในการก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีลักษณะโดดเด่นและไม่เคยมีมาก่อน
ก่อนหน้านี้ การขนส่งสินค้าจำนวนมากจากพื้นที่ตอนในของจีนตะวันตกเฉียงใต้เพื่อส่งออกทางทะเลประสบข้อจำกัดด้านเส้นทาง แม้พื้นที่ดังกล่าวจะอยู่ไม่ไกลจากทะเล แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเส้นทางทะเลได้โดยตรง สินค้าจากมณฑลยูนนาน กุ้ยโจว เสฉวน และพื้นที่ตอนในของกว่างซี หากขนส่งทางน้ำ จำเป็นต้องเดินทางตามแม่น้ำซีเจียงสายหลักไปทางตะวันออก และอ้อมไปออกทะเลบริเวณท่าเรือในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง มณฑลกวางตุ้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับทะเลผ่านคลองผิงลู่ได้โดยตรง ส่งผลให้ระยะทางการเดินเรือลดลงประมาณ 560 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ออกสู่ทะเลผ่านกว่างโจว
จากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการเปิดเดินเรือคลองผิงลู่ คาดว่าต้นทุนด้านโลจิสติกส์ตลอดเส้นทางจะลดลงประมาณร้อยละ 18–30 และสามารถประหยัดต้นทุนการขนส่งโดยรวมของสังคมได้ประมาณ 5,200 ล้านหยวนต่อปี โดยนายหลัว เจิงกุ้ย (Luo Zenggui) ผู้จัดการบริษัทแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ภายหลังคลองผิงลู่เปิดให้บริการ บริษัทสามารถดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออก ณ ท่าเรือหนานหนิงได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ท่าเรือสือโข่ว เมืองเซินเจิ้น สามารถลดระยะเวลาเดินทางทางรถยนต์ได้ประมาณ 14 ชั่วโมง และลดต้นทุนการขนส่งได้ประมาณ 4,000 หยวนต่อตู้คอนเทนเนอร์ โดยสามารถขนส่งสินค้าไปยังนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ได้ภายในประมาณ 3 วัน
ในช่วงทดลองเปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่เปิดเดินเรือจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 กำหนดอัตราค่าผ่านประตูน้ำสำหรับเรือในอัตรา 1.0 หยวนต่อตันต่อครั้ง แนวทางการกำหนดอัตราค่าบริการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคลองผิงลู่ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างผลกำไรในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการขนส่ง เพื่อส่งเสริมการรวมตัวของภาคอุตสาหกรรม ทรัพยากร และบริการการผลิตตามแนวเมืองต่าง ๆ ริมคลอง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว และเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของจีน

ความคิดเห็นของสคต. ณ เมืองหนานหนิง การก่อสร้างและเปิดเดินเรือคลองผิงลู่ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและระบบคมนาคมของกว่างซีเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลางตอนใต้ และภูมิภาคอื่นๆ ของจีนเข้ากับเส้นทางการค้าทางทะเลและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ ตลอดจนสร้างช่องทางใหม่สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน
สำหรับประเทศไทย คลองผิงลู่มีศักยภาพในการเป็นเส้นทางสนับสนุนการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับพื้นที่ตอนในของจีนตะวันตกเฉียงใต้และภาคกลางตอนใต้ โดยสินค้าจากมณฑลยูนนานสามารถเข้าสู่แม่น้ำซีเจียงผ่านแม่น้ำโย่วเจียง และเชื่อมต่อกับคลองผิงลู่เพื่อออกสู่ทะเลบริเวณอ่าวเป่ยปู้ ขณะที่สินค้าจากมณฑลกุ้ยโจวสามารถขนส่งผ่านแม่น้ำผานเจียงและแม่น้ำตูหลิ่วเจียงเข้าสู่แม่น้ำซีเจียง ก่อนเชื่อมต่อกับเส้นทางออกสู่ทะเล ส่วนสินค้าจากมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งสามารถขนส่งทางรถไฟมายังเมืองหลิ่วโจว หนานหนิง และไป่เซ่อ ก่อนเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งเป็นทางน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับคลองผิงลู่ และขนส่งต่อทางทะเลมายังประเทศไทย ในทางกลับกัน สินค้าจากประเทศไทยก็สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเข้าสู่พื้นที่ตลาดต่าง ๆ ของจีนได้เช่นกัน ทั้งนี้ การเปิดใช้งานคลองผิงลู่จึงมีนัยสำคัญต่อการขยายตลาดจีนของผู้ประกอบการไทย โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทย ภายหลังการเปิดเดินเรือ คาดว่าต้นทุนโลจิสติกส์ของเส้นทางขนส่งสินค้าออกสู่ทะเลจะลดลงประมาณร้อยละ 18–30 เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ผ่านเมืองเซินเจิ้น การลดต้นทุนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อสินค้าโภคภัณฑ์ของไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์เกษตร อาหาร ผลไม้ น้ำตาล และแป้งมันสำปะหลัง โดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาสินค้าในตลาดปลายทาง และลดต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งจะเอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดจีน
2. การเสริมสร้างบทบาทของกว่างซีในฐานะศูนย์กลางการกระจายสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีน กว่างซีเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างประเทศไทย จีนตอนใต้ และตลาดอาเซียน คลองผิงลู่จะช่วยยกระดับบทบาทดังกล่าวจากการเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบกและทางรถไฟไปสู่ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั้งทางบก ทางรถไฟ ทางแม่น้ำ และทางทะเล โดยเรือจากท่าเรือทางน้ำภายในประเทศในลุ่มแม่น้ำซีเจียงสามารถเชื่อมต่อสู่อ่าวเป่ยปู้ และขนส่งทางทะเลต่อไปยังประเทศไทย อาทิ ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดช่องทางการขนส่งแบบสองทิศทางระหว่างไทยกับพื้นที่ตอนในของจีนตะวันตกเฉียงใต้และภาคกลางตอนใต้ ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านระยะเวลาและต้นทุนการขนส่ง
3. การส่งเสริมการรวมตัวของอุตสาหกรรมตามแนวคลองและโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน คลองผิงลู่มีเป้าหมายสำคัญในการลดต้นทุนการขนส่งและส่งเสริมการรวมตัวของภาคอุตสาหกรรม ทรัพยากร และบริการการผลิตตามแนวเมืองต่างๆ ริมคลอง ดังนั้น ในระยะต่อไป ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และฐานการแปรรูปสินค้าในเมืองหนานหนิง ฉินโจว ฝางเฉิงก่าง และพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์จากการขนส่งทางน้ำที่มีต้นทุนต่ำในการนำวัตถุดิบและสินค้าจากประเทศไทยเข้าสู่จีน ก่อนดำเนินการบรรจุใหม่หรือแปรรูปในพื้นที่ และกระจายสินค้าไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและสร้างรูปแบบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนในมิติใหม่
-------------------------------------------------
แหล่งที่มา https://mp.weixin.qq.com/s/1SKfh4CQj0n75_2ThKuR_Q
https://mp.weixin.qq.com/s/NRceLtBkGFPTGplKzKJ32Q
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 29 กันยายน 2569